ข่าว

อภิสิทธิ์ไม่ห่วงทักษิณโฟนอินชี้ประชาชนจะตัดสินเอง

อภิสิทธิ์ไม่ห่วงทักษิณโฟนอินชี้ประชาชนจะตัดสินเอง

30 มิ.ย. 2552

นายกรัฐมนตรี เผยได้ยินข่าว “พ.ต.ท.ทักษิณ” เดินทางมายังประเทศในแถบเอเชีย แต่ไม่ทราบรายละเอียด ย้ำไม่กลัวจะกลับไทย เพราะเป็นคนบอกให้กลับมารับโทษ ไม่หวั่นอดีตนายกรัฐมนตรีโฟนอินให้ประชาชนตัดสิน

 (30มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากดูไบ และเดินทางมายังประเทศในแถบเอเชีย ว่าได้ยินข่าว แต่ไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน ก็จะขอความร่วมมือว่า 1. อย่าให้ทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ 2. อย่าทำผิดกฎหมาย 3. ถ้ามีข้อตกลงที่จะส่งตัวมาได้ ก็ขอให้ส่งตัวกลับมายังประเทศไทย หลักการของเราก็มีอยู่เท่านี้ ซึ่งตนไม่วิตกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับเข้าประเทศ เพราะเป็นฝ่ายบอกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้ามารับโทษ และถ้าหากกลับเข้ามารับโทษ ก็ตรงกับแนวคิดของเรา

 ต่อข้อถามว่า นายกรัฐมนตรีตั้งข้อสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงจึงไม่สามารถดำเนินการอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ ทั้งที่รู้ว่าอยู่หรือเดินทางไปที่ไหน ปัญหาอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ หรือปัญหาด้านการทูต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่คิดเช่นนั้น เรายังมีบุคคลที่ประเทศต้องการตัว ซึ่งรู้ที่อยู่เป็นหลักแหล่งเป็นสิบ ๆ ปี แต่ของอย่างนี้มันไม่ง่าย เพราะมีขั้นตอน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศทำงานในระดับที่เหมาะสม ติดตามไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหว แต่กระทรวงการต่างประเทศ มีงานสำคัญกว่านี้อีกหลายเรื่อง และเราต้องให้ความสำคัญกับงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วไป

 เมื่อถามว่า รัฐบาลตั้งใจนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาลงโทษจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจจริงที่จะนำตัวกลับมา สำหรับตนดีที่สุดคือ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษตามกฎหมาย เพราะจะช่วยทำให้ทุกคนยอมรับกติกาว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย

 เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังสื่อสารกับประชาชนว่าต้องกลับเข้ามาเพื่อล้างหนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อไว้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แปลกดีเพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และอยากย้ำว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แต่เข้าไปแก้ปัญหา จนสามารถใช้หนี้คืนได้เร็วก่อนกำหนด และ ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในตำแหน่ง มีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 7.8 แสนล้านบาท ทำงบประมาณขาดดุลอยู่ 3-4 ปี

 “เราต้องให้ความรู้กับประชาชนว่า การที่รัฐบาลกู้เงินนั้น เป็นเรื่องปกติในการบริหารด้านการเงินการคลัง อย่าไปทำให้เกิดความสับสน ถ้าอยากจะหาเสียงด้วยวิธีดังกล่าวก็ทำไป และอยากย้ำว่ารัฐบาล ต้องมาตามแก้ปัญหาทุกปัญหา เช่น บ้านเอื้ออาทร ทั้งขาดทุน ทั้งมีปัญหามากมาย ยังมีคดีทุจริตค้างที่ ป.ป.ช.ด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ต่อข้อถามว่าการโฟนอินจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานที่วางกรอบไว้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กระทบการบริหาร เพราะแนวทางการบริหารของรัฐบาลมีความชัดเจน ยึดอยู่กับข้อเท็จจริง ถ้ารัฐบาลไม่คิดทำอะไร ก็ไม่มีความจำเป็น ต้องกู้เงิน แต่ตนเห็นว่า 7-8 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยให้ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย แหล่งน้ำ เสื่อมโทรม และถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมี จึงตัดสินใจทำ และมั่นใจว่าทำแล้วอนาคตประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น จึงตัดสินใจเดินหน้า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร ถึงเวลาหาเสียง ประชาชนจะได้ตัดสินเอง