
ทัวร์นกขมิ้นทำพิษกกต.เล็งเชือด'ปู-7รมต.'
ทัวร์นกขมิ้นทำพิษกกต.เล็งเชือด'ปู-7รมต.' ขัดรัฐธรรมนูญโทษเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง-ยุบพรรค ปลัดกห.ปัดไม่เหมาะนั่งปธ.สนช.
28ก.ค.2557 แหล่งข่าวระดับสูงจากกกต.เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน กกต. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกรวม 9 คน กรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเดินทางหาเสียง (ทัวร์นกขมิ้น) มีความผิดฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 181(4) มีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จำคุก 1 - 10 ปี ปรับ 20,000 - 200,000 บาท เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี และหากเป็นกรรมการอาจมีผลให้ยุบพรรค
โดยจะเตรียมเชิญบุคคลทั้ง 9 มาชี้แจงข้อกล่าวหา ก่อนสรุปความเห็นส่ง กกต. วินิจฉัยต่อไป ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 8 คน ประกอกด้วย นายปลอดประสพ สุรัสสวัสดี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และพล ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว
สำหรับพื้นที่เกิดเหตุมีในจังหวัดดังนี้ เชียงใหม่ ลำปาง เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ เลย ยโสธร กรุงเทพมหานคร ระยอง
มท.จี้ผู้ว่าฯเร่งสรรหาสภา-ผู้บริหารท้องถิ่น
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) ทั่วประเทศ โดยนายวิบูลย์ กล่าวว่า อยากให้เร่งรัดการดำเนินการเรื่องการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่น เพื่อไม่ให้งานค้าง และให้ดูรูปแบบการสรรหาในพื้นที่เป็นพิเศษ เพราะบางพื้นที่ปลัดถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือบางพื้นที่สภาไม่สามารถทำหน้าที่ได้ หรือบางพื้นที่มีความห่างไกลเป็นต้น ดังนั้นขอให้ ผวจ.ดูให้ละเอียด อย่าให้เลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นมาแล้วไม่สามารถทำงานได้ หรือไม่เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดูการดำเนินการของเราอยู่ นอกจากนั้นก็ขอฝากให้การทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดให้มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศด้วย รวมทั้งให้มีการตรวจสอบการดำเนินโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนั้นยังมีการเน้นย้ำเรื่องการบริการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และการตั้งศูนย์ดำรงธรรมตามคำสั่งของ คสช.ด้วย
คาดโปรดเกล้าฯสนช.ไม่เกินสิ้นเดือนนี้
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของ คสช. ถึงการทำงานตามโรดแม็พระยะที่ 2 หลังมีการพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ก่อนที่ สนช.จะเริ่มต้นปฏิบัติงานและเปิดประชุมได้ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม จากนั้นก็จะมีการดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งรับสมัครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)
"ก่อนจะมีสปช. ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการจัดงานคิกออฟเปิดตัวสภาปฏิรูป ที่สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต คาดว่าจะดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายในการปฏิรูปประเทศให้เสร็จในเวลา 10 เดือน รวมถึงให้เร่งจัดทำคำแถลงนโยบายรัฐบาลและคำแถลงงบประมาณ ให้เสร็จภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
หัวหน้าคสช. กล่าวอีกว่า ขอให้หัวหน้า 5 กลุ่มงานของ คสช. ดำเนินการจัดทำโรดแม็พการทำงานตลอดระยะเวลา พร้อมกับสรุปการปฏิบัติงานทุกไตรมาส ซึ่งทุกไตรมาสจะต้องเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ในส่วนของการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำปี ขอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ตรวจสอบคุณสมบัติให้เรียบร้อยก่อนส่งรายชื่อทั้งหมดมาให้ภายในวันที่ 15 สิงหาคม โดยจะยึดระบบการแต่งตั้งเช่นเดียวกับข้าราชการทหาร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการปรับปรุงอาคารทำเนียบรัฐบาลนั้น ไม่ได้ดำเนินการเพื่อต้อนรับหัวหน้า คสช.หรือใครคนใด แต่เพื่อหน้าตาของประเทศให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปปฏิบัติราชการได้ ซึ่งขอให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ในส่วนของสื่อบางส่วนที่ยังมีการละเมิดประกาศของ คสช.อยู่ขอให้สมาคมสื่อได้ไปกำกับดูแลกันเอง เพื่อให้การทำงานของทั้งสื่อและ คสช.สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้
เปลี่ยนป้ายห้อง-รับสนช.ชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนป้ายหน้าห้องประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานสภานิติบัญญัติ, รองประธานสภานิติบัญญัติ คนที่ 1 และรองประธานสภานิติบัญญัติคนที่ 2 พร้อมกับได้ให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องรับรองทั้ง 3 ห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. จะเข้ามาตรวจงานของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการสภา ในประเด็นเตรียมความพร้อมรับการปฏิบัติงานของสนช.ด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะนั่งประชุมรับฟังการเตรียมงานและเดินตรวจความพร้อมห้องทำงานในชั้นและอาคารต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการเตรียมความพร้อมด้วยว่า หากเร็วๆ นี้รายชื่อ สนช.ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะดำเนินการรับรายงานตัวสนช. ที่อาคารวุฒิสภา ส่วนจะจัดการประชุมสนช.นัดแรกเมื่อใดนั้น ตามธรรมเนียมปฏิบัติต้องเป็นไปหลังจากที่แล้วเสร็จงานรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสนช. โดยส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้วและสามารถปฏิบัติงานได้ในไม่ช้า ขณะที่ความพร้อมด้านงบประมาณนั้น เบื้องต้นต้องรอรายละเอียดที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าตอบแทนและเงินเดือนออกมาก่อน ทั้งนี้ ยืนยันว่าสำนักงานไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว
จ่อชงข้อบังคับประชุมสปช.ใหม่
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมรัฐสภาว่า ยังไม่ได้ทราบว่า จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกเมื่อไร เพราะต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสนช.และมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาก่อน แต่ทางรัฐสภาก็ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ส่วนกรณีการร่างข้อคับของสปช.ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลนั้น เห็นว่า ก่อนหน้านี้ที่เคยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญก็สามารถใช้ข้อบังคับสนช.ได้โดยอนุโลม แต่ครั้งนี้หาก สปช.จะมีข้อบังคับเป็นของตัวเอง ก็ได้เตรียมยกร่างข้อบังคับไว้แล้ว ซึ่งเท่าที่ดูหลักเกณฑ์ของสปช.จะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ขึ้นอยู่กับสปช.ว่าจะใช้ข้อบังคับของสนช.ได้หรือไม่
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างสภา นายจเร กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการตรวจสอบการทุจริตถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ได้ตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวพันกัน ทั้งกระบวนการและมีการรายงานมายังตนในบางเรื่องบางโครงการแล้ว อย่างไรก็ตาม โครงการที่ทางสภาได้ตรวจสอบเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียน ป.ป.ช.ให้มีการตรวจสอบเช่นกัน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. อย่างเต็มที่ โดยส่งเอกสาร พยานหลักฐานที่ ป.ป.ช.ต้องการใช้ประกอบการตรวจสอบแล้ว
ปลัดกห.ปัดไม่เหมาะนั่งปธ.สนช.
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสนช.ว่า ตนไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายควรให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทำจะดีกว่าเพราะเป็นกฎหมายที่สำคัญของประเทศ ใครก็ได้ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทหารเข้ามาเป็น สนช.จำนวนมากนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องยอมรับเพราะขณะนี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ คนที่เข้ามาใน สนช.ได้รับการคัดเลือกอย่างดี กองทัพเองจะส่งใครเข้ามาใน สนช.ก็ต้องกลัวเสียชื่อ ดังนั้น คนที่ส่งเข้าไปก็ต้องทำการบ้านอย่างหนักและเป็นคนที่มีความรู้ หลายคนเรียนจบปริญญาโทและปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์
"รอดูรายชื่อที่ออกมาก่อนก็ขึ้นอยู่กับสังคมเป็นผู้ตัดสินว่าจะมองมุมไหน ยืนยันว่า นายทหารผู้ที่ได้คัดเลือกมีคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานที่เราคัดเป็นนายทหารชั้นดีของกองทัพ" พล.อ.สุรศักดิ์ ยืนยัน



