
ขยายรถบีอาร์ทีวิ่งยาวถึงปากเกร็ด-ช่องนนทรี
ผู้บริหาร กทม.เห็นชอบขยายรถเมล์ บีอาร์ที สายหมอชิต - ศูนย์ราชการ ถึงปากเกร็ด คาดเปิดบริการปี 2554 ส่วนสายแรก ช่องนนทรี - ราชพฤกษ์ ที่ ดีเอสไอ ยังสอบฮั้วจัดซื้อรถนั้น กทม.ยันเปิดให้บริการ 15 พ.ค.ปีหน้า
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการขยายเส้นทางรถเมล์ประจำทางด่วนพิเศษ(บีอาร์ที) สายที่ 2 ไปถึง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตามที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร้องขอ จากเดิมที่วางแผนเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต-ศูนย์ราชการ ระยะทาง 16 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้คาดว่าหลังจากเพิ่มเส้นทางส่วนต่อขยายไปถึง อ.ปากเกร็ด แล้วจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 70% หรือประมาณ 1.2 แสนคน/วัน มากกว่าที่ประเมินตัวเลขผู้ใช้บริการจากหมอชิต-ศูนย์ราชการไว้ที่วันละ 7 หมื่นคน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางส่วนต่อขยายจะมีสถานีเพิ่มขึ้น 2 สถานี ได้แก่ สถานีคลองประปา และสถานีเมืองทองธานี นอกจากนี้ยังมีโรงซ่อมบำรุง(เดปโป้) ภายในเมืองทองธานี โดยในส่วนของเส้นทางนั้นคาดว่าหลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติ จะสามารถดำเนินการจัดจ้างได้ในเดือนกันยายน ปี 2552 และแล้วเสร็จในปลายปี 2553 และพร้อมจะเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2554 ทั้งนี้รถบีอาร์ทีสายดังกล่าวจะทำให้จราจรในเส้นทาง คล่องตัวมากขึ้น ลดปริมาณรถยนต์บนถนนแจ้งวัฒนะได้ 33,000 คันต่อวัน โดยใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ต้นสถานีหมอชิตถึงเมืองทองธานีเฉลี่ย 33 นาทีเท่านั้น
ส่วนโครงการรถบีอาร์ทีสายนำร่อง จากช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตรขณะนี้สถานีที่ 2-11 นั้นก่อสร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงสถาน ที่ 1 และ 12 ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เส้นทางแรกมีความล่าช้าเพราะถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ตรวจสอบการทุจริตฮั้วประมูลจัดซื้อรถบีอาร์ทีอยู่นั้น ทางกทม.ยืนยันว่าจะสามารถเปิดวิ่งบริการได้ในวันที่ 15 พ.ค.2553 อย่างแน่นอน โดยที่ไม่ต้องรอการตรวจสอบของดีเอสไอ ซึ่งหากดีเอสไอตัดสินว่าฮั้วประมูล กทม.ก็จะดำเนินการยกเลิกสัญญากับเอกชน แต่หากตรวจสอบแล้ว กทม. ไม่ผิดก็อาจนำรถที่จัดซื้อในโครงการแรกมาวิ่งให้บริการในสายที่ 2 หรือใช้วิ่งในเส้นทางแรกตามเดิม



