
ศูนย์ป้องกันโรคสหรัฐโพสต์เตือน-แนะนำการรับมือ'อีโบลา'
31 ก.ค. 2557
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐโพสต์เตือนและแนะนำเรื่องการรับมืออีโบลาโดยเฉพาะลูกเรือของเที่ยวบินพาณิชย์หวั่นการแพร่ระบาดของอีโบลากระจายเหมือนเครือข่ายใยแมงมุม
เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC จะโพสต์ข้อความว่า ประชากรสหรัฐมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะติดเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ก็ให้คำแนะนำไปยังบรรดาลูกเรือของสายการบินต่างๆ รวมถึงพนักงานทำความสะอาดและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ให้ใส่ความปลอดภัยและระมัดระวังตัว ในการรับมือกับผู้โดยสารที่ติดเชื้อ
ในคำแนะนำได้เริ่มต้นด้วยคำอธิบายถึงเชื้อไวรัสอีโบลาว่า เป็นโรคร้ายแรงและผู้ป่วยมักจะเสียชีวิต แม้โอกาสติดเชื้อจะไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ก็สามารถติดต่อจากคนสู่คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ และคนอื่นๆ ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ CDCระบุด้วยว่า แนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัสอีโบลาต่ำมากที่สุด เว้นแต่ว่า จะไปสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจากคนหรือสัตว์ ที่ติดเชื้อหรือแสดงอาการของโรค
ในความพยายามที่จะไม่ให้เกิดความปริวิตกเกินกว่าเหตุในการเดินทางไปแอฟริกาตะวันตกซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาดในปัจจุบัน CDC ได้แนะนำว่า ถ้าพบว่ามีอาการไข้ในคนที่เดินทางหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่มีการระบาดของอีโบลา ก็อาจจะมีสาเหตุมาจากโรคติดเชื้อทั่วไป แต่ก็ควรจะให้เจ้าหน้าที่่ด้านสาธารณสุขประเมินอาการเพื่อความแน่ใจด้วย
CDC ยังอธิบายถึงอาการของผู้ติดเชื้ออีโบลาด้วยว่า มีระยะเวลาในการฟักตัว 2-21 วัน การแสดงอาการตั้งแต่เนิ่นๆ คือ มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ และเมื่อเข้าสู่ประมาณวันที่ 5 จะเริ่มมีอาการผื่นคันที่ผิวหนัง คลื่นไส้ เจ็บหน้าอก เจ็บคอ ปวดในช่องท้อง และท้องร่วง จากนั้นอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผิวเหลืองเหมือนดีซ่าน น้ำหนักลด จิตใจสับสน ช็อค อวัยวะในร่างกายล้มเหลว
CDC ได้ย้ำคำเตือนลูกเรือบนเที่ยวบิน ที่มีผู้โดยสารที่แสดงอาการมีไข้ ตัวเหลือง หรือมีเลือดออก และเดินทางมาจากบริเวณที่เสี่ยงต่ออีโบลา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้แก่ แยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้, ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย (ถ้าผู้ป่วยสามารถทนต่อการสวมใส่ได้) เพื่อลดจำนวนของการแพร่กระจายในอากาศ กรณีการพูด จามหรือไอ, เอากระดาษทิชชูให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถสวมหน้ากากอนามัยได้ พร้อมจัดหาถุงพลาสติกให้ใส่ทิชชูใช้แล้ว, สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสเลือดหรือของเหลวอื่นๆ จากร่างกาย
เมื่อเดือนมีนาคม CDC ได้ให้คำแนะนำอย่างกว้างๆ แต่บรรดาลูกเรือบนเที่ยวบินของสายการบินพาณิชย์ เพื่อรับมือกับผู้โดยสารที่อาจติดเชื้อโรคต่างๆ ที่ไม่ได้จำกัดแค่อีโบลา และบอกด้วยว่า การรักษาสุขอนามัยที่มือ เป็นตัวชี้วัดเดียวที่ควบคุมการติดเชื้อที่สำคัญที่สุด และยังแนะนำให้สวมถุงมือและหน้ากากอนามัยที่น้ำผ่านไม่ได้ด้วย
หวั่นการแพร่ระบาดของอีโบล่ากระจายเหมือนเครือข่ายใยแมงมุมยักษ์
การติดตามผู้คนที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสมรณะอีโบลา ได้ทวีความเข้มข้นมากขึ้่นเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดไปทั่วโลก กำลังมีสภาพไม่ต่างจากใยแมงมุมยักษ์
เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ต้องการติดตามหาตัวเฉพาะผู้โดยสารไม่กี่ร้อยคน บนเครื่องบินสองลำ ที่แพ็ททริค ซอว์เยอร์ ชาวอเมริกันเชื้อสายไลบีเรีย วัย 40 ปี โดยสารก่อนจะเสียชีวิต แต่คณะรัฐมนตรีของอังกฤษได้จัดการประชุมฉุกเฉิน "คอบร้า" ที่ลอนดอน เพื่อตามหาตัวคน 30,000 คนที่อาจจะเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัส ที่มีโอกาสคร่าชีวิตคนที่ติดเชื้อสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์
คนที่กำลังถูกตามหา ได้รวมถึงใครก็ตามที่ใช้บริการสนามบิน 1 ใน 4 แห่ง ที่ซอว์เยอร์ใช้ในการเดินทางก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเมื่อ 5 วันก่อน รวมถึงคนที่ติดต่อกับเขาที่กรุงลากอส ของไนจีเรีย ที่มีประชากร 17 ล้านคน ไมค์ นอยเอส จากกลุ่ม แอ็คชั่น เอด ให้ความเห็นว่า เป็นการระบาดของอีโบลาที่เลวร้ายที่สุดในโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งไม่แค่ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับจำนวนของคนที่กำลังจะตาย แต่รวมถึงประเด็นที่ว่ามันจะระบาดไปอีกนานเพียงใด
นอยเอส บอกด้วยว่า การระบาดส่วนใหญ่ใช้เวลา 6 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ส่วนครั้งล่าสุด เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และยังคงลุกลามอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ ได้แพร่กระจายเป็นเครือข่ายใยแมงมุงที่ขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ / ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากอีโบลาหลังจากแพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตก อยู่ที่ 672 คน สายการบินหลายแห่งระงับให้บริการเที่ยวบินไปยังไลบีเรียและเซียร่า เลโอน เพราะความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดที่มีต้นตอมาจากกินี
องค์กรการกุศลไม่แสวงผลกำไร "กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน" ได้เตือนว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงและไม่อาจควบคุมได้โดยสิ้นเชิง บาร์ท แจนเซ่นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน เตือนว่า ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะรับมือกับอีโบลา และการระบาดอาจเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมันยังคงแพร่กระจายอยู่ในบางพื้นที่สำคัญที่ถือว่าเป็นจุดร้อน และถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็เสี่ยงที่จะพบการระบาดในประเทศใหม่ ๆ
แผนกกักโรคสำหรับเหยื่อที่ติดเชื้ออีโบลา ที่โรงพยาบาลในกรุงมอนโรเวียของไลบีเรีย ท่วมท้นไปด้วยผู้ป่วยตลอดทั้่งคืนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนต้องไปรอรับการรักษาที่บ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในท้องถิ่นหลายสิบคน ได้เสียชีวิตไปแล้วเพราะติดเชื้อจากผู้ป่วยโรงเรียนทุกแห่งในไลบีเรีย ปิดการเรียนการสอน และงดการจัดงานทุกชนิด รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลด้วย เนื่องจากเกรงว่า จะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส



