ข่าว

'สูตรยึดอำนาจ'ไม่ให้'เสียของ'

'สูตรยึดอำนาจ'ไม่ให้'เสียของ'

29 ก.ค. 2557

'สูตรยึดอำนาจ'ไม่ให้'เสียของ' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน

                ต้องไม่ทำให้การดำเนินการที่ผ่านมา "เสียของ" คือสุ้มเสียงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำถาม คือ จะ "ทำอย่างไร" เพื่อไม่ให้เสียของ

                "ความจำเป็นในช่วงเวลา 1 ปี นับจากนี้ไปคือ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเสียงบ่น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สิ่งที่อุตส่าห์ลงแรง และทำกันไปในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นสิ่งที่เสียของ หรือสูญเปล่า" วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ของ คสช. พูดระหว่างการแถลงข่าวเรื่องรัฐธรรมนูญชั่วคราว

                แม้ไม่มีคำอธิบายออกมาชัดๆ จาก คสช. ว่า "เสียของ" ที่ว่า นี้คืออะไร แต่คนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจความหมายของคำนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีการเปรียบเทียบไปถึงการยึดอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี 2549 ที่ถูกมองว่า "เสียของ" ทำไม่สะเด็ดน้ำ

                พิจารณาแนวทางของ คสช. จะเห็นได้ว่าทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เข้าใจได้ว่าวางแผนมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยในภาพรวมมีการกำหนดโรดแม็พออกมาอย่างชัดเจนใน 3 ระยะ และเมื่อพิจารณาเนื้อหา "รัฐธรรมนูญชั่วคราว" อย่างละเอียดจะเห็นเป็น "สูตร" ที่จะเป็นตัวการันตีให้การยึดอำนาจครั้งนี้ "ไม่เสียของ"

                "เขียนอย่างไรก็ได้ ให้ คสช.คุมได้ทั้ง สนช. (ฝ่ายนิติบัญญัติ) และรัฐบาล (ฝ่ายบริหาร)" คนใน คสช. เปิดเผยถึง "โจทย์" ที่ คสช.ให้แก่ "ทีม" ยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่เป็นโจทย์สั้นๆ แต่ได้ใจความชัดเจน และก็ได้คำตอบชัดเจนจาก "รัฐธรรมนูญชั่วคราว" ที่ออกมา

                ถอดรหัส "สูตร" ยึดอำนาจเพื่อไม่ให้ "เสียของ" นี้ พบว่าประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ 1.คุมรัฐบาล 2.คุมสภานิติบัญญัติ 3.ล็อกสเปกรัฐธรรมนูญ 4.อำนาจพิเศษ

                อย่างแรก "คุมรัฐบาล" ถึงนาทีนี้คงไม่มีพลิกโผแล้ว คือ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้า คสช. คงมาเป็น "นายกรัฐมนตรี" อย่างแน่นอน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยปฏิเสธว่าจะไม่เข้ามาเป็นนายกฯ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

                ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามความชัดเจนในเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น "หัวหน้า คสช." เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่า "อยู่ในขั้นตอน" ให้รอดู ใจเย็นๆ และล่าสุดในวันแถลงรัฐธรรมนูญชั่วคราว ผู้สื่อข่าวถามเรื่องนี้อีกครั้ง "พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. และ "วิษณุ เครืองาม" บอกว่า รัฐธรรมนูญ "ไม่ได้มีข้อห้าม" ที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ แต่จะได้เป็นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ สนช. และจะเหมาะสมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน และ สนช.เป็นผู้ตัดสิน

                แต่ที่แน่ๆ มีเสียงเล็ดลอดออกมาจาก คสช.ว่า "ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกรายการทุกวันศุกร์ตอนนี้ ก็เหมือนการซ้อมก่อนจะเป็นนายกฯ"

                ส่วนที่สอง "คุม สนช." องค์กรที่จะทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แทนสภาผู้แทนฯ วุฒิสภา และรัฐสภา ซึ่งหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ "เลือกนายกฯ" และ "ตรากฎหมาย" ที่ คสช.เห็นว่าจำเป็น โดยเฉพาะกฎหมายที่ไม่สามารถทำได้ในภาวะปกติ เช่น กฎหมายภาษีที่ดิน กฎหมายภาษีมรดก ที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำได้ เพราะไปกระทบประโยชน์ของกลุ่มคนที่ "เสียงดัง" ทั้งที่เป็นนักการเมืองเอง และ "นายทุน" ต่างๆ

                จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นว่ามี "ทหาร" เข้ามาเป็นส่วนประกอบของ สนช.มากที่สุด โดยตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการที่ออกมาคือ ประมาณ 100 คน จากจำนวน สนช.ที่สามารถมีได้ไม่เกิน 220 คน

                ประกอบไปด้วย "นายทหารประจำการ" ที่มาจากกองทัพบกมากกว่าหน่วยอื่น เพราะเป็นหน่วยหลักในการเข้ามาควบคุมสถานการณ์จากการยึดอำนาจ นายทหารระดับคุมกำลังตั้งแต่ระดับ "ผู้บัญชาการกองพล 20 กองพล" พร้อมด้วย ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) ผบ.ศูนย์บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (ศปภอ.ทบ.) ผบ.มณฑลทหารบก (มทบ.) ในแต่ละกองทัพภาคต่างๆ อีก 13 หน่วย

                คนที่จะมาเป็น "ประธาน สนช." ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ในเบื้องต้นมีชื่อบุคคลที่เป็นแคนดิเดตประธาน สนช.แล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็น "วิษณุ เครืองาม" "พรเพชร วิชิตชลชัย" ที่ปรึกษากฎหมายระดับ "ปรมาจารย์" ของ คสช.ทั้งสองคน ที่เป็นมือยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือ "พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์" ปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ล่าสุด พล.อ.สุรศักดิ์ มาออกตัวว่าเขาไม่เหมาะสม

                "สนช.ต้องเป็นคนที่ คสช.ไว้ใจได้" เป็นบทสรุปที่ตรงกันของทุกฝ่าย

                สาม "ล็อกสเปกรัฐธรรมนูญ" ส่วนนี้ปรากฏชัดเจนอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 35 ที่กำหนดว่ารัฐธรรมนูญถาวรต้องครอบคลุม 10 ประเด็น ที่น่าสนใจ เช่น ข้อ 2 ให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย เพิ่มถ้อยคำ "ที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย" เข้าไปด้วย เพื่อขจัดปัญหาต่างๆ เช่นที่มักมีการเปรียบเทียบกับของต่างประเทศ

                ข้อ 4 การให้มีกลไกป้องกันไม่ให้คนที่เคยต้อง "คำพิพากษา" หรือ "คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย" ว่ากระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือโกงเลือกตั้ง เข้ามามีตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด ข้อกำหนดนี้ทำให้มีการมองไปที่อดีตนายกฯ สองพี่น้อง คือ "ทักษิณ ชินวัตร" และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่า คงจะหมดสิทธิกลับสู่การเมืองแล้ว

                ข้อ 5 ให้มีกลไกที่ทำให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ เรียกง่ายๆ คือ ป้องกันไม่ให้เกิด "หุ่นเชิด" ทางการเมือง ดังที่เคยปรากฏ

                ข้อ 7 ป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว แปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ คือ เพื่อสกัดนโยบาย "ประชานิยม" แบบไม่ลืมหูลืมตา แบบไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าไม่ใช่เงินของตัวเอง และ ข้อ 10 กำหนดให้มีกลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศต่อไป และยังให้ทบทวนถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าขององค์กรตามรัฐธรรมนูญด้วย 

                นอกจากการกำหนด "สเปก" รัฐธรรมนูญถาวรไว้ 10 ข้อแล้ว รัฐธรรมนูญชั่วคราวยังเขียนให้ คสช.สามารถ "คุม" การยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ด้วยการส่ง "คนของตัวเอง" เข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่าง ตั้งแต่ ประธาน 1 คน ในสัดส่วน คสช. 5 คน สัดส่วนคณะรัฐมนตรี 5 คน สัดส่วน สนช. 5 คน ซึ่งทุกส่วนหมายถึง "คสช." ทั้งนั้น ส่วนอีก 20 คนที่มาจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คสช.ก็น่าจะมีอิทธิพลต่อการส่งตัวแทนในส่วนนั้นด้วย

                ข้อสุดท้าย ในสูตรไม่ให้เสียของ คือ "อำนาจพิเศษ" ของ คสช. ซึ่งถูกกำหนดไว้ในมาตรา 44 ซึ่งเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ "หัวหน้า คสช."

                อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ พูดในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา "ไม่ว่า คสช.จะมีอำนาจมากเท่าใด หากผู้ใช้อำนาจนั้นใช้ในการกระทำสิ่งดีๆ เกิดประโยชน์กับคนไทย กับประเทศไทย ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ...ขอความไว้วางใจกับการใช้อำนาจของ คสช. คสช.ไม่มุ่งหวังจะใช้อำนาจทำลายล้างใคร"

                สุดท้าย การยึดอำนาจครั้งนี้ จะ "เสียของ" หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่ "เป้าหมาย" ของการยึดอำนาจครั้งนี้ ว่าทำเพื่ออะไร ?

--------------------

(หมายเหตุ : 'สูตรยึดอำนาจ'ไม่ให้'เสียของ' : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน )