ข่าว

หนุ่มซิ่งเก๋งชนท้ายรถตู้ไฟลุกท่วมคลอกดับสยอง

หนุ่มซิ่งเก๋งชนท้ายรถตู้ไฟลุกท่วมคลอกดับสยอง

30 ก.ค. 2557

หนุ่มซิ่งเก๋งชนท้ายรถตู้รับส่งพนักงาน ไฟลุกท่วมคลอกคนขับตายสยอง อีกราย หนุ่มสถานีวิทยุท้องถิ่นซิ่งกระบะเฉี่ยวแท็กซี่เสียหลักชนเสาไฟ ดับ 2 เจ็บ 2

 
                  เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 30 ก.ค.57 ร.ต.ท.สิทธิพงษ์ ปานไทยสงค์ ร้อยเวร สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถตู้ และเกิดไฟลุกท่วมรถที่บริเวณถนนเรียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
                  ที่เกิดเหตุได้พบไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งยี่ห้อ มิซูบีชิ แลนด์เซอร์ สีขาว ทะเบียน วศ-4179 กทม. ที่ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายรถตู้ รับส่งพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในย่านถนนบางนา-ตราด โดยไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรงเนื่องจากรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้ติดตั้งแก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิง จึงทำให้ไฟลุกโหมอย่างรุนแรง และลุกไหม้หมดทั้งคันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 20 นาที เพลิงจึงสงบ ได้พบว่าภายในรถบริเวณเบาะหน้าข้างคนขับพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อ ถูกไฟคลอกจนดำเป็นตอตะโกนั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะในตำแหน่งคนขับ ห่างไปประมาณ 100 เมตรได้พบรถยนต์ตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีบอร์น ทะเบียน ฮช-7948 กทม. จอดอยู่ริมถนนได้สภาพด้านท้ายถูกชนจนพังยับเยิน ภายในรถได้พบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งนั่งอยู่ในเบาะหลังด้านท้ายทราบชื่อนายปัญจพล ทิมบ้านไร่ อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาบางนา 2
 
                  จากการสอบสวนนายณัฐพงษ์ กลิ่นจันทร์ อายุ 25 ปี คนขับรถตู้คู่กรณี ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถออกจากบริษัทและมุ่งหน้าไปรับคนงานจำนวน 5 คนที่ออกมาทำงานที่บริษัทในย่านลาดกระบัง และกำลังขับรถกลับบริษัท โดยใช้เส้นทางถนนเรียบรันเวย์ โดยทีขับอยู่เลนกลาง มาถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเข้ามาชนเข้าที่ท้ายรถของตนอย่างแรงเสียดังสนั่น ก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ห้องเครื่องก่อนและลุกลามไปลุกท่วมทั้งคันในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ตนจึงประคองรถจอดข้างทางและลงมาตรวจสอบพบว่าท้ายรถมีรอยถูกชนเสียหายและมองห่างออกไปตรงจุดเกิดเหตุพบรถคู่กรณีไฟกำลังลุกไหม้จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ
 
                  เบื้องต้นจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุกรณีผู้เสียชีวิตยังไม่ยืนยันว่าเป็นชายหรือหญิง และไม่พบเอกสารใดๆที่ระบุว่าเป็นซื่อผู้ตายมีเพียงสมุดหนังสือสัญญาและเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์ตกคาอยู่ในซากรถ อย่างไรก็ตามจะได้ตรวจสอบผู้เป็นเจ้าของรถตามทะเบียนรถคันดังกล่าวเพื่อติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมนำส่ง
 
 
หนุ่มสถานีวิทยุท้องถิ่นซิ่งกระบะเฉี่ยวแท็กซี่เสียหลักชนเสาไฟดับ 2 เจ็บ 2
 
 
                  เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 30 ก.ค.57 ร.ต.ท.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถบริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางคู่ขนาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถกู้ชีพรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งและแพทย์นิติเวชรพ.ธรรมศาสตร์
 
                  ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียน ลต 2336 กทม.ชนเสาไฟฟ้าอยู่ด้านหน้ารถพังยับเยินภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 รายทราบชื่อนายอนุสรณ์ ตันใจดี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่41/23 ถ.ปทุมลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นบัวหลวงเรริโอ เป็น คนขับรถเสียชีวิตคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำออกมาจากตัวรถ และอีก1 คนทราบชื่อนายเรวัตร กลางทัพ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/23 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เสียชีวิตอยู่ที่เบาะแค๊ปนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายทราบชื่อนายเทวทิน สังค์คง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97ม.3 ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานีและนายสุรศักดิ์ แสนแก้ว อายุ 23 ปีไม่ทราบที่อยู่ทั้ง 2 รายกู้ชีพรพ.ธรรมศาสตร์นำส่ง 1 รายและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งรพ.ภัทรธนบุรี 1 ราย ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรพบรถแท็กซี่สีชมพูหมายเลขทะเบียน ทศ 1790 กทม.ถูกเฉี่ยวด้านขวาได้รับความเสียหายอีก 1 คัน
 
                  จากการสอบถามนายสมหมาย เรียงร้อย อายุ 58 ปีคนขับรถแท็กซี่บอกว่าขณะที่ตนเองขับอยู่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านระหว่างนั้นรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วและเฉี่ยวรถของตนเองทำให้รถกระบะส่ายไปส่ายมาและชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจนด้านหน้ารถระเบิดตนจึงจอดรถและวิ่งมาดูภายในรถมี 4 คนเห็นว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำผู้เสียทั้ง 2 ราย ส่งนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์