ข่าว

แรงงานไทย300คนขอย้ายออกพื้นที่เสี่ยง

แรงงานไทย300คนขอย้ายออกพื้นที่เสี่ยง

25 ก.ค. 2557

'ปลัดก.แรงงาน' ยันทางการอิสราเอลพร้อมให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่เสียชีวิต เผยมีแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงขอย้ายออกแล้ว 300 คน

 
                     25 ก.ค.57 นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) เปิดเผยถึงการช่วยเหลือครอบครัวของนายนรากร กิตติยังกุล แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศ ในประเทศอิสราเอลว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้หารือกับนายซีมอน โรเดด (MR.Simon Roded) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยทางโทรศัพท์โดยสรุปว่าจะมีการติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเพื่อจะได้รับทราบสถานการณ์ในอิสราเอลและการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทย รวมทั้งตนยังได้รับการยืนยันว่าทางการอิสราเอลจะให้ความดูแลครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตอย่างเต็มที่เหมือนที่ผ่านมา ส่วนการส่งศพแรงงานไทยที่เสียชีวิตกับมาประกอบพิธีศพตามประเพณีชาวม้ง นั้น คาดว่าจะเดินทางมาถึงในวันอาทิตย์ 27 ก.ค. หรือวันจันทร์ที่ 28 ก.ค.นี้ แต่ต้องรอการยืนยันวันและเวลาที่ชัดเจนจากสถานทูตอิสราเอลอีกครั้ง
 
                     ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า ส่วนการเคลื่อนย้ายแรงงานพื้นที่เสี่ยงในอิสราเอล ทางการอิสราเอลยืนยันจะให้การช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้มีแรงงานไทยแจ้งความประสงค์ขอย้ายแล้วประมาณ 300 คน จากจำนวนแรงงานไทยทั้งหมดกว่า 4,000 คน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและสามารถแจ้งขอเคลื่อนย้ายแรงงานไทยออกจากพื้นที่เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีที่นายจ้างขอให้ลูกจ้างออกไปทำงานทั้งที่มีการประกาศเตือนให้เข้าสู่ที่ปลอดภัย เนื่องจากมีการโจมตีทางอากาศนั้น จะต้องให้ทางการสถานทูตอิสราเอลช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง
 
                     "ทั้งนี้ผมขอฝากถึงแรงงานไทยในอิสราเอลให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของตนเองเป็นสำคัญ เมื่อมีการแจ้งเตือนโดยผ่านหัวหน้าคนงานก็ขอให้เข้าสู่ที่ปลอดภัย" ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว
 
 
พี่สาวแรงงานไทยเสียชีวิตเผย กต.แจ้งศพ 'นรากร' ถึงไทย 28 ก.ค.นี้
 
 
                     วันเดียวกัน นางวันเพ็ญ ยาอุด พี่สาวของนายนรากร กิตติยังกุล แรงงานไทยชาวจ.น่านที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศที่อิสราเอล เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศว่าจะมีการนำศพของนายนรากรมาถึงกรุงเทพฯในวันที่ 28 ก.ค.นี้มายังสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน ซึ่งตนจะไปรับศพของน้องชายโดยหน่วยงานรัฐได้แจ้งว่าได้ช่วยเหลือจัดรถตู้เพื่อนำศพของน้องชายกลับไปทำพิธีศพที่บ้านโดยจัดพิธีศพแบบชาวเขาเผ่าม้ง ส่วนความช่วยเหลือนั้นเบื้องต้นได้รับแจ้งว่าจากกรมการกงสุลว่าทางการอิสราเอลจะมีเงินชดเชยการเสียชีวิตของน้องชาย
 
                     ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายจ้างอิสราเอลขอให้นายนรากรและเพื่อนแรงงานไทยออกไปทำงานในเรือนเพาะชำขณะมีการประกาศเตือนให้แรงงานเข้าที่หลบภัย เนื่องจากมีการโจมตีทางอากาศ แม้บริเวณเรือนเพาะชำจะมีที่หลบภัย แต่ก็มีเหตุทำให้นายนรากรเสียชีวิตในช่วงพักโดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางการอิสราเอลสถานทูตไทยในอิสราเอล รวมทั้งกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทยร่วมมือกันดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยให้มากขึ้น อย่าให้เข้าไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย และหากแรงงานไทยประสบเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ต้องให้ความช่วยเหลือและจ่ายเงินชดเชย
 
                     “ขณะนี้ทางการไทยและอิสราเอลควรร่วมมือกันสอบถามความสมัครใจของแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลทั้งหมดว่ายังคงต้องการทำงานในอิสราเอลหรือไม่ หากแรงงานไทยคนใดไม่ต้องการทำงานแล้ว ควรส่งกลับประเทศไทย หรือหากแรงงานไทยคนใดต้องการทำงานต่อไป ก็ควรอพยพไปทำงานในพื้นที่ที่ปลอดภัยเพราะถ้าแรงงานไทยยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโอกาสที่จะต้องประสบเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบก็อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับน้องชายของดิฉัน” นางวันเพ็ญ กล่าว
 
 
เปิดทางอพยพคนไทยออกจาก 'อิสราเอล'
 
 
                     นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงแผนการอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล ว่า ได้เตรียมการไว้ใน 3 ทาง ได้แก่
 
                     1.ทางบก จะเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศอียิปต์และจอร์แดน
 
                     2. ทางเรือไปยังกรีซและไซปรัส
 
                     3.ทางอากาศ ในทางปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้รวดเร็ว เราไม่สามารถรอเวลาเพื่ออพยพคนไทยด้วยการจองตั๋วเครื่องบินพาณิชย์บินตรงกลับประเทศไทยได้ เว้นแต่จะเช่าเหมาลำ
 
                     ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยจะใช้วิธีทยอยเดินทางออกทางบกไปยังประเทศใกล้เคียงก่อนเพื่อไปโดยสารเครื่องบินที่ประเทศนั้น ทั้งนี้ยังไม่มีคนไทยร้องขอการเดินทางกลับประเทศไทย