ข่าว

หมอชี้เด็กป่วยโรคประหลาดเกิดจากบกพร่องในกระแสเลือด

หมอชี้เด็กป่วยโรคประหลาดเกิดจากบกพร่องในกระแสเลือด

01 ก.ค. 2552

เด็กหญิงวัย 11 ขวบลูกสาวผู้กำกับฯเมืองเลยป่วยเป็นโรคประหลาด เลือดไหลท่วมตัวทุกช่องทวาร จนตาบอดและสลบทุกช่วงวันโกนวันพระ พ่อต้องวิ่งรอกแบกลูกส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ หลังจากที่ตระเวณตามโรงพยาบาลมากว่าปี หมอชี้เป็นโรคประหลาดที่ทั่วโลก

อาการโรคประหลาดที่เด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่เลือดไหลทุกช่องทหาร ที่แพทย์ยังไม่สามารถวินิจได้รายนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.จีรัฐติกุล อรุณจันทร์ภักดี ผกก.สภ.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ว่า บุตรสาวของตนคือ ด.ญ.มันธนัน อรุณจันทร์ภักดี อายุ 11 ปี ปัจจุบันเรียนที่โรงเรียนอนุบาลสกลนคร ชั้น ป.4 แต่ ต้องหยุดเรียนเพื่อรักษาตัว เนื่องจาก ช่วงเดือน ส.ค.2550 เป็นต้นมา

ด.ญ.มันธนัน หรือ น้องแตม มีอาการเลือดออกทางจมูก ในช่วงแรก ก็เข้าใจว่าเป็นอาการเลือดกำเดาไหล แต่เมื่อเฝ้าดูอาการก็พบว่าเลือดที่ไหลออกทางจมูกจะมากผิดปกติ และนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาก็เกิดอาการเลือดไหลไม่เฉพาะทางจมูกเท่านั้น พอเลือดออกทางจมูกเด็กจะมีอาการตาบอด มองอะไรไม่เห็น และสลบ และพบว่ามีเลือดไหลออก ทางตา ปาก และช่องทวารทุกที่ยกเว้นหู  และนำส่งโรงพยาบาลของรัฐหลายรอบ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น และแพทย์ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของอาการป่วยได้

 จนในเดือน ธ.ค.2550 ได้นำตัวไปรักษาที่รพ.ศรีนครินทร์ มาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งแพทย์ก็รักษาอย่างเต็มที่มีการตรวจเกล็ดเลือด ตรวจชีพจร และเอ๊กซเรย์เอ็มอาร์ไอทั้งตัวอย่างละเอียด ก็พบว่าทุกอย่างเป็นปกติ และนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 7 วัน เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นก็ออกจากโรงพยาบาล แต่แพทย์ที่ช่วยรักษาหลายคนก็ลงความเห็นว่าเรื่องร่างกายที่ตรวจก็ปกติ จนเกิดความสงสัย จึงให้จิตแพทย์มาสัมภาษณ์พ่อว่าเด็กอยู่ในภาวะกดดัน หรือเครียดหรือไม่ ซึ่งเด็กก็ร่าเริง ไม่เครียดไม่มีอะไรที่กดดัน จนสุดท้ายก็ก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการป่วยได้ และแพทย์ก็ได้เข้าอินเตอร์เนตตรวจสอบ ก็พบว่าลักษณะอาการป่วยของน้องแตมทั่วโลก มีเพียง 6 รายเท่านั้น

 พ.ต.อ.จีรัฐติกุล กล่าวว่า หลังจากออกจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ต่อมาไม่นานอาการของลูกก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยอาการจะกำเริบสัปดาห์ละครั้ง ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ซึ่งเด็กจะรู้ตัว "เขาจะเข้ามากอดเรา แล้วบอกว่า พ่อ หนูปวดหัว และตาก็มองไม่เห็น หลังจากนั้นเขาก็สลบในอ้อมกอดเรา แล้วเลือดก็จะไหลออกทุกช่อง ผมก็นำส่งโรงพยาบาล บางทีพยาบาลที่เห็นเราอุ้มลูกเข้าโรงพยาบาลก็หัวเราะเราว่าเราตระหนกไปเอง เพราะเมื่อตรวจร่างกายเด็กก็ไม่พบความผิดปกติอะไร และช่วงไหนที่อาการกำเริบซึ่งเลือดจะไหล และตาจะบอดประมาณ 1 คืน ตื่นเช้าเมื่อฟื้น อาการจะเหมือนกับคนเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ ต้องช่วยนวดตัวให้สักพักก็จะเป็นปกติ"

 ซึ่งหลังจากที่ต้องพาลูกเข้า-ออกโรงพยาบาลตลอด และตัวเองทำงานที่ สภ.หนองหิน จ.เลย แต่ลูกอยู่ที่ตัวเมืองสกลนคร ซึ่งเสาร์-อาทิตย์ ต้องกลับไปหาลูกตลอด และเมื่อป่วยบ่อยก็ทำให้เสียการเรียน ซึ่งปกติ น้องแตม จะเป็นเด็กเรียนดี และตลอดทั้งวันเด็กจะมีอาการปวดหัวตลอด และบางวันก็มีอาการเลือดกำเดาไหลที่โรงเรียนทำให้เป็นภาระกับครู ทำให้พ่อต้องขอหยุดการเรียนของน้องแตมไว้ในชั้นป.4 แล้วนำตัวไปอยู่ด้วยที่ อ.วังหิน จ.เลย ที่ตัวเองทำงานอยู่เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลเต็มที่ ขณะที่ ลูกสาวคนโต ที่ปัจจุบันเรียนอยู่ ชั้น ม.2 ก็ให้เข้าเรียนที่โรงเรียนประจำที่จ.อุดรธานี ส่วนลูกชายคนเล็กอายุ 7 ขวบ ให้พักอยู่กับญาติและเรียนอยู่ชั้น ป.2 ที่จ.สกลนคร

 พ.ต.อ.จีรัฐติกุล เล่าว่า หลังจากที่นำลูกไปอยู่ด้วยที่ จ.เลย อาการก็ไม่ดีขึ้น ทั้งวันเด็กก็ยังมีอาการปวดหัว และสังเกตพบว่า อาการเลือดไหล ตาบอด และสลบ จะเกิดขึ้นในช่วงวันโกน และวันพระ จนมีผู้แนะนำว่าลองให้ลูกเข้าวัดอาจจะดีขึ้น ก็นำลูกไปอยู่ในวัดภูคำ จ.เลย ซึ่งเมื่ออยู่ในวัดเด็กก็มีอาการสดชื่น อาการปวดหัวก็ทุเลา แต่อาการป่วยก็ไม่กำเริบบ่อย อยู่สักระยะหนึ่งก็พากลับมาที่สกลนครเพื่อกลับมาเรียนซ้ำชั้น ป.4 แต่ไปโรงเรียนแทบนับวันได้ วันไหนถ้าเรียนครบเวลาถือว่าผิดปกติมาก และอาการช่วงนี้ป่วยเริ่มถี่ขึ้น ซึ่งตนก็ได้แจ้งผู้บังคับบัญชาไว้แล้วว่า จะขอย้ายมาที่จ.สกลนครเพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูก

 "ไปส่งที่โรงเรียนไม่ถึงเที่ยงก็โทรหาพ่อให้ไปรับเพราะเลือดไหล ครูก็บอกว่าให้ไปรักษาให้หายแล้วค่อยกลับมาเรียน ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ผมเคยตัดสินใจว่าจะหาวัดที่มีแม่ชี แล้วให้ลูกอยู่ที่วัดถ้าอยู่วัดแล้วอาการดีขึ้น เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็คิดแค่ให้ลูกไม่ทรมาน สงสารเขา "

 พ.ต.อ.จีรัฐติกุล กล่าวว่าล่าสุดได้รับการติดต่อจากแพทย์แผนจีน โทรศัพท์มาถามถึงอาการน้องแตม ซึ่งแพทย์จีนก็อธิบายว่าโรคลักษณะนี้ส่วนใหญ่แพทย์ทั่วไปจะไม่พบอาการ เพราะเป็นภาวะการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง เมื่อเส้นเลือดอุดตันการไหลเวียนไม่สะดวกก็จะต้องหาทางออก จนต้องออกตามช่องต่างๆ และมีอาการสลบ ซึ่งจากการสังเกตบางครั้งก็พบว่า แม้กระทั่งปลายเล็บของน้องแตมก็ยังมีเลือดไหลออกมา ซึ่งตนก็เชื่อในหลักการนี้ และแพทย์จีนจะส่งยามาให้ แต่มีข้อแม้ว่าน้องแตมจะต้องกินเฉพาะปลาที่ต้ม กับนึ่งเท่านั้น

 ขณะที่ด.ญ.มันธนัน  หรือน้องแตม ที่พักอาศัยอยู่กับญาติ ที่สกลนคร โดยมีญาติที่เป็นเด็กรุ่นเดียวกัน หยอกล้อกันเล่นเหมือนเช่นเด็กๆทั่วไป เล่าถึงอาการว่า ปกติก็ปวดหัวทั้งวัน เหมือนกับเอาเข็มหลายๆเล่มมาทิ่มที่หัวจนชา ก่อนเลือดจะไหลจะปวดหัวหนัก หลังจากนั้นตาก็เริ่มมองไม่เห็น ที่พอมองเห็นจะเป็นขาว-ดำ หลังจากนั้นก็ไม่เห็นอะไรเลย มันเหมือนกับมีหมาดำตัวใหญ่ๆ วิ่งเข้ามาหาเรา แล้วก็ทับเราไว้ แล้วก็สลบ " มันปวดตลอดจนชินแล้ว อยากจะหาย อยากไปโรงเรียน สงสารพ่อที่ต้องคอยดูแล" น้องแตมกล่าว

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า เท่าที่ฟังอาการคร่าวๆ เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่เด็กจะมีความบกพร่องในกระแสเลือด หรือเรียกง่ายๆ ว่าเลือดมีปัญหา เลือดที่ออกทางตาอาจจะเกิดจากเส้นเลือดฝอยที่ตาขาวมีจำนวนมาก การรักษาต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุใด มีหลายสาเหตุประกอบกันหรือเปล่า โดยดูพันธุกรรมจากพ่อแม่และญาติพี่น้อง อย่างไรก็ตามโรคชนิดนี้มักไม่ค่อยพบบ่อยนัก การจะระบุว่าเป็นโรคเกี่ยวกับกระแสเลือดชนิดใดนั้นต้องนำเลือดของเด็กมาตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและข้อวินิจฉัยในการรักษา

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมให้ความเห็นด้วยว่า การรักษาเบื้องต้นหากเด็กมีอาการอ่อนเพลียหมายความว่าเด็กขาดเลือดหรือเลือดไม่พอ ต้องรักษาตามอาการให้เด็กหายจากอาการซีดด้วยการให้เกลือแร่และเลือด เพื่อรักษาสมดุลของเลือดในร่างกาย หลังจากนั้นควรนำเลือดของเด็กมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุ เพราะโรคเกี่ยวกับเลือดมีหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น โรคฮีโมฟีเลียเป็นโรคกระแสเลือดประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยพบมากนัก มีลักษณะอาการคล้ายๆ กับที่ผู้ป่วยรายนี้ การจะพบว่าเป็นโรคเลือดเหล่านี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเด็ก บางคนอาจจะเจอตั้งแต่แรกเกิด บางคนเจอในช่วงวัยเด็ก หรือบางคนเจอในช่วงวัยรุ่น แล้วแต่ว่าจะพบเจอในช่วงวัยไหน