ข่าว

สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่6

สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่6

01 ส.ค. 2557

สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่6 : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

               ตามสถิติทางการเมืองที่มีการรวบรวมนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ประเทศไทยมีสภาแต่งตั้งที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" ที่กำลังจะปฏิบัติหน้าที่ในเร็ววันนี้เป็นชุดที่ 6 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย บางชุดที่ผ่านมาทำหน้าที่ด้านการออกกฎหมาย หรือกลั่นกรองกฎหมายเป็นการเฉพาะ บางคณะมีภารกิจเพิ่มเติมมากกว่านั้น ขึ้นกับวัตถุประสงค์และที่มาของการจัดตั้งในสถานการณ์ขณะนั้นเป็นปัจจัยบ่งชี้ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ รายชื่อของสมาชิกวุฒิสภา อย่างเป็นทางการยังไม่มีการประกาศออกมา เพราะจะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

               แต่งตั้งก่อน แต่แหล่งข่าวและโผที่ไม่ซ้ำกันของหลายสำนักมีข้อมูลค่อนข้างตรงกันว่า กลุ่มข้าราชการแขนงต่างๆ จะเป็นองค์ประกอบหลักของสบัดนี้

               ผู้มีหลายชื่อปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ชี้แจงว่ายังไม่มีการทาบทาม แต่คาดว่าผู้ที่สื่อมวลชนหลายแขนงคาดการณ์ไว้นั้น น่าจะอยู่ในข่ายเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐหลายแห่ง รวมทั้งข้าราชการประจำขั้นปลัดกระทรวงหรือผู้นำหน่วยในองค์กรที่กำลังจะเกษียณอายุน่าจะได้รับการแต่งตั้งเข้าไปอยู่หลายท่านด้วยกัน

               ทั้งนี้ไม่อาจโต้แย้งได้เลยว่าบุคคลที่ปรากฏมีรายชื่อทั้งหมดนอกจากจะเป็นสัดส่วนหรือโควตาที่มาจากหลายๆ แหล่งที่มาด้วยความไว้วางใจของ คสช. เป็นหลักใหญ่ ซึ่งส่วนสัมผัสหรือความใกล้ชิดก่อนจะมารับตำแหน่งจะมีความแตกต่างกันไปตามฐานานุรูปของแต่ละบุคคล บางคนมาเพราะรู้จักและมีความสัมพันธ์มาช้านานกับบุคคลสำคัญใน คสช. บางส่วนมาในฐานะผู้แทนขององค์กรในสัดส่วนภาคเอกชนที่อาจสนับสนุนหรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมปรากฏชัดเจน จึงมีการเชื้อเชิญเข้าร่วมแต่ผู้บริหารสูงสุดอาจส่งเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารชั้นสูงขององค์กรเข้ามา

               อย่างไรก็ตาม ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่มีอยู่ 48 มาตรา ส่วนระยะเวลาที่คาดการณ์กันว่าจะอยู่ในตำแหน่งยาวนานระหว่าง 1 ปี ถึงปีกว่าๆ เป็นการคาดการณ์ที่ขึ้นกับสภาปฏิรูปจะสามารถร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรได้สมกับเป้าประสงค์ที่วางไว้ในกรอบระยะเวลาหรือไม่ แต่เชื่อว่าการดำเนินงานต่างๆ น่าจะเร็วกว่ากรณีในปี 2549 เพราะในเวลานั้นมีข้อกำหนดให้มีการลงประชามติในรัฐธรรมนูญที่มีการร่างขึ้นทำให้กระบวนการทอดเวลายืดเยื้อออกไปอีก

               ดังนั้น ความหวังต่อคณะบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่สำคัญอีกองค์คณะหนึ่งในวันนี้ จึงจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบเร่งรัดแก้ไขเพิ่มเติมหรือออกบทบัญญัติทางกฎกติกาทางสังคมที่จะถูกนำมาใช้กับประชาชนทุกคนซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้หากการดำเนินงานเป็นผลดี และดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โมเดล "สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งในส่วนของที่มาการคัดสรรและวิธีการทำงาน" อาจเป็นตัวแบบหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นส่วนผสมผสานในการเมืองการปกครองของไทยในอนาคตก็เป็นได้