
'เรียนรู้ชีวิต ปลูกจิตสาธารณะ'กับอปท.
'เรียนรู้ชีวิต ปลูกจิตสาธารณะ' เริ่มต้นสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้เด็กไทย : สำราญ สมพงษ์รายงาน
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับเทศบาลนครปากเกร็ด จัดงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคมนี้ ที่อาคารชารเลนเจอร์ อิมเพ็ค เมืองทองธานี ชูแนวคิด “จิตสาธารณะ [Public Mind]” เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาเด็กหรือเยาวชนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพโดยเน้นหลักการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กหรือเยาวชนเกิดความเข้าใจใน “จิตสาธารณะ” และสามารถนำกลับไปปฏิบัติจนเกิดเป็นนิสัย
นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้พูดถึงภาพรวมของงาน ซึ่งเน้นไปในทิศทางปลูกฝั่งจิตสาธารณะให้กับเยาวชนไทยด้วยกันหลากหลายด้าน อาทิเช่น การออกบูทจากหน่วยงาน องค์กรที่คัดสรรมาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องจิตสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีเวทีการประกวด เวทีเสวนา และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย เพื่อเสริมสร้างทั้งในเรื่องกิจกรรมและประสบการณ์ให้เยาวชนไทยได้ร่วมปลูกฝั่งความเป็นไทยที่มีจิตใจที่มีสาธารณะให้แก่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
“จากความสำคัญของการมีจิตสาธารณะ ถ้าสามารถปลูกฝัง ส่งเสริม หรือพัฒนาให้เด็กมีจิตสำนึกสาธารณะ ด้วยวิธีการต่าง ๆ จะทำให้เด็กมีจิตใจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน อาสาดูแลรับผิดชอบสมบัติส่วนรวม มีการใช้อย่างสมบัติของส่วนรวมอย่างเห็นคุณค่า ใช้อย่างทะนุถนอม รู้จักการแบ่งปันโอกาสในการใช้ของส่วนรวมให้ผู้อื่น เมื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ปัญหาที่เกิดการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ปัญหาการทำลายสาธารณะสมบัติต่าง ๆ จะลดลง การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์พวกพ้องก็จะลดน้อยลง และจะนำมาสู่สังคมที่พัฒนาขึ้น” นายวัลลภ กล่าว
ขณะที่นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด กล่าวว่า “การตระหนักรู้ และคำนึงถึงการมีส่วนรวมร่วมกัน การตระหนักรู้ตน ที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม หรือการคำนึงถึงผู้อื่นที่มีความสัมพันธ์ในสังคมเดียวกัน เป็นการแสดงออกเพื่อสังคมส่วนรวม การบริการชุมชน การทำประโยชน์เพื่อสังคม” ทั้งนี้เพื่อทำให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะด้านวัตถุหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังหมายรวมไปถึงความสุขของประชากรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ และถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน
การปลูกฝังจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมหรือสาธารณะ เป็นการสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นกับคนทุกคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งถือเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศสืบต่อไป จิตสำนึกนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภายในกายของคน "จิตสาธารณะ" จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนรู้จัก การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจ ร่วมมือในการทำประโยชน์ เพื่อสังคมและส่วนรวม จิตสำนึกดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองและสังคม ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต อันจะเป็นหลักการในการดำเนินชีวิต เป็นการแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขกับสังคมอย่างได้ผลเป็นเชิงประจักษ์ แต่ในทุกวันนี้เราจะพบได้ว่า ในแต่ละปี รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณจำนวนไม่น้อย ในการประชาสัมพันธ์เรื่องจิตสำนึกต่อสาธารณะให้กับคนในสังคมในรูปแบบของ ป้ายต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตือนสติผู้คนที่ผ่านไปมา ซึ่งนับวันจำนวนป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าวจะมีเพิ่มมากขึ้น เช่น ป้ายที่แสดงงบประมาณมีจำกัด โปรดใช้อย่างประหยัด โปรดรักษาความสะอาด ห้ามบ้วนน้ำลายลงบนพื้น ห้ามทิ้งขยะ หรือกรุณาอย่าทิ้งขยะลงข้างทาง ห้ามสูบบุหรี่ โปรดทำความสะอาดก่อนออกจากห้องน้ำ ฯลฯ ป้ายที่มีหลากหลายเหล่านี้ เห็นกันจนคุ้นตา เป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ขาด “จิตสำนึกสาธารณะ” ทางราชการ จึงต้องสูญเสียงบประมาณอย่างมากมายมหาศาล ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวทั่วประเทศ เป็นการเขียนป้าย บอกเตือน การกระทำดังกล่าว ซึ่งอาจได้ผลบ้างสำหรับผู้คนที่มีสำนึกบกพร่องต่อสาธารณะเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่ได้ผลเลยกับผู้คนที่ขาดจิตสำนึกโดยสิ้นเชิง จึงเป็นเหตุให้ต้องจัดหาป้ายอีกลักษณะหนึ่งที่เขียนเป็นข้อความว่า ฝ่าฝืนปรับ หรือเขียนข้อความว่า ทั้งจำ ทั้งปรับ ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถแก้ไขพฤติกรรมของคนที่อยากแต่จะปฏิบัติแต่เพียงว่า ทำอะไรได้ตามใจ คือไทยแท้ ซึ่งเป็นการคิดที่ขาดความถูกต้อง



