ข่าว

'วิษณุ เครืองาม'เนติบริกรมือฉมัง

'วิษณุ เครืองาม'เนติบริกรมือฉมัง

24 ก.ค. 2557

'วิษณุ เครืองาม'เนติบริกรมือฉมัง : โอภาส บุญล้อมรายงาน

               "ดร.วิษณุ เครืองาม" ชื่อนี้ได้รับเลือกจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มาเป็นหัวหน้าทีมยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ที่ประกาศใช้ไปเรียบร้อยแล้ว

               ทำไม คสช.ต้องใช้เขา.. คำตอบก็คือ เพราะ “วิษณุ” เป็นผู้มีคุณสมบัติโดดเด่น 4 ประการ คือ 1.มีศิลปะในการเจรจา 2.เป็นที่ไว้วางใจของกลุ่มชนชั้นนำ 3.มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทางการเมืองและนักธุรกิจระดับชาติ และ 4.เป็นนักกฎหมายระดับ “พญาครุฑ” คือเป็น “เนติบริกรแบบสุดยอด” สามารถบอกได้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกรณีที่ทำไม่ได้ถ้าจะทำให้ได้ต้องทำอย่างไร

               กับสมญา "เนติบริกร"

               ในช่วงปี 2548 นักข่าวสายทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งฉายาให้ วิษณุ เครืองาม ว่า เป็น "เนติบริกร" ซึ่งหมายถึงบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และมีหน้าที่ให้บริการทางกฎหมายแก่ผู้มีอำนาจ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความโชกโชนในเรื่องกฎหมาย สามารถนำเสนอได้ว่า สิ่งใดควรทำ สิ่งใดทำแล้วผิดกฎหมาย แล้วถ้าจะให้ไม่ผิดกฎหมายจะต้องทำอย่างไรบ้าง

               ปัจจุบันอายุ 63 ปีแล้ว มีดีกรีจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยรับราชการเป็นอาจารย์สอนกฎหมายในหลายมหาวิทยาลัย

               แต่ชีวิตเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เมื่อเข้าสู่ปี 2534 จากชีวิตอาจารย์สอนหนังสือได้โอนมารับราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

               ในปี 2535 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า "โฆษกรัฐบาล" ในยุครัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร

               จากนั้นในปี 2536 ก็ได้ขึ้นเป็น เลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยตำแหน่งนี้ทำหน้าที่ในส่วนของการประชุมคณะรัฐมนตรีและให้บริการรัฐมนตรี ทั้งคณะ

               เขาเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นเวลายาวนานถึง 7 นายกฯ 10 รัฐบาล ตั้งแต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ, นายอานันท์ ปันยารชุน, พล.อ.สุจินดา คราประยูร, นายชวน หลีกภัย, นายบรรหาร ศิลปอาชา, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทางการเมืองทุกยุคทุกสมัย และแม้การเมืองจะเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนไปหลายรัฐบาล แต่วิษณุก็ยังอยู่ได้ อีกทั้งเขาเป็นคนที่มีความรอบรู้ในตัวบทกฎหมาย กฎระเบียบเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินชนิดหาคนเทียบยาก ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องการใช้บริการจากฝีมือของเขาทั้งนั้น

               ความเกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายสำคัญของบ้านเมืองหลายยุคสมัย

               ในปี 2534 ภายหลังจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้ทำการรัฐประหารล้มรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จากนั้นได้ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหนึ่งในบุคคลที่อยู่ใน "คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ในขณะนั้น คือ “วิษณุ เครืองาม” โดยมี “มีชัย ฤชุพันธุ์” เป็นประธาน

               ในปี 2549 ในยุคของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ทำการรัฐประหารล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "วิษณุ" ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

               ในปี 2557 นายวิษณุก็ได้มาเป็นที่ปรึกษาของ คสช.ดูแลด้านกฎหมายยุติธรรม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในเวลา ต่อมา และรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เขียนออกมามีเนื้อหาให้อำนาจหัวหน้า คสช.และคสช. อย่างมากเหนือรัฐบาลแทบทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคง และมีอำนาจปลดนายกรัฐมนตรีโดยการชงเรื่องปลดนายกฯ ผ่านทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สรุปได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 นำเอาความผูกขาดด้านอำนาจของคณะปฏิวัติทั้งปี 2534 และ ปี 2549 มารวมกันไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้

               ความสัมพันธ์ระหว่าง วิษณุ เครืองาม+มีชัย ฤชุพันธุ์+บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

               ทั้ง 3 คนที่เป็นปรมาจารย์ทางกฎหมาย มักมีส่วนร่วมกันในการทำงานยกร่างกฎหมายสำคัญของบ้านเมือง รวมทั้งรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฉบับปี 2557 ฉบับล่าสุดนี้ก็มีข่าวว่า นอกจาก วิษณุ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญแล้ว ยังมี มีชัย และ บวรศักดิ์ อยู่เบื้องหลังคอยให้คำปรึกษาด้วย

               ความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

               ในปี 2545 ในยุครัฐบาลทักษิณสมัยแรก วิษณุเข้ามารับตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านงานกฎหมาย ต่อมาในช่วงรัฐบาลทักษิณสมัยที่สอง เขาเข้ามารับตำแหน่งรองนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งในช่วงรัฐบาลทักษิณสมัยที่สอง ในเดือนมิถุนายน 2549 เขาลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ การลาออกของเขาส่งผลให้สถานภาพรัฐบาลทักษิณเริ่มสั่นคลอนทันที

               เส้นทางการเมืองยังเดินต่อ

               ภายหลังรัฐประหารยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) จากรัฐบาลทักษิณในปี 2549 เขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเมื่อสภานิติบัญญัติฯ สิ้นสุดการทำหน้าที่ วิษณุก็ไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อีกเลย

               ทว่า เมื่อเข้าสู่ปี 2557 เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองขึ้น ระหว่างกลุ่ม กปปส. กับ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งดูแล้วน่าจะมีการเจรจากันได้ยาก ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนชัดเจน ด้วยเหตุนี้ บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จึงเสนอชื่อให้ วิษณุ เครืองาม เข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสองฝ่าย เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจาก วิษณุ เคยร่วมงานทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่สุดท้ายชื่อของวิษณุก็เงียบลงไป หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่า เป็นเพราะชื่อในที่ลับถูกเปิดเผยออกมาแล้ว จึงเดินหน้าต่อไปยาก

               กระทั่งมีการรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 วิษณุก็ได้มาเป็นที่ปรึกษาของ คสช. ดูแลด้านกฎหมายยุติธรรม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในเวลา ต่อมา

               กับ "โลกนี้คือละคร" หนังสือบอกเล่าประสบการณ์

               วิษณุ เครืองาม เป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในระยะเวลาที่ยาวนาน จึงมีโอกาสร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีถึง 7 คน กับรัฐบาล 10 ชุด ซึ่งประสบการณ์จากการร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีเหล่านี้ ทำให้วิษณุได้เขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง ชื่อ "โลกนี้คือละคร" เป็นการเล่าประสบการณ์ทางการเมืองในการร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีทั้ง 7 คน รวมถึงเรื่องลับในวงการการเมืองที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนอีกด้วย มีทั้งหมด 3 เล่ม ใช้ชื่อแตกต่างกันไป เล่มแรกชื่อ โลกนี้คือละคร, เล่มสองชื่อ เล่าเรื่องผู้นำ และเล่มสามชื่อ หลังม่านการเมือง

.................................
(หมายเหตุ : 'วิษณุ เครืองาม'เนติบริกรมือฉมัง  : โอภาส บุญล้อมรายงาน)