
'เคดิรา VS เมสซี' ความเหมือนที่แตกต่าง
26 ก.ค. 2557
'เคดิรา VS เมสซี' ความเหมือนที่แตกต่าง : โดย...ลุงหวานเย็น
หากเทียบกันในเรื่องของชื่อเสียงบนโลกของเกมลูกหนัง แน่นอนว่า ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ต้องมีชื่อชั้นที่เหนือกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง ซามี เคดิรา กองกลางทีมชาติเยอรมนีของ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด อยู่หลายเท่าตัว แต่ตอนนี้ เคดิรา กลับเหนือกว่า เมสซี ในเรื่องความสำเร็จบนสังเวียนแข้ง หลังจากที่สวมบทเป็นหนึ่งใน "พระเอก" ของทีมต้นสังกัดและชาติบ้านเกิด ซึ่งตรงกันข้ามกับดาวดังชาวอาร์เจนไตน์ที่ต้องจำใจสวมบทเป็น "พระรอง"
เนื่องจาก เคดิรา ในวัย 27 ปี สามารถคว้าถ้วยรางวัลแห่งสำเร็จในระดับสุดยอดได้ถึง 2 รายการติดต่อกัน เริ่มจากในเกมระดับสโมสรยุโรป นั่นก็คือ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำฤดูกาล 2013/14 ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเกมระดับชาติกันไปหมาดๆ เพราะเพิ่งมีส่วนช่วยให้ทัพลูกหนัง "อินทรีเหล็ก" ผงาดคว้า แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ได้บนดินแดนบราซิล แถมยังกลายเป็นชาติลูกหนังจากทวีปยุโรปทีมแรกที่บุกไปชนะบนแผ่นดินอเมริกาใต้ได้อีกด้วย
แม้ก่อนหน้านี้ เคดิรา จะเคยหายหน้าตาไปจากสังเวียนแข้งเป็นเวลานานหลายเดือน เพราะต้องไปพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่แผ่นหลังเกือบทั้งฤดูกาลที่แล้ว แต่เมื่อหายเดี้ยงก็ได้กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ไล่ต้อนชนะ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-1 พร้อมกับช่วยให้ "ราชันชุดขาว" ผงาดคว้าแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 10 ได้สำเร็จ ก่อนที่จะช่วยให้ทัพลูกหนังจากเมืองเบียร์ยึดบัลลังก์แชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 ได้อีกหนึ่งรายการ
ส่งผลให้ เคดิรา กลายเป็นนักเตะคนที่ 10 ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกที่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ระดับสุดยอดได้ถึง 2 รายการติดต่อกัน โดยก่อนหน้านี้ 7 นักเตะรุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง เซปป์ ไมเออร์, พอล ไบรท์เนอร์, ฮันส์ จอร์จ ชวาร์เซนเบ็ค, จุปป์ คาเปลล์มันน์, อูลี เฮอเนส, แกร์ด มุลเลอร์ และ "แดร์ไกเซอร์" ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ เคยทำได้สำเร็จมาแล้วเมื่อ 40 ปีก่อน เพราะทั้ง 7 คนดังกล่าวเคยช่วยให้ทีมต้นสังกัด "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ผงาดคว้าแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปเมื่อสมัยที่ยังใช้ชื่อการแข่งขันว่า "ยูโรเปี้ยน คัพ" และต่อด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1974 ที่บ้านเกิดของตัวเอง
พร้อมกันนี้ เคดิรา ยังเดินตามรอยเท้าของ 2 นักเตะรุ่นพี่ที่เคยค้าแข้งให้รีล มาดริด มาก่อน นั่นก็คือ คริสติยอง กาเรมเบอ อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เคยมีส่วนช่วยให้ยักษ์ใหญ่แห่งสเปนผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะช่วยให้ทัพลูกหนังจากเมืองน้ำหอมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ โรแบร์โต คาร์ลอส อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติบราซิลที่เคยช่วยให้ "ราชันชุดขาว" ซิวบัลลังก์เจ้าสโมสรยุโรปได้เมื่อ 12 ปีก่อน และเคยเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของทัพลูกหนัง "แซมบา" ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 อีกต่างหาก
ขณะที่ เมสซี ในวัย 27 ปี ต้องจำใจสวมบทเป็น "พระรอง" จากการที่ต้องพบกับความว่างเปล่าจากการโชว์ฝีเท้าบนสังเวียนแข้ง เพราะไม่สามารถคว้าถ้วยแชมป์ติดมือได้เลยแม้แต่รายการเดียว เริ่มจากเกมการแข่งขันในระดับสโมสรจากเมื่อฤดูกาลที่ผ่านพ้นไป หลังจากที่บาร์เซโลนา ทำได้เพียงแค่เข้าป้ายรองแชมป์ลาลีกา สเปน รวมถึงตำแหน่งรองแชมป์โคปา เดล เรย์ อีกหนึ่งรายการ ส่วนผลงานในเกมระดับชาติก็ต้องชวดโอกาสพบกับความสำเร็จไปแบบหวุดหวิด เนื่องจาก "ฟ้าขาว" ทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 เท่านั้น
จึงทำให้ เมสซี ต้องจำใจเดินตามรอยเท้าของดาวเตะรุ่นพี่อย่าง "ไกเซอร์น้อย" มิชาเอล บัลลัค อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมนีที่เคยพบกับโชคชะตาแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แม้จะเคยได้รับการยกย่องให้เป็น "พระเอก" จากการโชว์ฟอร์มในช่วงฤดูกาล 2001/2002 ได้อย่างโดดเด่น แต่สุดท้าย บัลลัค กลับต้องสวมบทเป็น "พระรอง" จากผลงานการทำทัพเลเวอร์คูเซน ทำได้เพียงเข้าป้าย "ทริปเปิลรองแชมป์" ถึง 3 รายการด้วยกัน ไล่ตั้งแต่รองแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี, รองแชมป์เดเอฟเบ โพคาล และรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แถมยังต้องพบกับความผิดหวังจากเกมรอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก 2002 อีกด้วย เนื่องจาก "อินทรีเหล็ก" ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ เมสซี กับ เคดิรา จึงมีความเหมือนที่แตกต่างกันไปตามผลงานบนสังเวียนแข้งของแต่ละคน
---------------------------
('เคดิรา VS เมสซี' ความเหมือนที่แตกต่าง : โดย...ลุงหวานเย็น)



