ข่าว

ตะลึง!หมอถอนฟันโจ๋17'232ซี่'

ตะลึง!หมอถอนฟันโจ๋17'232ซี่'

24 ก.ค. 2557

แพทย์ชาวอินเดียประสบความสำเร็จในการถอนฟันทั้งหมด 232 ซี่ ออกจากปากของหนุ่มวัย 17 ปี โดยใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง

 
                             24 ก.ค. 57  คุณหมอสุนันดา ดีแวร์ หัวหน้าแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลเจเจ ในนครมุมไบของอินเดีย เล่าให้ฟังว่า หนุ่มวัย 17 คนนี้มีนามว่า อาชิก กาไว ถูกนำตัวมารักษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากมีอาการบวมบริเวณขากรรไกรด้านขวา โดยเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดมานานถึง 18 เดือน เพราะหมอในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ไม่สามารถระบุสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นได้
 
                             สุเรช กาไว พ่อของอาชิก เล่าให้ฟังว่า ลูกชายของเขาเริ่มมีอาการปวดแบบรุนแรงเมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เขาเองก็กลัวว่าลูกจะเป็นมะเร็ง จึงตัดสินใจพาลูกมารักษาที่เมืองใหญ่
 
                             คุณหมอ บอกว่า อาการของอาชิก เกิดขึ้นได้ยากมาก ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 30 ปี มีชื่อเรียกว่า คอมเพล็กซ์ คอมโพสิท โอดอนโทมา เป็นเนื้องอกไม่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เหงือกสร้างฟันออกมามากกว่าปกติ โดยในกรณีของอาชิก น่าจะเริ่มขึ้นหลังฟันน้ำนมของเขาหลุด และจำนวนมากถึง 232 ซี่ขนาดนี้ คุณหมอ บอกว่า คงทำลายสถิติโลก 
 
                             ในตอนแรกทีมแพทย์ไม่สามารถถอนออกมาได้ด้วยเครื่องมือปกติ จนกระทั่งต้องใช้สิ่ว และค้อนมาช่วยในการถอน / หลังจากที่ทีมแพทย์ ซึ่งประกอบด้วยทันตแพทย์ 2 คน และผู้ช่วยอีก 2 คน ได้เปิดเนื้องอกออก ปรากฏว่า ฟันซี่เล็ก ซี่น้อย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไข่มุก ก็เริ่มไหลออกมาเต็มไปหมด และเมื่อผ่านไปนาน 7 ชั่วโมง ก็นับจำนวนได้ 232 ซี่ จากขากรรไกรเดียว ทำให้ตอนนี้ อาชิก กลับมามีฟัน 28 ซี่ เหมือนกับคนปกติแล้ว 
 
                             นอกจากจะหายป่วยแล้ว อาชิก ยังไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลแม้แต่รูปีเดียวด้วย เนื่องจากโครงการช่วยรักษาพยาบาลผู้ขาดรายได้ของรัฐบาลเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายให้เต็มจำนวน
 
                             ข้อมูลที่ปรากฏในตำราแพทย์ ระบุว่า โรคนี้มีผลกระทบต่อขากรรไกรบน และจำนวนฟันที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีการถอนออกมาอยู่ที่ 37 ซี่ แต่สำหรับกรณีของ อาชิก เนื้องอกได้เกิดลึกเข้าไปกว่าปกติบริเวณขากรรไกรล่าง และจำนวนฟันก็มีมากกว่าหลายเท่า
 
 
 
 
---------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)