
'เตีย บันห์'นำ'ฮุน มาเนต'พบ'ประยุทธ์'
'เตีย บันห์'นำ'ฮุน มาเนต'พบ'ประยุทธ์' ยันหนุนคสช.สัมพันธ์แน่นไทย-กัมพูชา ขณะที่ 'ประจิน'เผยเหล่าทัพได้โควตานั่ง สนช. ส่วนทัพฟ้า 20 ที่นั่ง ยังไม่ทูลเกล้าฯ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 ก.ค.2557 พล.อ เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กัมพูชา เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. โดยมี พล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหม พล.ร.อ.เตีย วิญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.เชิง ซอมนาง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รวมทั้ง พล.ท.ฮุน มาเนต รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงกลาโหม ประเทศกัมพูชา และผู้บัญชาการกองทัพภาคของกัมพูชาทั้ง 3 กองทัพภาคร่วมคณะด้วย
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความยินดีที่กัมพูชาให้เกียรติไทย พร้อมเล่าถึงการทำงานของ คสช.ในห้วงเวลาที่ผ่านมาว่า เป็นการส่งเสริมประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ การทำงานของ คสช.เพื่อปลดล็อคปัญหาลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และ คสช.จะทำให้ 2 ประเทศเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียนร่วมกัน ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน และมีความเป็นมหามิตรกันมายาวนาน และขอบคุณที่ทางกัมพูชาอภัยโทษและส่งตัวนายวีระ สมความคิด กลับประเทศไทย พร้อมกันนี้ขอให้ทั้งสองประเทศร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน รวมถึงด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ คสช.เตรียมจัดส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายความมั่นคงไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ในเร็วๆนี้
ขณะที่ พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่หัวหน้า คสช.ให้การต้อนรับ พร้อมเข้าใจถึงความจำเป็นที่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ และได้เรียนให้ทราบว่า สมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกองทัพกัมพูชา ให้การสนับสนุนการปฏิบัติทั้งปวงของ คสช.พร้อมย้ำว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป
"ประจิน"เผยทัพฟ้าได้โควตาสนช.20ที่นั่ง
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คสช.ถึงการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 200 คนว่า ในส่วนของเศรษฐกิจได้อนุมัติกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง แบ่งออกเป็นกรอบ 5 ด้าน และให้ไปทำรายละเอียดแผนงาน หากมีความชัดเจนให้ประสานงานกับสำนักงบประมาณเพื่อดำเนินการในขั้นตอนผ่านการอนุมัติของแต่ละแผนงานต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นจะต้องสานงานต่อในตำแหน่ง ครม.หรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การดำเนินการให้มีความต่อเนื่องนั้นน่าจะเป็นลักษณะการติดตามผลงาน ถ้าหากทำงานในหน้าที่ คสช.เพื่อที่จะเชื่อมโยงในการเพิ่มเติมข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของปฏิรูปได้ทำงานต่ออย่างชัดเจน คิดว่าจะเป็นในลักษณะประสานงานมากกว่า
"ส่วนที่มองกันว่าผมจะได้เป็น รมว.คมนาคม อาจจะเร็วไป และยังไม่ทราบ ดังนั้นอยากจะขอเวลาให้ สนช.(สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ได้ทำหน้าที่ก่อน ซึ่งขณะนี้ในส่วน สนช.ได้เตรียมการในขั้นต้นแล้ว และยังไม่ได้ทูกเกล้าฯ เพราะในส่วนของกองทัพอากาศ ได้แบ่งออกเป็นสองชุด ชุดแรกประมาณสิบคนได้ส่งประวัติไปเรียบร้อย ส่วนชุดที่สองจะมีเพิ่มเติมหรือไม่ หัวหน้า คสช.บอกว่าให้รออีกหนึ่งถึงสองวัน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะได้กี่คน"พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ผบ.ทอ.กล่าวอีกว่า สิบคนแรกที่ได้ผ่านการพิจารณาจาก คสช. โดยเป็นทหารที่เป็นส่วนที่อยู่ในประจำการของกองทัพอากาศ ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น สนช. ทางหัวหน้า คสช.ได้พูดชัดเจนแล้วว่า สนช.จะดูในแง่ของสภานิติบัญญัติ และมีความรู้ความเข้าใจ เพราะ สนช.เป็นองค์กรที่ทำให้เกิดรัฐบาล และจะต้องทำงานควบคู่ไปทั้งสี่ฝ่าย คือ สนช. รัฐบาล สปร.(สภาปฏิรูปแห่งชาติ) และ คสช.
ต่อข้อถาม จำนวน สนช.220 คน มีการแบ่งโควต้ากันอย่างไร พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในส่วนเหล่าทัพอื่นไม่ทราบ แต่กองทัพอากาศได้โควต้า 20 คo ซึ่งทั้งหมดที่ส่งไปก็จะมีความถนัดในเรื่องการบริหารและดูแลในทุกด้านเกี่ยวกับข้อกฎหมายบ้าง ทั้งนี้ คสช.ได้ร้องขอไปยังทุกเหล่าทัพให้จัดส่งนายทหารเข้ามาร่วมคัดเลือกเป็น สนช. ส่วนรายชื่อที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เต็มจำนวน 220 คนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้า คสช.แต่ทราบว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวระบุไว้ว่าจะต้องไม่เกิน 220 คน ส่วนโควต้าคนนอกนั้นทางหัวหน้า คสช.เป็นผู้ดูแล้ว
ต่อรถเมล์-รถไฟฟรีอีก6เดือน
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช.แถลงผลการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการขยายระยะเวลาการให้บริการเมล์ รถไฟฟรีของประชาชนออกไปอีก 6 เดือน ระหว่าง 1 สิงหาคม 2557 ถึง 31 มกราคม 2558 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน หลังจากมาตรการดังกล่าวจะครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ให้ความเห็นชอบการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป โดยเน้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณารายการที่สมควรได้รับการจดสิทธิบัตรต่างๆให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ปราชญ์ท้องถิ่น การพัฒนาภูมิปัญญาไทย เพื่อขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรในนามประเทศไทย
สพม.เสนอแนวทางปฏิรูปต้านโกง
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) แถลงกรณีข้อเสนอปฏิรูปประเทศไทยด้านป้องกันและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน หลังได้นำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ข้อสรุปมี 3 แนวทาง คือ 1.การป้องกันมีข้อเสนอให้ปฏิรูปค่านิยมคนไทย โดยให้นำหลักสูตรปลูกฝังคุณธรรมและต่อต้านทุจริตมาใช้ในการเรียนการสอนเด็กและเยาวชน และสนับสนุนออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุณธรรมแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ส่วนภาครัฐเสนอให้มีมาตรการป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และสพม.สนับสนุนให้ตรากฏหมาย พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการเพื่อป้องกันเรียกรับสินบนทุจริตงบประมาณ รวมทั้งสนับสนุนออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรม ( integrit pact ) ในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการงทุนขนาดใหญ่และต้องศึกษาความเสี่ยงในการทุจริต
2.ด้านการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น เสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ สพม.ได้ยกร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมให้ผู้กระทำความผิดครอบคลุมไปถึงเครือญาติของข้าราชการและนักการเมืองที่ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งเอื้อประโยชน์หรือเรียกว่ากฎหมายเจ็ดชั่วโคตร และคดีต้องไม่มีอายุความ รวมไปถึงสนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาเป็นภาคีต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกับนานาชาติ และ3.เป็นข้อเสนอที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานป้องกันและปราบปรามทุจริต นอกจากนี้ สพม.ยังมีข้อเสนอปฏิรูปด้านอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้เพื่อนำเสนอต่อ คสช.และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปร.) ต่อไป
เมื่อถามว่า ได้ถูกทาบทามให้เข้ามาเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือ สปร.หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทาม ตนไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องการพิจารณาของ คสช.ว่าผู้ใดเหมาะสม
เชื่อหนักใจคัดสนช.-แนะลุยเชิงรุก
นายเจษฎ์ โทณวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต กล่าวถึงการทำหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ควรวางกรอบทำงานไว้ 4 เรื่อง 1.การมาร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ 2.การทำหน้าที่โดยใช้ความรู้ความสามารถเป็นหลัก 3.การทำงานทับซ้อนในฐานะเป็นข้าราชการกับ สนช. และ 4.การดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม โดยในกลไกของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็ให้สัดส่วนของ สนช.เป็นตัวเชื่อมระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดย สนช.ต้องทำงานขับเคลื่อนไม่ใช่การตั้งรับ ต้องวางกรอบว่าจะมีเป้าหมายทำงานอย่างไร
"มีคนเคยพูดว่านักการเมืองเป็นปัญหาของบ้านเมือง ในการอภิปรายแต่ละครั้งก็มีคำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสนช.ก็เปรียบเสมือนผู้แทนของประชาชน ดังนั้นการอภิปรายแต่ละครั้งต้องมีคุณภาพ ให้แตกต่างจากในอดีตเพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคมได้"นายเจษฎ์ กล่าว และว่า การแต่งตั้ง สนช.ของ คสช.คงจะคิดหนักในเรื่องคัดเลือกจากกลุ่มเอกชน กลุ่มภาคประชาชน และกลุ่มภาควิชาชีพ เพราะแต่ละกลุ่มมีความหลากหลาย จึงอาจมีคำถามว่าการคัดเลือกแต่ละกลุ่มเป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นหรือไม่อย่างไร
กต.มั่นใจสหรัฐฯ เข้าใจแนวทางคสช.
วันเดียวกัน นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ แถลงภายหลังนำคณะเจ้าหน้าที่พร้อมผู้แทนสมาคมอาหารไทย 8 สมาคม เยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-25 กรกฎาคม เพื่อพบปะหน่วยงานภาครัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน รัฐสภาของสหรัฐฯ และกลุ่มห้างขายปลีกรายใหญ่หลายห้าง สมาคมผู้ค้าปลีกของสหรัฐอเมริกากว่า 10 ราย ที่มาร่วมประชุมที่กรุงวอชิงตันดีซี และซีอีโอจาก 18 บริษัท รวมทั้งสหภาพแรงงานของสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว และถือโอกาสชี้แจงสถานการณ์ล่าสุดของการเมืองไทย โดยยืนยันว่า คสช.เน้นเรื่องการบูรณาการปัญหาแรงงานต่างชาติกับปัญหาการค้ามนุษย์
ทั้งนี้พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีความเข้าใจมากขึ้นถึงแนวทางแก้ไขรวมทั้งเห็นมาตรการและความจริงใจ และชี้ให้เห็นว่า มีศักยภาพที่จะถอดสินค้า 4 รายการ คือ อ้อย กุ้ง ปลา เครื่องนุ่งห่ม ออกจากบัญชีรายชื่อสินค้าการใช้แรงงานเด็ก-บังคับโดยกรณีของสินค้าอ้อยมีความเป็นไปได้กว่าสินค้าอื่น ซึ่งจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปในเดือนสิงหาคม และคงต้องรอดูประกาศในเดือนกันยายน ส่วนภาคเอกชนของสหรัฐฯก็เข้าใจและเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานของ คสช.จึงยืนยันที่จะสั่งซื้อจากไทยต่อไป



