
'วัชรพล'ปัดมีตัวเต็ง'ผบ.ตร.'
28 ก.ค. 2557
'วัชรพล' ชี้ กลาง ส.ค.รู้ตัว 'ผบ.ตร.' คนใหม่ ปัดมีในใจ ย้ำ 5 บิ๊กตร. มีโอกาสเท่ากัน
28 ก.ค. 57 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการพิจารณาเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป หลังจากให้รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ส่งประวัติ ผลงาน และวิสัยทัศน์ให้พิจารณา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ได้รับวิสัยทัศน์ของรอง ผบ.ตร.และจตช.ทั้ง 5 คนแล้ว เริ่มดูไปบ้างแล้ว ได้กำหนดหัวข้อให้เขียนวิสัยทัศน์มาความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ ตอนนี้อยู่ในขั้นพิจารณา โดยหลักในการพิจารณาเลือก ผบ.ตร. กฎหมายตำรวจให้พิจารณาจากปัจจัย ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ อาวุโส ผลงาน โดยการพิจารณาวิสัยทัศน์เป็นมิติที่ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เห็นว่าผู้ที่มีสิทธิ์ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. มีแนวคิดอย่างไรในการนำพาองค์กรตำรวจที่มี 215,000 คน และมีหน้าที่สำคัญมากในการดูแลความสงบเรียบร้อย การพิจารณาคัดเลือกต้องดูหลายองค์ประกอบ ไม่สามารถบอกเป็นสัดส่วนได้ว่าใช้ปัจจัยใด กี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับเรื่องความอาวุโสที่กฎหมายไม่ระบุว่าต้องพิจารณาเรียงอาวุโส แต่ให้นำมาเป็นองค์ประกอบเท่านั้น
รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่พิจารณา ยังไม่มีใครคนใดคนหนึ่งในใจ ขณะนี้ รอง ผบ.ตร.และจตช.ทุกคนตั้งใจทำงาน ตนให้สำนักงานกำลังพลจัดทำประวัติการรับราชการ ผลงานของทั้ง 5 คน มาพิจารณาประกอบวิสัยทัศน์ ตอนนี้ทั้ง 5คนมีโอกาสเท่ากัน
"คุณสมบัติของ ผบ.ตร.ตอนนี้ ต้องทุ่มเท เสียสละ มุ่งมั่น ตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด ช่วงที่ผ่านมาประชาชนเรียกร้อง 2 เรื่อง คือ ปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปตำรวจ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปตำรวจ เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้ง 5 ท่าน ต้องไปคิดถึงความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่อยากเห็นตำรวจเป็นอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้ง 5 คน ต้องคิดว่าพร้อมที่จะนำองค์กรไปตามความคาดหวังของประชาชนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ว่าจะเห็นชอบตามที่ผมเสนอไปหรือไม่ หากเสนอแล้ว ก.ต.ช.ไม่เห็นชอบ ต้องกลับมาทบทวนแล้วเสนอใหม่"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่เป็นประธาน ก.ต.ช.ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ต้องไปคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในประเด็นจังหวะเวลาในการแต่งตั้ง ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว โดยคิดว่าน่าจะแต่งตั้ง ผบ.ตร.ในห้วง 2 สัปดาห์นี้ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม เพื่อให้การแต่งตั้งระดับ พล.ต.ต. เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯ แต่หากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ก็อนุโลมขอเลื่อนการแต่งตั้งระดับรองลงมาออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตกลงว่าจะประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตร.เมื่อไร แต่ไม่ใช่สัปดาห์นี้ เพราะสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อแต่งตั้งอนุ ก.ตร. อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ถามถึงรอง ผบ.ตร.หรือจตช.คนใดเป็นพิเศษ แต่ชื่นชมการทำงานของตำรวจในช่วงนี้ ว่ามีความเข้มแข็ง คุมปัญหาอาชญากรรมอย่างเต็มที่ ตนชื่นชมรอง ผบ.ตร.ทุกคนที่ตอนนี้ช่วยกันทำงาน
เมื่อถามว่าการที่ คสช.มอบหมาย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง ให้ไปกำกับดูแลเหตุระเบิดรถยนต์ที่ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นการบอกกลายๆ หรือไม่ ว่าไว้วางใจให้เป็น ผบ.ตร.คนต่อไป รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า งาน 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นเรื่องความมั่นคง ตนติดราชการพื้นที่อื่นๆ จึงให้ พล.ต.อ.สมยศ ไปดู การมอบหมายงานให้ พล.ต.อ.สมยศ ดูงานความมั่นคง ก็ไม่มีอะไรพิเศษ ทุกหน้างานมีความสำคัญ ทั้งยาเสพติดที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.กำกับอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่า พล.ต.อ.สมยศ คือตัวเต็ง พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ทั้ง 5 คน มีความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับบทบาทของงาน สื่อมวลชน พี่น้องประชาชนสนใจประเด็นอะไร งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ก็สำคัญ รอง ผบ.ตร.-จตช.ทุกคน ยังมีโอกาส ถึงวันที่ต้องเลือก ตนไม่ลำบากใจ แต่คงสบายใจด้วยซ้ำที่ได้เสนอแล้วเสร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ก.ต.ช. เชื่อว่า เมื่อเลือกใครคนใดคนหนึ่ง จะไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งสูงสุดตำแหน่งเดียว ก็ต้องเลือกคนเดียว ส่วนกรณี พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) หากมีการโปรดเกล้าฯ เป็นรอง ผบ.ตร. ก่อนการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย



