ข่าว

สิทธิทำกินที่ขายได้

สิทธิทำกินที่ขายได้

29 ก.ค. 2557

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สิทธิทำกินที่ขายได้ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                              ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากจะเกิดขึ้นมานานแล้ว ยังเกิดขึ้นได้ทุกตารางนิ้วของประเทศ ในอดีตการบุกรุกจะกระทำโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งมีฐานะดี ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางการเงินหรือฐานะทางสังคม รวมไปถึงฐานะทางด้านหน้าที่การงานรับราชการมีตำแหน่งใหญ่โตหรือเป็นนักการเมืองด้วย 
 
                              การรุกล้ำพื้นที่สาธารณะในยุคแรกเป็นการรุกล้ำพื้นที่ในป่าเขาลับหูลับตาผู้คน และกระบวนการก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ชอบหรืออยากได้พื้นที่ตรงไหนก็เข้าไปหักร้างถางพงยึดครองเอาไว้ กว่าที่จะมีคนภายนอกรู้เรื่องราวพื้นที่ดังกล่าวก็มีเอกสารสิทธิยืนยันตามลำดับชั้นไปเสียแล้ว ต่อมาขั้นตอนการเข้ายึดครองพื้นที่สาธารณะเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะสังคมเริ่มมีการจับตามองและมีการออกมาบอกต่อกันในวงกว้าง 
 
                              ผู้บุกรุกขั้นตอนแรกๆ จึงกลายเป็นคนจนผู้หาเช้ากินค่ำ ปลูกพืชผักหากิน ในรูปแบบของการทำไร่เลื่อนลอย หากมีการจับกุมจากทางราชการเกิดขึ้นก็อาศัยความยากจนไร้ที่ทำมาหากินมาเป็นเครื่องมือในการต่อรอง ทำให้ราชการไม่สามารถทนกระแสกดดันจากสังคมได้ ท้ายที่สุดต้องยินยอมให้ใช้พื้นที่สาธารณะที่ถูกรุกล้ำดังกล่าว “เป็นพื้นที่สำหรับการทำกิน โดยห้ามจำหน่ายจ่ายแจกหรือโอนสิทธิ”
 
                              แต่ขั้นตอนการปฏิบัติทางกฎหมายที่ดูลักลั่นกลับทำให้วัตถุประสงค์เบี่ยงเบน เพราะหลังจากนั้นก็จะมีการร้องขอเอกสารสิทธิบนพื้นที่ดังกล่าว ข้ออ้างก็คือ เพื่อเอาไปเป็นทุนสำหรับการค้ำประกันเงินกู้เอามาลงทุน ซึ่งแทนที่ราชการจะงดการออกเอกสารสิทธิการครอบครองเอาไว้ เพราะเป็นการ “ให้ยืมพื้นที่เพื่อทำกิน” ไม่ใช่เป็นการ “ให้ครอบครองเพื่อใช้เป็นทรัพย์สินหรือทุน”
 
                              แต่หน่วยงานราชการจะด้วยแรงกดดันหรือเหตุผลใดก็ตาม กลับยอมที่จะออกเอกสารสิทธิตามลำดับชั้นและเวลาในการครอบครอง ส่งผลให้พื้นที่สาธารณะที่ถูกบุกรุกเข้าไปยึดครองอย่างผิดกฎหมาย กลายเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่มีเจ้าของครอบครองและเอาไปซื้อขายจ่ายแจกได้ทันที
 
                              ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะพื้นที่ห่างไกลปืนเที่ยงเท่านั้น แต่ในเมืองก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน นั่นคือปัญหาการรุกล้ำพื้นที่บาทวิถีเพื่อเอาไปเป็นที่ตั้งประกอบธุรกิจการค้าส่วนตน ซึ่งเมื่อมีการกวดขันจับกุมคราใดก็จะมีเสียงร้องเรียน โดยอ้างว่า “รังแกการทำมาหากินของคนจน” เกิดขึ้นทุกครั้ง
 
                              แต่จะมีใครก้าวลงไปตรวจสอบเชิงลึกกันบ้างหรือไม่ว่า ที่ทำมาหากินบนพื้นที่สาธารณะนั้น เป็นคนที่ได้รับสิทธิ “อนุโลมผ่อนผัน” ดั้งเดิม หรือเป็นผู้ที่ซื้อสิทธิขายช่วงเปลี่ยนมือกันมาแล้ว หรือเป็นคนที่ถูกใช้ให้เป็นตัวแทนบังหน้าของพ่อค้าผู้มีฐานะดี แต่ต้องการใช้พื้นที่สาธารณะที่มีค่าใช้จ่ายต่ำแต่ทำเลดี มาทำการค้าแบบเอาเปรียบสังคม
 
                              การสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่ทำมาหากินเป็นเรื่องดีที่รัฐพึงต้องกระทำ แต่ต้องกระทำการด้วยความรอบคอบ ไม่ยอมหรือแกล้งยอมที่จะตกเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือ ของคนที่จ้องจะเอาเปรียบพื้นที่สาธารณะไปเป็นทรัพย์สินของตน ช่วงเวลาที่ปลอดนักการเมืองอย่างนี้ จึงเป็นช่วงเวลาดี ที่ควรทำการสังคายนาปัญหาที่หมักหมมกันมานานนี้เสียทีครับ
 
 
 
 
 
 
---------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สิทธิทำกินที่ขายได้ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)