ข่าว

หนี้สินของคนไทย

หนี้สินของคนไทย

25 ก.ค. 2557

หนี้สินของคนไทย : บทประจำวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2557

                คุณภาพชีวิตของคนไทย สามารถสะท้อนออกมาให้เห็นกันได้หลายทาง ทั้งดัชนีชี้วัดความสุขที่สำรวจตรวจตรากันออกมาเป็นตัวเลขและผลวิเคราะห์ และการสำรวจเงินในกระเป๋ากับภาระรายจ่ายกับหนี้สิน ซึ่งตัวเลขล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสภาพหนี้ครัวเรือนระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2557 พบว่า มีปัญหารุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่ได้สำรวจเมื่อปี 2549 หรือในรอบ 9 ปี โดยภาระหนี้ของครัวเรือนในปี 2557 คิดเป็นสัดส่วน 74.8% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วน 64.6% และจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 219,158.20 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.1% แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 50.1% และหนี้นอกระบบ 49.1%

                จากการวิเคราะห์พบว่า หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ประชาชนต้องอาศัยเงินกู้มาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันและเสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ ขณะที่สถาบันการเงินเองก็เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ประชาชนต้องหันไปพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบมากถึง 45% โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเงินเดือนไม่เกิน 1 หมื่นบาท พบว่ามีปัญหาการชำระคืนด้วย ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว เป็นปัญหาที่พบสูงสุดในรอบ 9 ปีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้การกู้ยืมเงินจะถือเป็นเรื่องปกติในระบบเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขที่ทะยานเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 9 ปีนี้ ย่อมส่อแสดงให้เห็นว่า มันอยู่ในสภาพที่เป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วนที่สุด เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมอัดฉีดเงินเข้าระบบ ฯลฯ

                ต้องยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาประมาณเกือบ 1 ปีที่ผ่านมานี้ สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ที่จวนเจียนจะเป็น "รัฐที่ล้มเหลว" เต็มทน แต่ถึงกระนั้น สภาพการณ์ของ "รัฐบาลที่ล้มเหลว" โดยสิ้นเชิงของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซ้ำยังถูกกระหน่ำด้วยนโยบายจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด ที่ทำให้รัฐขาดทุนนับแสนล้านบาท ไม่มีเงินจ่ายหนี้ค่าข้าวให้แก่ชาวนา ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ชาวบ้านในระดับรากหญ้าเงินขาดมือ เศรษฐกิจชะงักงัน ขณะที่ตัวเลขการส่งออก ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของประเทศที่เน้นสินค้าอุตสาหกรรม แทนสินค้าเกษตรอย่างในอดีตก็ไม่กระเตื้อง เครื่องจักรที่จะขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้าได้พากันสะดุดหยุดลง โดยภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจของประเทศไทยขณะนี้จะต้องได้รับการเยียวยาแก้ไขโดยด่วนที่สุดและถูกวิธี

                การบริหารงานของประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านโครงสร้างที่ถูกออกแบบเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือเป็นการชั่วคราว ย่อมเป็นธรรมดาที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างแบบบูรณาการได้ ด้วยเหตุที่แต่ละกระทรวง ยังไม่มีนโยบายอะไรที่แปลกใหม่ หากแต่เป็นเรื่องของการ "ปัดกวาด" เสียมากกว่า การเร่งรัดให้เกิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาบริหารประเทศจึงเป็นเรื่องจำเป็นยิ่งยวดและเร่งด่วนที่สุด ขณะเดียวกัน การสรรหาคณะรัฐมนตรีที่เป็นมืออาชีพในด้านกอบกู้เศรษฐกิจก็มีความสำคัญในลำดับต้นๆ การแต่งตั้งรัฐบาล "ขิงแก่" ในอดีต น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดสำหรับ คสช.ที่จะมาศึกษาเพื่อให้คำประกาศที่ว่า ปฏิวัติแล้วต้องไม่เสียของ นั้นทำได้จริง จับต้องได้จำนวนเงินในกระเป๋า และหนี้สินระดับครัวเรือน