ข่าว

ไทยลีกออกกฎเข้ม
จับนักเตะตรวจโด๊ป

ไทยลีกออกกฎเข้ม จับนักเตะตรวจโด๊ป

01 ก.ค. 2552

คณะกรรมการจัดลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ออกกฎเข้มฤดูกาลหน้าจับนักเตะตรวจสารต้องห้าม ตามข้อบังคับของเอเอฟซี พร้อมยึดกฎทีมแชมป์เลกแรกให้ดูที่ผลประตูได้-เสีย ส่วนเกมสุดท้ายของฤดูกาล กรณีที่มีคะแนนเท่ากันให้ดูที่ เฮด ทู เฮด ตัดสินหาตำแหน่งแชมป์ พร้อมออกโรงเตือนส


 ที่อาคาร 300 เตียง การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ประจำปี 2552 โดยมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นประธานในการประชุมโดยวาระการประชุมวันนี้เป็นการนำข้อบกพร่องต่าง ๆ หลังผ่านการแข่งขันเลกแรกไปแล้ว สรุปว่าสนามแข่งขันของหลายทีมที่ใช้เป็นสยามเหย้ายังไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งมีหลายนัดที่ไฟสนามดับระหว่างการแข่งขัน และได้ส่งจดหมายชี้แจงไปยังทุกสโมสรเกี่ยวกับปัญหาที่สโมสรนั้นๆ ต้องแก้ไขแล้ว พร้อมทั้งแจกคู่มือรักษาความปลอดภัยระหว่างการแข่งขันให้ด้วย
 นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเปลี่ยนแปลงระเบียบว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลอาชีพไทยพรีเมียร์ลีก ข้อ 5.2.6 ว่าด้วยเรื่องไม่อนุญาตให้นักเตะที่ส่งรายชื่อแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก ในปีใดปีหนึ่ง ไปเล่นในฟุตบอลรายการอื่น ๆ ในปีเดียวกันทุกรายการ ยกเว้นได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการแล้ว เปลี่ยนให้นักเตะจากไทยพรีเมียร์ลีกสามารถเล่นในดิวิชั่น 1 ได้ เนื่องจากอาจมีการซื้อตัวระหว่างฤดูกาล ส่วนรายการอื่น ๆ ต้องอนุญาตจากคณะกรรมการเหมือนเดิม
 ขณะที่การตัดสินแชมป์และการจัดอันดับทีมในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันที่ประชุมมีมติให้ยึดกฎในการแข่งขันเลกแรก ให้ใช้ผลประตูได้ -เสีย เป็นอันดับแรก หากยังเท่ากันอีกให้ดูที่ประตูได้ ใครดีกว่ากัน ส่วนในนัดสุดท้ายของฤดูกาล กรณีที่มีทีมที่คะแนนเท่ากัน จะใช้กฎเฮด ทู เฮด ตัดสินหาทีมแชมป์เป็นอันดับแรก ถ้ายังเสมอกัน พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ชนะ ทีมไหนชนะมากกว่าจะอยู่อันดับสูงกว่า ถ้ายังเท่ากันอีก ให้ใช้ผลต่างประตูได้-เสีย โดยจะใช้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เป็นต้นไป


 ที่ประชุมพิจารณาถึง การให้นายหน้านักเตะหรือเอเย่นต์ต้องจดทะเบียนกับสมาคมฟุตบอลฯ โดยต้องผ่านการสอบของสมาคมฟุตบอลฯ และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก่อนที่ประชุมอนุมัติในหลักการให้มีการตั้งข้อบังคับดังกล่าว พร้อมมอบหมายให้ประธานพิจารณาถึงรายละเอียดและคุณสมบัติของเอเย่นต์เพื่อนำมาร่างข้อบังคับต่อไป ส่วนสัญญาว่าจ้างนักเตะจะต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ โดยสัญญาจะมีทั้งหมด 3 ฉบับด้วยกัน คือนักเตะจะถือไว้ 1 ฉบับ, สโมสรถือไว้ 1 ฉบับ และ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีอีก 1 ฉบับ ดังนั้นหากนักเตะคนใดจะโอนย้ายจะต้องผ่านมติคณะกรรมการจัดการแข่งขันด้วย 
 นอกจากนี้จะให้มีการตรวจสารต้องห้ามของนักเตะในไทยพรีเมียร์ลีก โดยเริ่มตั้งแต่ปีหน้า เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของเอเอฟซี ซึ่งฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ประธานพิจารณาบทลงโทษนักเตะที่ตรวจพบสารต้องห้าม
 อย่างไรก็ตามที่ประชุมตั้งข้อสังเกตกรณี 3 สโมสรจาก จ.ชลบุรี ในไทยพรีเมียร์ลีก ได้แก่ ชลบุรี เอฟซี, ศรีราชา เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด ได้มีการสลับผู้เล่นและโค้ชกัน ซึ่งในฟุตบอลระดับอาชีพ ไม่ควรจะมีเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งประธานชี้แจงว่า จะพยายามให้ ทั้ง 3 ทีมแข่งขันในช่วงต้นของทั้งสองเลก เพื่อไม่ให้มีผลในการช่วยกันในการลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้น