ข่าว

ปท.ตะวันตก-เอเชียเฝ้าระวัง'อีโบลา'

ปท.ตะวันตก-เอเชียเฝ้าระวัง'อีโบลา'

31 ก.ค. 2557

ประเทศตะวันตก-เอเชีย ยกระดับป้องกัน 'เชื้ออีโบลา' องค์กรการกุศลทางการแพทย์ชั้นนำเตือนอาจระบาดอย่างไร้การควบคุม องค์กรการบินระหว่างประเทศจ่อผุดมาตรการสกัดกั้น

                ความคืบหน้าการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) ระบุการระบาดของเชื้ออีโบลาในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน มีแนวโน้มเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง และเตือนด้วยว่าในเวลานี้ยังไม่มีการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสร้ายแรงในระดับโลก

                องค์กรกุศลชาวคริสต์ ซามาริทันส์ เพิร์ส สั่งอพยพอาสาสมัครที่ไม่มีกิจจำเป็นออกจากไลบีเรียชั่วคราวแล้วเช่นกัน โดยให้เหตุผลด้านเหตุการณ์ไม่สงบและปัญหาความมั่นคง

                ขณะเดียวกันแหล่งข่าวในสหภาพยุโรป (อียู) ยืนยันว่า อียูมีวิธีการตรวจสอบติดตามและจำกัดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และประเทศสมาชิกทั้งหมด 28 ชาติล้วนมีโรงพยาบาลและระบบการรักษาพยาบาลที่ทันสมัยและพร้อมให้การรักษาผู้ป่วย ส่วนกรณีที่มีข่าวพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในสเปน แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบการติดเชื้อ

                ส่วนฮ่องกงที่มีความตื่นตัวในการป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา หลังจากพบหญิงคนหนึ่งที่เดินทางมาจากแอฟริกา ที่มีอาการคล้ายผู้ติดเชื้ออีโบลา แต่ผลการตรวจร่างกายปรากฏว่าหญิงคนดังกล่าวไม่มีเชื้อไวรัสตัวนี้ในร่างกายแต่อย่างใด

                ความตื่นตัวในการระวังป้องกันการระบาดของเชื้ออีโบลา เป็นแรงกระตุ้นให้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ต้องเปิดการประชุมหารือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขระดับโลก เพื่อหามาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสชนิดนี้

                เชื้ออีโบลาสามารถคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อได้ภายในเวลาไม่กี่วัน อาการของผู้ติดเชื้อจะมีตั้งแต่ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องร่วง ในบางรายจะมีอาการอวัยวะภายในทำงานล้มเหลว และมีเลือดไหลไม่หยุด

                องค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในกีนี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน 1,201 คน และเสียชีวิต 672 ราย 

                นายบาร์ท เจนส์เสนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของเอ็มเอสเอฟ กล่าวว่า การที่รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศเตรียมการรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลานั้น ไม่ได้มากเกินกว่าเหตุ เพราะการระบาดของเชื้อชนิดนี้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและหากไม่ควบคุมสถานการณ์จะเลวร้ายลงจนถึงที่สุด เฉพาะในไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ก็ยังมีการระบาดของเชื้อชนิดนี้ไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนสำคัญ และหากสถานการณ์การระบาดยังคงเลวร้ายเช่นนี้ต่อไปก็อาจจะเกิดการระบาดในประเทศใหม่ๆ ขึ้นมาได้

                ขณะที่ ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ แห่งไลบีเรีย หนึ่งในประเทศที่มีการระบาดอย่างหนัก ประกาศมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดเมื่อคืนวานให้โรงเรียนทุกแห่งปิดการเรียนการสอน และกำหนดให้วันศุกร์ (1 ส.ค.) เป็นวันหยุดสำหรับข้าราชการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการฆ่าเชื้อในอาคารหน่วยราชการและให้ข้าราชการที่ไม่มีงานจำเป็นพักงานนาน 30 วัน นอกจากนี้ได้จัดสรรงบ 5 ล้านดอลลาร์เพื่อดำเนินมาตรการฉุกเฉินในการยับยั้งการแพร่ระบาดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศเกือบ 130 คน นอกจากนี้รัฐบาลได้สั่งงดการจัดงานทุกชนิดรวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

                นอกจากนี้ ยังสั่งปิดตลาดทั้งหมดบริเวณพรมแดนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังพิจารณาว่าจะใช้วิธีเผาศพผู้ติดเชื้ออีโบลาแทนการฝังเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อปะปนในแหล่งน้ำ

                ด้านนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลา เชื่อว่าการระบาดของเชื้อไวรัสอันตรายชนิดนี้ในแอฟริกาตะวันตกจะไม่แพร่กระจายออกไปนอกภูมิภาค และเชื่อว่าการอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไม่เป็นอันตราย

                นายปีเตอร์ ไพออท นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม ผู้ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลา ให้ความเห็นว่า ความตระหนกและการขาดความเชื่อมั่นของทางการในประเทศภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวต่อการระบาดของเชื้อชนิดนี้ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังแนะนำให้ทางการของแต่ละประเทศทดสอบวัคซีนป้องกันไวรัส เพื่อบรรเทาความรุนแรงของการระบาด หากเกิดการระบาดไปทั่วโลกจริงๆ

                อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อปี 2529 แสดงความเชื่อมั่นว่า การอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ หรือมีผู้ที่ติดเชื้อเดินทางไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ในกาฬทวีป ก็จะไม่เป็นชนวนเหตุให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศเหล่านั้น และยังไม่กังวลหากต้องนั่งโดยสารรถไฟข้างๆ ผู้ที่ติดเชื้ออีโบลา ตราบเท่าที่ผู้ติดเชื้อไม่อาเจียนใส่หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เนื่องจากการติดต่อระหว่างมนุษย์ต้องอาศัยการสัมผัสอย่างใกล้ชิดมากๆ