ข่าว

ดนตรีกล่อม 'ลูกน้อย' ให้เป็นอัจฉริยะ

ดนตรีกล่อม 'ลูกน้อย' ให้เป็นอัจฉริยะ

29 ก.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : ดนตรีกล่อม 'ลูกน้อย' ให้เป็นอัจฉริยะ

 
                              เสียงดนตรีเป็นยาวิเศษที่ช่วยเสริมพัฒนาการลูกน้อยให้เติบโตอย่างแข็งแรงได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แถมยังต่อยอดพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยได้เป็นอย่างดี แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญอาจจะกลายเป็นโทษสำหรับเด็ก อย่างการเลือกเครื่องดนตรีที่ไม่เหมาะสมกับวัย หรือ ฝึกอย่างไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียกับร่างกายเด็กได้
 
                              ดร.สุวรรณา วังโสภณ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโสจากโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ผู้คิดค้นหลักสูตรดนตรีสำหรับเด็กเล็กอายุ 3-6 ขวบ โดยใช้การเล่นดนตรีเข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างเสริมพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย กล่าวว่า ความสุนทรีย์ของศิลปะด้านดนตรีนอกจากจะสร้างความสุขทางใจแล้ว ประโยชน์ของการเรียนดนตรีที่ถูกต้องยังช่วยฝึกพัฒนาการของการเจริญเติบโตให้มนุษย์ได้ตั้งแต่วัยเด็ก 
 
                              "มีการวิจัยพบว่า คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้ฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อคลอดทารกออกมา ทารกจะมีพัฒนาการด้านร่างกายและไอคิวสูงกว่าทารกที่ไม่ได้ฟังเพลง อาจเป็นเพลงที่เปิดให้ฟัง หรือ คุณแม่จะใช้วิธีร้องเพลงกล่อมเด็กให้ลูกฟังแทนก็ได้ ซึ่งมีผลวิจัยว่าหากคุณแม่ร้องเพลงกล่อมเด็กขณะที่ยังตั้งครรภ์อยู่ทุกๆ วัน เมื่อคลอดออกมาหากลูกน้อยร้องไห้หรืองอแงเมื่อไหร่ ให้เปิดเพลงหรือร้องเพลงที่แม่เคยร้องให้ฟังตั้งแต่สมัยตั้งครรภ์ ทารกจะนิ่งสงบลงและสนใจในเสียงเพลงกล่อมเด็กอย่างน่าอัศจรรย์" ดร.สุวรรณา กล่าว
 
                              นอกจากเด็กปกติ ดนตรียังถูกนำมาใช้กับการฝึกทักษะของเด็กที่ไม่ปกติ เช่น เด็กไฮเปอร์ที่มีสมาธิสั้น ให้รับรู้และมีสมาธิมากขึ้นได้ด้วย โดยฝึกแบบเดียวกับเด็กปกติทั่วไป แต่อาจต้องย้ำและทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เช่น เด็กไฮเปอร์สมาธิสั้น จะมีช่วงเวลาที่มีสมาธิเพียง 3-5 นาที ใน 1-3 ชั่วโมง ก็ต้องรอจังหวะช่วงนั้นและรีบสอนและย้ำซ้ำๆ ในช่วงนั้น ให้มากกว่าเด็กปกติทั่วไป 10-20 รอบ จากนั้น สมาธิของเด็กก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จาก 3 นาที เพิ่มเป็น 5 นาที เป็น 10 นาที และอาจเป็นปกติได้ในที่สุด 
 
                              ส่วนเรื่องการเลือกเครื่องดนตรีให้เด็กเล็ก อย่างเหมาะสมกับวัย และพัฒนาการ ก่อน 2-3 ขวบ จะเป็นเครื่องดนตรีประเภทจับ เขย่า เคาะ ตี เนื่องจากกล้ามเนื้อ นิ้วมือยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ มีวิจัยมาแล้วว่า เด็กที่ได้เล่นเพอร์คัสชั่นตั้งแต่เล็กๆ จะมีพัฒนาการทางด้านมิติสัมพันธ์ ตรรกะ ความเข้าใจ ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่เคยได้สัมผัสเครื่องดนตรีเหล่านี้ จากนั้นในช่วง 4-5 ขวบ ให้เริ่มเล่นเครื่องดนตรีประเภทอิเล็กโทนที่ไม่ต้องออกแรงเล่นมากนัก เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กยังอ่อน และในช่วง 6-7 ขวบ ค่อยเริ่มขยับมาเป็นการเล่น  เปียโนเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้สามารถต่อยอดไปสู่พื้นฐานการเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ ในอนาคตได้ จากนั้น 8-16 ขวบ ก็สามารถเริ่มเล่นเครื่องดนตรีทุกประเภทตามที่เด็กชอบได้