ข่าว

'จุฬาราชมนตรี'จ่อไม่รับตำแหน่งสนช.

'จุฬาราชมนตรี'จ่อไม่รับตำแหน่งสนช.

01 ส.ค. 2557

'จุฬาราชมนตรี' เตรียมส่งหนังสือแจ้ง คสช. ภายใน 1-2 วันนี้ แจ้งไม่ขอรับตำแหน่งสนช. 'อุดมเดช'ปัดแจงสัดส่วน พท.หนุน'ธีรเดช'นั่งประธาน

              1ส.ค.2557 แหล่งข่าวคนใกล้ชิดนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันหลังจากนายอาศิส ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น ขณะนี้นายอาศิส ได้ตัดสินใจว่าจะทำหนังสือแจ้งไปยัง คสช. ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่ออธิบายเหตุผลในการไม่ขอรับตำแหน่ง สนช. เนื่องจากตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ถือว่าเป็นตำแหน่งสูงสุด จึงไม่เหมาะสมหากไปรับตำแหน่งดังกล่าว


'อุดมเดช'ปัดแจงสัดส่วนสนช.


               ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการแต่งตั้งสมาชิกสภาพนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีจำนวนสัดส่วนของทหารจำนวน 105 คน ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้วก็ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ซึ่งตนคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะต้องมาเรียนเพิ่มเติม เพราะสนช.ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาก็จะต้องเดินหน้าทำหน้าที่ตามโรดแม็ปที่คสช.กำหนด ส่วนเรื่องรายละเอียดสัดส่วนตนเห็นว่าไม่ควรที่จะมีการพูดถึงกันอีก เพราะมีการโปรดเกล้าฯลงแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

 

พท.หนุน'ธีรเดชนั่งประธานเป็นกลาง

               นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโฉมหน้าสนช.ว่า ส่วนตัวแล้วมองว่าพล.อ.ธีรเดช มีเพียร มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะท่านเคยเป็นอดีตส.ว.มาก่อน มีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือวุฒิสภา ที่สำคัญคือ ท่านเป็นคนประนีประนอม ดังนั้นต้องใช้คนลักษณะนี้ให้มาดำรงตำแหน่งประธานสนช.จึงจะดีที่สุด ไม่ใช้ไปเลือกคนจากองค์กรอิสระหรืออดีตส.ว.ที่ใครๆ ก็รู้ชัดเจนอยู่แล้วว่ายืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่งมาตลอด

 

แนะสนช.เปิดรับฟังความเห็นปชช.-ให้อิสระสื่อ
 

                นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารยต์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า  ประเด็นดังกล่าวคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงหรือไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ยาก เพราะสนช.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกโดยประชาชน การทำงานอาจจะไม่แตกต่างจากสนช. เมื่อปี 2549 ที่เข้ามาเพื่อยกร่างกฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายรัฐและกลุ่มทุน อีกทั้งยังขาดการตรวจสอบจากประชาชน ทำให้กฎหมายหลายฉบับที่มีผลบังคับใช้ถูกประท้วง อย่างไรก็ตามสภาสนช.ที่มีตัวแทนประชาชน เช่น นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสื่อสารสรรค์เด็ก สนช.ปัจจุบัน ไม่ถือเป็นหลักประกันให้ประชาชนคาดหวังการทำงานใดๆ ได้จากสนช.

                “สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการคืนเสรีภาพสื่อมวลชนให้กับสื่อฯ เพราะเสรีภาพสื่อฯ คือเสรีภาพของประชาชนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ ให้มีความโปร่งใส ไม่คอร์รัปชั่น” นายประจักษ์ กล่าว

                ด้านนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า  แนวทางของคสช. ที่พยายามทำเรื่องปฏิรูปประเทศ แต่ยังมีการเกื้อหนุนระบบอุปถัมภ์ ที่พบได้จากรายชื่อสนช.ชุดปัจจุบันอาจทำให้ คสช. ตกม้าตายในที่สุดได้ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ต้องจับตามองคือการเสนอร่างกฎหมายโดยคสช.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นเพื่อประโยชน์ประชาชนหรือไม่

                ขณะที่นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป็นธรรมชาติของการจัดกระบวนและทิศทางภายหลังการยึดอำนาจของคสช. โดยเป็นปกติที่การยึดอำนาจที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ตุรกี, โปรตุเกส ที่ฝ่ายทหารร่วมมือกับประชาชนโค่นล้มรัฐบาลที่มีอำนาจ หลังจากยึดอำนาจแล้วเสร็จและตั้งสภาสนช. ยังคงไม่มีความหลากหลายเพื่อรักษาสถานะการเป็นที่ยอมรับของประชาชนและยุติความไร้ระเบียบ ส่วนทิศทางการทำงานของสนช.เพื่อกันครหาว่าเป็นตรายาง คือ ควรเน้นการรับฟังความเห็นประชาชนและงานภาคสังคมในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

                นายไชยันต์ กล่าวด้วยว่าตนเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ฐานะหัวหน้าคสช. ไม่ควรนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะจะเป็นการผูกมัดตัวเอง และตนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรทำงานด้านอื่นเพื่อตรวจสอบการทำงานบริหารดีกว่า
 


“วัชรพล”ดีใจเป็นสนช.โอกาสผลักดันยกเครื่องตำรวจ


                พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวว่า  จะได้เข้าไปผลักดันเรื่องการปฏิรูปตำรวจใน สนช. โดยในส่วนของตำรวจคนอื่น ๆ นั้น ตนไม่ได้เป็นคนเลือกไป และไม่มีการจัดสรรโควต้าไปให้ แต่อย่างใด แต่เป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการพิจารณาเลือก ทั้งนี้ นอกจากตำรวจแล้ว ก็ยังมีอีกหลากหลายวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม แม้มีสัดส่วนตำรวจน้อย ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการผลักดันการปฏิรูปตำรวจ และการเสนอหรือแก้กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ตนมองว่า การที่มีตำรวจน้อย กลับเป็นเรื่องดี เพราะหากสามารถ เสนอกฎหมายผ่าน ก็แสดงว่าหลักการและกฎหมายที่เสนอไปเป็นเรื่องดี เป็นที่ยอมรับของ สนช. ดีกว่าเสนอไปแล้วผ่านเพราะมีตำรวจอยู่ในสนช.เยอะ



มท.แจงนโยบายลดความขัดแย้ง-ปรองดอง


                ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดการประชุมขับเคลื่อนบาทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านให้เทิดทูนสถาบัน ลคความขัดแย้งทางความคิด และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วม     โดยนายวิบูลย์ กล่าวว่า หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศและกำหนดโรดแม็พของประเทศ ทำให้กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจ 4 เรื่องเพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายของ คสช.

                พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จะชี้แจงแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบายของ คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เป็นอย่างมาก เพราะหากคนในประเทศไม่ปรองดองกัน ต่อให้มีการปฏิรูปก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ในการสร้างความปรองดองจะต้องมีการค้นหาความจริง ซึ่งที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาเพราะไม่มีการเปิดเผยความจริง ดังนั้นจึงจะต้องค้นหาความจริงย้อนหลังจากวันที่ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นไป


“มาร์ค”ชี้ไม่ใช่เรื่องแปลกทหารตบเท้าเป็นสนช.


                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รายชื่อที่ปรากฏออกมาไม่ได้นอกเหนือการคาดหมาย เพราะในสถานการณ์และระบบเช่นนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องการสภาที่จะสนองแนวทางของตนเอง แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะสนใจคือผลงานของ สนช. จะเป็นอย่างไร เพราะประชาชนมีความคาดหวังพอสมควร เนื่องจากสนช.ต้องทำงานสัมพันธ์กับสภาปฏิรูปในหลายด้าน เพราะต้องออกกฎหมาย ทั้งนี้ อยากเห็นสนช.เร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต


กกต.คาดประกาศเปิดรับสปช.13ส.ค.วอนทุกสีร่วม


                 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 31ก.ค.ได้มีประกาศพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมากชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จากนี้ต้องรอ คสช.ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านและระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เมื่อประกาศคณะกรรมการสรรหาแล้ว สำนักงานกกต.ก็จะออกประกาศเรื่องการสรรหาบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นสปช.คาดว่า จะมีประกาศดังกล่าวภายในวันที่ 13 ส.ค. จากนั้นวันที่ 14 ส.ค. - 2 ก.ย. จะสามารถเปิดให้องค์กรนิติบุคคลเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการคัดเลือก และวันที่ 3 ก.ย. - 12 ก.ย. สำนักงานกกต.จะใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อโดยมีเวลา 10 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติ และวันที่ 13 ก.ย. - 22 ก.ย. จะส่งกลับไปให้คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านและ 77 จังหวัดเพื่อให้ด้านต่างๆ คัดเลือกเหลือด้านละ 50 คน และจังหวัดเหลือจังหวัดละ 5 คน และสุดท้ายวันที่ 23 ก.ย. - 2 ต.ค. ก็จะส่งให้ คสช.พิจารณาคัดเลือกเหลือ 250 คน รวมระยะเวลากระบวนการทั้งหมดคาดว่าใช้ประมาณ 50 วัน ก็จะได้รายชื่อสปช.ทั้งหมด ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป อย่างไรก็ตามการสรรหาสปช.ทั้ง 11 ด้านและระดับจังหวัดนั้น จะแตกต่างกันคือ สปช. 11 ด้าน จะให้องค์กรนิติบุคคลเสนอรายชื่อผู้ที่เหมาะสม ส่วนระดับจังหวัดคณะกรรมการสรรหาจะเป็นผู้สืบเสาะแสวงหาหรือทาบทามผู้ที่เหมาะสมเอง ซึ่งผู้อยากเป็นสปช.ไม่สามารถเดินมาสมัครด้วยตนเองได้

                นอกจากนี้ในวันที่ 2 ส.ค.ตนจะไปออกรายงานเดินหน้าประเทศไทยเพื่อประชาสัมพันธ์และชี้แจงแนวทางการสรรหาสปช.ซึ่งจะใช้สโลแกนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ว่า "คืนความสุขประเทศไทย ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจสรรหาสภาปฏิรูปแห่งชาติ" ดังนั้นระหว่างที่ให้มีการเสนอรายชื่อตนหวังว่าอยากให้ทุกสีทุกกลุ่มมาเข้าร่วมเป็นสปช.เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง

    
ป.ป.ช.หวัง"กล้านรงค์"ช่วยดันกม.

                นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อสมาชิก สนช.ลงมาแล้ว ว่า ป.ป.ช.ได้เสนอกฏหมายฉบับที่อยากให้ สนช.พิจารณาผ่านทาง คสช.ไปแล้ว โดยเฉพาะการแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา เพิ่มอายุความคดีทุจริต โดยเฉพาะคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ที่อยากให้เพิ่มอายุความจาก 15 ปี เป็น 30 ปี    

                ส่วนกรณีที่นายกล้ารงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เข้าไปเป็นสมาชิก สนช.ด้วย ยังไม่ได้พูดคุยกันส่วนตัว แต่เชื่อว่า นายกล้านรงค์จะช่วยผลักดันร่างกฏหมายที่ ป.ป.ช.เสนอเข้าไปให้ สนช.พิจารณา    

                ประธาน ป.ป.ช.ยังกล่าวถึง พรฏ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. กำหนดให้องค์กรอิสระ เสนอผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.ได้ 2 คน ว่า หากมีการสอบถามมา ป.ป.ช.คงจะเสนอรายชื่อกรรมการ ป.ป.ช. 2 คน ได้แก่นายวิชา มหาคุณ และนายภักดี โพธิศิริ เข้าไปเป็นสมาชิก สปช. เพื่อผลักดันเรื่องยุทธศาสตร์และกฏหมายในการปราบปรามคอร์รัปชั่น    ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงส่วนข้อสงสัยว่าสมาชิก สนช.ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ว่า ในอดีต สมาชิก สนช.ปี 2549 เคยยื่นบัญชีฯ แต่ครั้งนี้ อาจต้องรอให้ฝ่ายเลขาธิการวุฒิสภาส่งหนังสือสอบถามมาก่อน จากนั้น จึงนำเรื่องไปหาข้อสรุปในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.