ข่าว

'พอเพียง' จะพาพ้นภัย

'พอเพียง' จะพาพ้นภัย

31 ก.ค. 2557

สวัสดีเศรษฐกิจ : 'พอเพียง' จะพาพ้นภัย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                            จากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนว่าทางการโดยธนาคารออมสินจะเสนอแนวทางแก้ไขกลุ่มลูกหนี้นอกระบบและจะมีการเชิญเครดิตบูโรและหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมวงแก้ปัญหานั้น เรื่องนี้ผมมีความเห็นดังนี้นะครับ
 
                            1.เรื่องการหามาตรการมาช่วยผู้ที่มีปัญหาหนี้นอกระบบนั้น ไม่เพียงแต่เครดิตบูโรเท่านั้นที่สนับสนุน แต่เชื่อว่าทุกภาคส่วนก็อยากช่วยแก้ไขปัญหานี้ เพราะมองว่าการให้กู้แบบดอกเบี้ยที่สูงมากๆ ชนิดที่เอาเปรียบสุดๆ และมีการติดตามหนี้แบบที่ใช้ความรุนแรงนั้น ไม่ควรเป็นสิ่งที่คนไทยเราทำกับคนไทยด้วยกัน
 
                            2.กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือ คนที่ยังมีรายได้ประจำ มีหนี้กับสถาบันการเงินในระบบจำนวนมาก และมีการไปกู้ยืมนอกระบบ หรือกำลังคิดจะไปกู้นอกระบบ อาจมีลักษณะการดำเนินชีวิตที่สุ่มเสี่ยง เช่น ชอบก่อร่างสร้างหนี้ หน้าใหญ่ไร้เงินออม ซื้อของไม่ดูความคุ้มค่า (มาจากข้อเขียนของท่านผู้รู้เรื่องการบริหารการเงินท่านหนึ่ง) หรืออาจมาจากการที่คนในครอบครัวมีปัญหาสุขภาพ อุบัติเหตุจึงต้องมีการกู้ยืมหนี้ก้อนใหญ่เข้ามา
 
                            3.เครดิตบูโรยินดีสนับสนุน แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เช่น คนเป็นหนี้ที่เคยมีปัญหาค้างชำระแต่ปัจจุบันได้มีการชำระจนเป็นปกติแล้ว หรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า "เป็นคนเคยค้างนั้น" ต้องทำให้สถาบันการเงินที่จะไปขอกู้ใหม่เชื่อว่า ลักษณะแบบนี้เมื่อได้เงินกู้ใหม่แล้วจะไม่เกิดขึ้น อะไรคือความมั่นใจที่จะทำให้เกิดกับว่าที่เจ้าหนี้คนใหม่ และทุกภาคส่วนต้องช่วยคนกลุ่มนี้อย่างไร
 
                            หลักการที่สำคัญที่ควรคิดในเรื่องนี้ 
 
                            1.คนที่เป็นหนี้ค้างอยู่ตอนนี้ ก็ควรเข้าโครงการประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ บนฐานที่ว่า มีรายได้ มีหนี้ ต้องชำระหนี้ สัญญาเป็นสัญญา บนความสามารถการชำระหนี้ที่ทำได้ในปัจจุบันตามที่ทำได้
 
                            2.ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอเหมาะสมให้สถาบันการเงินใช้ในการวิเคราะห์สินเชื่อ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบเดียวกับปี 2540 และข้อมูลนั้นต้องใช้เท่าที่จำเป็น มีระยะเวลาในการจัดเก็บตามมาตรฐานสากล เหมือนนานาอารยประเทศ ซึ่งปัจจุบันเราใช้มาตรฐานสากลต่ำสุดของการเก็บข้อมูลคือ 3 ปี หากต่ำกว่านี้ประเทศอาจจะถูกประเมินลดคะแนนจากธนาคารโลก
 
                            3. สถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชน ต่างต้องดูแลรับผิดชอบผู้ฝากเงินไม่ให้เสียหาย การบริหารความเสี่ยงต้องมี เพราะไม่ใช่เงินของผู้บริหาร หรือของธนาคาร การจะเอาเงินของคนฝากไปให้คนกู้นั้นต้องทำด้วยความรอบคอบ รัดกุม ไม่สุ่มเสี่ยงเกินไป การที่ผู้บริหารจะทำอะไรก็ต้องชั่งน้ำหนักทั้งสองด้านให้เหมาะสม และต้องคาดการณ์ได้ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น 
 
                            4.จากข้อมูลโครงการที่ออกมาคือมุ่งไปที่คนมีรายได้แต่มีปัญหาเรื่องการใช้จ่าย ก็ต้องแก้ที่นิสัยการใช้จ่ายก่อน ต้องหยุดการก่อร่างสร้างหนี้ ไม่มีการออม ซื้อของไม่ดูความคุ้มค่าและจำเป็น เป็นหลักก่อน
 
                            5.ท้ายสุดหากต้องคืนความรู้คู่ความสุข ต้องให้เงินกู้คู่ความรู้ ให้รู้ว่าทำอะไรได้ ทำไอะไรไม่ได้ ทำอะไรเหมาะไม่เหมาะ เราต้องคิดเรื่องสร้างความรู้ก่อนเรื่องเงินครับ
 
                            “พอเพียง จะพาพ้นภัย มีวินัย ใช้จ่ายให้พอดี ไม่มีหนี้เกินตัว” คือข้อคิดที่ผมขอเสนอครับ
 
 
 
 
 
--------------------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : 'พอเพียง' จะพาพ้นภัย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)