ข่าว

หลวงปู่เมืองพิษณุโลกอายุยืน101ปี

หลวงปู่เมืองพิษณุโลกอายุยืน101ปี

29 ก.ค. 2557

พิษณุโลกพบหลวงปู่อายุยืน 101 ปี ร่างกายแข็งแรง ตลอดทั้งยังจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เผยเคล็ดลับฉันผัก-ปลาเป็นประจำ

 
                    29 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่วัดเกาะแก้วประชานุรักษ์ ม.2 ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก มีหลวงปู่อายุยืน 101 ปี สภาพร่างกายยังแข็งแรง พูดจารู้เรื่องดี ตลอดทั้งยังจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างดี จึงเดินทางไปตรวจสอบมีนายบุญเรือง แตงก่อ ผอ.สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางไปกราบนมัสการ พร้อมนำสิ่งของไปถวายร่วมด้วย โดยที่สำนักงานเจ้าคณะอำเภอวังทอง ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดวัดเกาะแก้วประชานุรักษ์ โดยพบกับพระครูศุภกิจจาภิมณฑ์ เจ้าคณะอำเภอวังทอง สอบถามความเป็นมา ทราบว่ามีหลวงปู่อายุ 101 ปี จริง โดยจำวัดอยู่ในกุฏิชั้นล่างของสำนักงานเจ้าคณะอำเภอวังทอง พร้อมกับได้พาเข้าไปกราบไหว้
 
                    บริเวณห้องชั้นล่างของสำนักงานเจ้าคณะอำเภอวังทอง พบหลวงปู่บุญธธรรม เตชวโร นั่งพักผ่อนอยู่เตียงอย่างสงบนิ่ง จึงได้สอบถามหลวงปู่บุญธรรม ซึ่งตลอดเวลาฟังเข้าใจและพูดคุยรู้เรื่องทุกอย่าง แต่บางครั้งอาจจะหลงลืมไปบ้าง เพราะสภาพร่างกายและสังขารที่ไม่เอื้ออำนวย แต่หลวงปู่บุญธรรมก็เล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีตได้เข้าใจทุกอย่าง
 
                    หลวงปู่บุญธธรรม เตชวโร เล่าว่า ตนเองเกิดวันที่ 15 สิงหาคม 2456 ที่ ต.บึงพร้าว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก บิดาชื่อมั่น และมารดาชื่อไข่ ตอนนั้นยังไม่มีนามสกุล ต่อมามีการตั้งนาสกุล จึงใช้นามสกุลคำหลง มีพี่น้อง 3 คน มารดาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก พี่สาวชื่อข้อ ส่วนหลวงปู่เป็นคนที่ 2 มีชื่อเล่นว่าโบ้ ส่วนน้องสาวชื่อสกุล ตอนนี้เสียชีวิตหมดแล้ว ช่วงอายุ 20 ปี จึงได้บวชเป็นพระที่วัดเณรน้อย ในอำเภอวังทอง หลังจากนั้นได้ 3 พรรษา ได้เป็นสมภาร และพรรษาที่ 4 ได้เป็นเจ้าคณะตำบลท่าสัก จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นได้ไปศึกษาธรรมที่วัดคลองโพธิ์ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตอนมาได้ไปศึกษากรรมฐานที่วัดศรีโขลง จ.เชียงใหม่ อีก 7 พรรษา และกลับมาอยู่วัดท่าสัก จ.อุตรดิตถ์ และกลับมาอยู่วัดตาปะขาวหาย อ.เมืองพิษณุโลก และมาอยู่วัดวัดเกาะแก้วประชานุรักษ์ จนถึงปัจจุบัน ช่วงอายุ 30 ปี ได้สึกออกมามีครอบครัวและมีบุตร 1 คน และบุตรได้เสียชีวิต และภรรยาเสียชีวิต จนอายุ 69 ปี ตัดสินใจบวชอีกครั้งที่วัดตาปะขาวหาย ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก มีพระราชรัตนรังสี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอนุโยคศาสนกิจ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูวินิตศีลขันธ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
 
                    พระครูศุภกิจจาภิมณฑ์ เจ้าคณะอำเภอวังทอง เปิดเผยว่า หลวงปู่ชอบฉันยอดผักหรือผักทั่วไปและปลาเป็นประจำมาโดยตลอด สาเหตุที่นิมนต์มาอยู่ที่วัดเกาะแก้วประชานุรักษ์ เพราะจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นยังมีญาติและหลานที่ยังมีชีวิตอยู่มาเยี่ยมส่งข้าวปลาอาหาร โดยเฉพาะ ดร.จ.ส.อ.ทวี บูรณเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขางานประติมากรรม เป็นหลานแท้ๆของหลวงปู่คนหนึ่ง ตลอดเวลาหลวงปู่จะช่วยเหลือตนเองได้ แต่จะมีรถวีลแชร์เอาไว้ 1 คัน เพื่อใช้นั่งขณะจะไปเข้าห้องน้ำหรือทำธุระส่วนตัว เพราะเวลาเดินจะลำบากเนื่องจากอายุเยอะ ทุกวันจะคอยดูแลในเรื่องอาหารกินฉัน และหลวงปู่จะไม่มีโรคประจำตัว ความจำดี พูดคุยฟังเข้าใจ แต่ก็มีบางที่หลงลืม เป็นเรื่องปกติที่อายุมากแล้ว