ข่าว

เบตงยังน่าอยู่หลังคาร์บอมบ์เตรียมฟื้นมั่นใจ

เบตงยังน่าอยู่หลังคาร์บอมบ์เตรียมฟื้นมั่นใจ

27 ก.ค. 2557

เบตงยังน่าอยู่หลังคาร์บอมบ์หอค้าเตรียมฟื้นความมั่นใจ ชาวเบตงวอนสังคมอย่ามองภาพติดลบ

                  272557หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์บริเวณหน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิอล์ เมื่อเย็นวันที่ 25 กค.นั้น หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่า ปฏิบัติการความรุนแรงครั้งนี้  สอดรับกับกระแสข่าวที่หน่วยข่าวความมั่นคงในส่วนกลางได้รับก่อนหน้านี้ว่า มีการเรียกประชุมสั่งการโดยแกนนำคนสำคัญจากนอกประเทศให้แนวร่วมในพื้นที่สลับพื้นที่ก่อเหตุ และให้เร่งก่อเหตุรุนแรง และสามารถปฏิบัติการนอกพื้นที่ 3 จังหวัดได้ก่อนช่วงตรุษอิดิ้ลฟิตรี หรือเทศกาลรายอของพี่น้องมุสลิมหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน และรัฐบาลกำลังสาละวนอยู่กับปัญหาการเมืองในส่วนกลาง จึงมีช่องโหว่เยอะมากให้ก่อเหตุ


                  ส่วนเหตุระเบิดที่หน้าโรงแรม ฮอลิเดย์ฮิอล์ น่าจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มก่อความไม่สงบในการขยายอิทธิพลออกนอกพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของจ.สงขลา โดยอาศัยช่วงการเมืองกำลังเปลี่ยนถ่ายอำนาจและเจ้าหน้าที่ไม่มีสมาธิในการเฝ้าระวัง

                  ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อ.เบตง ในระยะ 8 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าลดลงอย่างชัดเจน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ณ์ความรุนแรงขึ้น ทางหอการค้าก็ได้มีโครงการฟื้นฟู โดยได้ร่วมกับผู้ประกอบการสร้าง บรรยากาศคลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมาจับจ่ายใช้สอยเป็นไปด้วยความเบาใจ และสบายใจให้มากยิ่งขึ้น เพราะภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะออกมาจับจ่ายรู้สึกมีความกังวลในระดับหนึ่งในการเดินทาง ในการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ทุกคนก็อาจเข้าใจดีว่ามันเป็นแค่ช่วงเพียงสั้นๆ ถ้ามองภาพรวมด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุนต่างคงยังไม่เกิดขึ้น แต่การออกมาจับจ่ายสินค้ามีมากขึ้น คึกคักมากขึ้น

                  ส่วนกรณีที่ทางขบวนการบีอาร์เอ็นได้ยื่นข้อเสนอมายังตัวแทนเจรจาฝ่ายไทยให้หยุดสถานบันเทิง สถานบริการช่วงเดือนรอมฎอน ตนคิดว่าต้องมาคุยกันว่าจุดไหนที่เป็นจุดที่พอดี ทางตัวแทนรัฐบาลไทยก็มีการประเมินสถานการณ์อยู่ว่าจุดไหนที่เป็นจุดที่เหมาะสม เชื่อว่าแกนนำของขบวนการบีอาร์เอ็นก็เห็นพื้นที่ คลุกคลีอยู่ในพื้นที่วันหนึ่งการเจรจาก็ถึงจุดที่เหมาะสม และเมื่อถึงจุดนั้น ทุกภาคส่วนก็ต้องปรับตัวไปหาจุดสมดุลของพื้นที่

                  สำหรับอ.เบตงเป็นอำเภอชายแดนของ จ.ยะลา มีเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีด่านศุลกากร และมีสินค้าไทยส่งออกมีมูลค่า 1,864,850,681.41 บาท และมีมูลค่าการนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย 39,644,541.81 บาท โดยส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย มีมูลค่าสูงกว่าสินค้าของมาเลเซียที่นำเข้าไทยคิดเป็น ร้อยละ 4,603.93 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าของประเทศมาเลเซีย ปีละจำนวนมาก และเกิดขึ้นลักษณะนี้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว

                  นอกจากนั้น ที่อ.เบตงยังได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี รองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียนิยมเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง

                  อ.เบตงเล็กๆ แห่งนี้มีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มากถึง 7 แห่ง มีโรงแรมที่มีห้องพักระดับร้อยห้องหลายแห่ง มีดิสโก้เธคขนาดใหญ่ 4 แห่ง สถานบันเทิงขนาดเล็กและใหญ่เกือบร้อยแห่ง มีการลงทุนก่อสร้างโรงแรมมูลค่าเป็นร้อยล้านบาท

                  ปัจจุบันพื้นที่ อ.เบตงแบ่งเขตการปกครองเป็น 5 ตำบล คือ ต.เบตง ต.ยะรม ต.ธารน้ำทิพย์ ต.ตาเนาะแมเราะและ ต.อัยเยอร์เวง ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเหมือนในครั้งนี้ในรอบ 8 ปี

                  นายสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง เผยว่ามูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้  ในเร็วๆ นี้จะพูดคุยกับผู้ประกอบการและประชาชน เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูปรับปรุงให้พื้นที่กลับสู่ภาวะปกติ เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย

                  ส่วนเรื่องมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนับจากนี้ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเบตง บอกว่า คงต้องหารือกับผู้ประกอบการเพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตา รวมถึงการขอสนับสนุนกำลังจากเจ้าหน้าที่ ทหารพราน ฝ่ายปกครองและตำรวจเพิ่มขึ้นด้วย

                  อย่างไรก็ตามสำหรับบรรยากาศยามค่ำคืนเมืองเบตงยังคงเมืองที่สุขสงบและน่าอยู่ที่สุดท่ามกลางไฟใต้ที่กำลังลุกโชน

 

ผวจ.ยะลาขอแรงคนไทยเที่ยวเบตง
                    
              นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ความคืบหน้าการเยียวยาผู้ได้รับกระทบจากเหตุ คาร์บอมบ์ อ.เบตง จ.ยะลา  ซึ่งแบ่งออกเป็นความเสียหายทางร่างกาย ทรัพย์สิน  ในส่วนของความเสียหายทางร่างกายสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  รวมเป็นกว่า 1.5 ล้านบาท    โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ สาหัส 4 ราย  บาดเจ็บปานกลาง 11 ราย และบาดเจ็เล็กน้อย 29 ราย   โดยผู้เสียชีวิตรายละ 500,000 บาท  บาดเจ็บสาหัสรายละ 50,000 บาท  บาดเจ็บปานกลางรายละ 30,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บเล็กน้อยรายละ 10,000 บาท  
                   
              ส่วนความเสียหายทรัพย์สินรจักรยานยนต์จำนวน 47 คัน  รถยนต์จำนวน 7 คัน  อาคารพาณิชย์ที่เป็นทรัพย์สินของกรมธนารักษ์จำนวน 22 คูหา  และอาคารพาทั่วไป จำนวน 21 คูหา  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30 ล้าน  6แสน 9 หมื่น บาท   
               
              “มูลค่าความเสียหายทั้งหมดรวมถึงโรงแรมและเซเว่นอีเลฟเว่นจุดที่ใกล้จุดระเบิด  คาดว่าจะสามารถสรุปและนำเสนอต่อศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ในสัปดาห์หน้าหรือหากไม่เสร็จก็อาจจะขยายไปอีก1สัปดาห์” นายเดชรัฐ กล่าวและว่า  

              ผลกระทบจากเหตุระเบิดครั้งนี้ กลุ่มที่มีผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย  ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย  ไม่ตื่นกลัวเหมือนกับนักท่องเที่ยวคนไทย  จึงมั่นใจว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาไม่ยาก  ในขณะที่คนเบตงเองก็ไม่ได้วิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก  ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแค่ตกใจนิดหน่อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เนื่องจากเบตงไม่ได้เกิดเหตุมานานมาก   และเบตงเองก็ความปลอดภัยค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับหลายพื้นที่
                 
              “ผมอยากเรียกร้องอย่างนี้ครับว่า หากคนไทยต้องการจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนเบตง ก็ขอให้คนไทยเดินทางลงมาท่องเที่ยวเบตง คืนความสุขให้คนในพื้นที่  เพราะในพื้นที่ตอนนี้คนในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์  จึงอยากฝากวิงวอนด้วย”
                  
              นอกจากนี้สื่อมวลชลมาเลเซียเองก็ไม่ได้มีการประโคมข่าวคาร์บอมบ์ที่เบตงแบบเกาะติด เขารายงานข่าวที่เกิดขึ้นแล้วก็จบ ซึ่งจะต่างจากของไทยที่เกาะติด ทำให้เหมือนเป็นการตอกย้ำให้รู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัย จึงขอความเห็นใจให้กับคนเบตง และยะลาด้วย


ชาวเบตงวอนสังคมอย่ามองภาพติดลบ


              นายสวัสดิ์ จักรวาลพิทักษ์ ผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิด กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานราชการ เนื่องจากร้านค้าได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายอย่างมาก เนื่องจากพยายามระมัดระวังมาโดยตลอดแต่สุดท้ายก็โดนจนได้ ซึ่งครั้งนี้ถือว่ารุนแรงกว่าเหตุการณ์เมื่อปี 2549 แม้ครั้งนั้นจะเกิดหลายจุดแต่ความเสียหายไม่มากนักเมื่อเทียบกับครั้งนี้

              “ผมอยู่เบตงมานานเจอเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งสองครั้งทำให้รับรู้ว่าคนร้ายยังคงจ้องทำร้ายพื้นที่อย่างไม่ลดละ วันนี้ชาวเบตงคงต้องมาร่วมกันดูแลบ้านให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถามว่าต้องปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตหรือไม่คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นแต่ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นก็พอ”

              ด้านนางเปรมสินี กฤษหิรัญทวี ชาวบ้านอ.เบตง  กล่าวว่า รู้สึกกลัวและหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่คิดย้ายไปไหนเพราะที่นี่คือบ้านที่ทำมาหากินมานาน และที่สำคัญเชื่อว่าสังคมและความผูกพันธ์ที่เหนียวแน่นของชาวเบตงจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้

              “กลัวแต่เราคงไม่หนีไปไหนเพราะที่นี่คือบ้านเรา หลังจากนี้ทุกคนจะได้นำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่จะหันหน้ามาร่วมมือกันดูแลปกป้องพื้นที่ของเราไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายได้อีก”นางเปรมสินี กล่าว

              เช่นเดียวกับนายสุคนธ์ ฟ้าอรุณ ชาวเมืองเบตงอีกราย กล่าวว่า แม้วันนี้เบตงจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดแต่ก็ยังเชื่อว่าเบตงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ดี เนื่องจากเบตงยังมีจุดเด่นและมีพื้นที่อีกมากมายที่เป็นโซนปลอดภัยที่ไม่อยากให้สังคมภายนอกมองว่าเบตงเป็นพื้นที่ความรุนแรง เพราะในข้อเท็จจริงจุดที่ระเบิดนั้นเป็นเพียงจุดหนึ่งเท่านั้นเมื่อเทียบกับจุดเด่นของเมืองเบตงที่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส

              "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ติดใจสงสัยหรือโทษว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายใดที่ปล่อยให้มีระเบิดหลุดเข้ามาได้ เพราะเชื่อว่าชาวบ้านทุกคนเข้าใจดีว่ากลุ่มที่จะจ้องจะทำลายนั้นพยายามทำทุกช่องทางอยู่แล้ว แม้จะป้องกันดีเพียงใดก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นซึ่งสิ่งที่จะต้องทำร่วมกันนับจากนี้ไปคือ การร่วมมือดูแลบ้านเมืองให้เข้มงวดยิ่งขึ้นทุกฝ่าย" นายสุคนธ์ กล่าว