
รัฐสภาอินเดีย
รัฐสภาอินเดีย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
เมื่อ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมรัฐสภาอินเดีย และได้ฟังบรรยายตลอดจนพบปะกับ ส.ส.อาวุโสและเลขาธิการรัฐสภาของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเห็นว่าน่าจะได้บอกเล่าบรรยากาศให้ผู้อ่านทราบถึงประสบการณ์นี้
รัฐสภาอินเดียเป็นที่รวมของสองสภาตัวแทนของประเทศ คือ สภาผู้แทนราษฎร หรือภาษาอินเดียว่า โลกสภา และวุฒิสภา หรือราชยะสภา ตั้งอยู่ในเขตราชการของกรุงนิวเดลี ด้านหน้าเป็นวัดซิกข์ ที่มีชื่อเสียงพอดี รถติดมาก เพราะมีการทำพิธีกัน การรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ประตูมีการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงตลอดเวลา การตรวจบุคคลและสิ่งของเข้มงวด แม้ว่าจะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม แต่ต้องแจ้งขอวีซ่าเข้าล่วงหน้า ทั้งนี้ผมได้เข้าชมอาคารสำคัญสองหลัง หลังแรกคือพิพิธภัณฑ์ของรัฐสภา ซึ่งไม่ใหญ่นัก ด้านในจัดแสดงสไลด์มัลติวิชั่นว่า กว่าอินเดียจะได้รับเอกราชในปี 1948 และได้เป็นสาธารณรัฐมีรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยถูกฉีกตั้งแต่ปี 1950 นั้น ต้องสู้มาขนาดไหน จากนั้นชมหุ่นขี้ผึ้งประวัติการปกครองอินเดียตั้งแต่ยุคพระเจ้าอโศกมหาราชจนถึงราชวงศ์โมกุล ชั้นบนเป็นของที่ระลึกจากรัฐสภาชาติต่างๆ มอบให้รัฐสภาอินเดีย ได้เห็นเรือสุพรรณหงส์จำลองคริสตัล ที่ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาสมัยหนึ่ง มอบให้จัดแสดงอยู่
จากอาคารพิพิธภัณฑ์ ออกไปไม่กี่สิบเมตรจะเป็นอาคารทรงชามอ่างแบบสนามกีฬาอารีน่า เป็นตึกที่สวยมาก ออกแบบโดย เอ็ดวิน ลุดเยนส์ สถาปนิกผู้ออกแบบทั้งเมืองนิวเดลี เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 1927 ในฐานะที่ทำการของอุปราชอังกฤษ ได้นั่งชมการอภิปรายงบประมาณประมาณครึ่งชั่วโมง จากชั้นบ็อกซ์ด้านบน ประเด็นที่วันนั้นอภิปรายเป็นเรื่องการจัดสร้างถนนไฮเวย์แคว้นย่านตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังไม่มีถนนประเภทนี้ใช้ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลสลับกันพูดเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการอื่นอีกก็ได้ประเด็นนี้คงไม่สะใจ จึงไม่มีการค้าน นอกจากประธานรัฐสภาจะกดออดเตือนบางคน ฝ่ายรัฐบาลมีจำนวนมากกว่า เมื่อฝ่ายของตนอภิปรายดีจะใช้การเคาะโต๊ะให้กำลังใจ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นเรนทรา โมดี เข้าร่วมประชุมในชุดขาวคลุมยาว กางเกงขาวหรือชุดคูต้า เหมือน ส.ส.ส่วนใหญ่ เท่าที่สังเกตไม่มีใครบ้าใส่สูทเมืองเมืองไทย
กลับมาที่อาคารพิพิธภัณฑ์ฟังปุรโณอกิต๊อก ซังม่า อดีตประธานรัฐสภาคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มาจากฝ่ายค้าน เป็น ส.ส.ของแคว้นเมฆาลัย ที่มีชาวมอญอยู่มากถึง 10 สมัย และเพิ่งพลาดการล็อบบี้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียเมื่อปีก่อน ท่านได้เล่าถึงรัฐสภาในฐานะของการเอื้อต่อรากฐานประชาธิปไตยในอินเดีย ถึงแม้ว่าบางอย่างอย่างล่าช้า ถกเถียง แต่ก็จะพัฒนาก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลาที่ผ่านการปรับปรุงตน ในส่วนที่เกี่ยวกับไทย ท่านแนะนำว่า การแก้ไขปัญหาคนชั่วเข้าสภานั้นต้องขึ้นอยู่กับความเป็นอิสระของคณะกรรมาธิการการเลือกตั้ง ควรเลือกสรรให้เป็นอิสระจริงปลอดจากการตกอยู่ใต้อำนาจใคร



