
ถล่มต่อ!'อิสราเอล'เดินหน้าแม้ตกลงสงบศึก
01 ส.ค. 2557
'อิสราเอล' ยืนกรานจะใช้ปฏิบัติการทางทหารถล่มอุโมงค์ที่กลุ่มติดอาวุธใช้ลอดข้ามพรมแดนเข้ามาต่อไป แม้จะมีข้อตกลงสงบศึกเพื่อมนุษยธรรม 72 ชั่วโมงก็ตาม
1 ส.ค. 57 อิสราเอล ประกาศจะคงกำลังทหารไว้ในกาซาต่อไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นการทำลายเครือข่ายอุโมงค์ที่กลุ่มติดอาวุธใช้ในการลอดข้ามชายแดนระหว่างกาซากับอิสราเอล แม้ว่าสหรัฐและสหประชาชาติ จะวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ชาวปาเลสไตน์ต้องสังเวยชีวิตไปเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่นครเทล อาวีฟ ว่า เขาไม่ยอมรับการหยุดยิงใดๆ ที่ไม่เปิดทางให้ทหารอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารทำลายอุโมงค์ ที่กลุ่มติดอาวุธใช้ลอดข้ามพรมแดนเข้าไปโจมตีอิสราเอล ซึ่งขณะนี้ ได้ทำลายอุโมงค์ไปแล้วหลายสิบแห่ง และมุ่งมั่นที่จะทำให้ภารกิจนี้เสร็จสิ้นให้ได้ ไม่ว่าจะมีการหยุดยิงหรือไม่ก็ตาม และจะไม่ยอมรับข้อเสนอสงบศึก ที่ไม่เปิดทางให้ทหารอิสราเอลปฏิบัติภารกิจให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของพลเมืองอิสราเอล
ถ้อยแถลงของผู้นำอิสราเอล มีขึ้นหลังจากกองทัพ ยืนยันเรื่องการเรียกระดมกำลังพลสำรองอีก 16,000 นาย ทำให้ทหารกองหนุนที่ถูกเรียกระดมพลมีจำนวน 86,000 นาย แต่กองทัพไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับทหารที่เข้าร่วมปฏิบัติการสู้รบในฉนวนกาซา ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ยุติการหยุดยิงในกาซาโดยทันที เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ เข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
การยืนกรานเดินหน้าใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอุโมงค์ของผู้นำอิสราเอล สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ที่มีขึ้นระหว่างการเยือนกรุงนิวเดลี ของอินเดีย ว่า อิสราเอลจะยังคงใช้ปฏิบัติการทางทหารถล่มอุโมงค์ต่อไป ในระหว่างการสงบศึก 72 ชั่วโมง ในกาซา โดยเขาบอกว่า อิสราเอลจะสามารถใช้ปฏิบัติการถล่มอุโมงค์ได้ต่อไป ส่วนชาวปาเลสไตน์ ก็สามารถรับความช่วยเหลือด้านอาหาร เวชภัณฑ์ และการบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมอื่นๆ เช่นกัน
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ บอกว่า อิสราเอลจะต้องแสดงความชัดเจนต่อสหประชาชาติด้วยว่า จะใช้ปฏิบัติการทางทหารในการถล่มอุโมงค์ที่เป็นอันตรายต่อดินแดนของอิสราเอลเท่านั้น และจะใช้ปฏิบัติการนานเท่าใดก็ตาม ตราบเท่าที่ยังพบอุโมงค์อยู่ในฝั่งของอิสราเอล
ก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐได้ยินยอมที่จะขายยุทธภัณฑ์ที่สต็อกไว้ในคลังแสงในอิสราเอล เพื่อใช้ทดแทนยุทธภัณฑ์ที่พร่องไปของอิสราเอล แม้ว่านานาชาติจะแสดงความวิตกต่อจำนวนผู้เสียชีวิตในกาซาก็ตาม โดยในช่วง 24 วัน ของความรุนแรงในฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,437 คน และทำเนียบขาว ก็ระบุก่อนหน้านี้ว่า แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่า กระสุนปืนใหญ่ของอิสราเอล คือต้นตอของการโจมตีที่ไม่อาจป้องกันได้ ที่คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ 16 คน ที่โรงเรียนภายใต้การบริหารของสหประชาชาติในกาซาก่อนหน้านี้
จากตัวเลขของสหประชาชาติ ชี้ว่า 2 ใน 3 ของเหยื่อความรุนแรง เป็นพลเรือน และเกือบครึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก
------------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



