
คาร์บอมบ์ปัตตานีมีผู้เสียชีวิต2เจ็บ8
คนร้ายวางคาร์บอมบ์หน้าบ่อนไก่โคกโพธิ์ ปัตตานี บึ้มสนั่นชาวบ้านดับ 2 เจ็บ 8 รวมเด็ก 12 ปีด้วย ส่วนเหยื่อเสียชีวิตเป็นหญิงทั้งคู่
เกิดเหตุลอบวางคาร์บอมบ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 8 คน เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ร.ต.ท.กูอัดนัล นิโอะ พนักงานสอบสวน สภ.นาประดู่ รับแจ้งเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดบริเวณบ่อนไก่ชน บ้านห้วยเปรียะ หมู่ 3 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ น.ส.เยาวภา ขวัญเพชร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182/1 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ และนางพินอม แซ่สิม อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์
นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 คน 1.ด.ญ.เยาวดี ขวัญเพชร อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182/1 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ 2.นางบุญเกื้อ บุญเรือง อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ 3.นายอัตถ์ ประทุมศิลป์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/16 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ 4.นายสิทธิชัย เพชรสุริยา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 6 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 5.นายองอาจ แก้วทองประคำ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 326 หมู่ 2 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ 6.นายมนัส เพชรยอด อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ 7.นายสากล สุวรรณนึก อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 6 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก และ 8.นายประสูติ บุญเรือง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ โดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ และโรงพยาบาลปัตตานี
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำรถคาร์บอมบ์มาจอดไว้ภายในบ่อนไก่ ที่เป็นของนายชาญชัย เกียรติศักดิ์โสภณ หรือโกน้อย นายกเทศมนตรีตำบลนาประดู่ แต่ให้คนยะลาเช่า โดยในรถซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สน้ำหนัก 50 กว่ากิโลกรัม จุดชนวนด้วยระเบิดตั้งเวลา ส่วนรถดังกล่าวเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ ปี 2546 สีเทา ทะเบียน บฉ 2508 ปัตตานี ซึ่งถูกโจรกรรมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 เวลาประมาณ 17.50 น. ที่หน้าบ้านเลขที่ 93/3 ถนนสายบ้านเกาะตา-บ้านป่าไร่ หมู่ 2 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเลิกการชนไก่ และชาวบ้านกำลังทยอยออกจากบ่อนไก่ประมาณ 50 คน บางคนแวะซื้อขนมและรับประทานอาหารหน้าร้านขายของภายในบ่อนไก่ก่อนจะกลับบ้าน แรงระเบิดทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายไปในรัศมี 100 เมตร ส่งผลให้ซุ้มขายของซุ้มไก่ชน ที่ทำด้วยหลังคาสังกะสีและกระเบื้องพังราบ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุระเบิดเป็นพื้นที่บ่อนไก่ชน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่าแรงระเบิดทำให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายค่อนข้างรุนแรง
สำหรับคาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นลูกที่ 2 ของปี 2557 ที่เกิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 เมษายน เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ในเขตเทศบาลนครยะลา ส่วนวันที่ 6 พฤษภาคม มีระเบิดคาร์บอมบ์ในโรงพัก สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
มีรายงานฝ่ายความมั่นคงแจ้งด้วยว่า วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัยที่นำมาจอดไว้หน้า สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พบว่าในรถมีวัตถุระเบิดและน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก อีกทั้งรถกระบะคันดังกล่าวเป็นรถส่งนมโรงเรียนที่เพิ่งถูกขโมยเมื่อช่วงสายวันนี้ (23 ก.ค.) ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้วัตถุระเบิดในรถกระบะแล้ว พบว่าเป็นระเบิดบรรจุถังแก๊สหุงต้มขนาด 16.5 กิโลกรัม
ก่อนหน้านี้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยถึงการประชุมติดตามสถานการณ์ ศปก.ทบ. โดยมี พล.อ.อักษรา เกิดผล เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.ท.วลิต โรจนภักดี ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปสถานการณ์และการปฏิบัติงานในรอบสัปดาห์ผ่านทางไกลผ่านจอภาพว่า ระหว่างวันที่ 16-22 กรกฎาคม สถิติการเกิดเหตุรวม 13 เหตุการณ์ แยกเป็นคดีความมั่นคง 4 เหตุ เรื่องส่วนตัว 5 เหตุ และอยู่ระหว่างตรวจสอบ 4 เหตุ การควบคุมสถานการณ์ได้ปฏิบัติการเชิงรับด้วยการเพิ่มความเข้มงวดของด่านตรวจ จุดตรวจ และเสริมจุดสกัด รอบนอกด่านตรวจและจุดตรวจ
นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนในการไม่สวมหมวกนิรภัยเมื่อเข้าเขตเมือง อาคารสาธารณะ ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ และปฏิบัติการเชิงรุกติดตามจับกุม ลาดตระเวน กดดัน ในพื้นที่ที่ปรากฏข่าวสาร และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผลทำให้ในห้วง 4 วันแรกของ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เหตุการณ์ลดลงจากห้วงปีที่ผ่านมา
พ.อ.บรรพต กล่าวว่า ส่วนการปฏิบัติตามนโยบาย คสช.ในรอบสัปดาห์ ได้เชิญภาคประชาสังคม กลุ่มอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 คน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการควบคุมตัว และซักถามผู้ต้องสงสัยที่เชิญตัวตามกฎอัยการศึก และการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งที่มีความเห็นด้วย และเห็นต่างกับรัฐ จำนวน 50 คน แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีองค์ประกอบ 6 กลุ่ม คือ กลุ่มศาสนา กลุ่มการศึกษา กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มภาคประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น โดยการปฏิบัติตามนโยบายของ คสช.ได้มอบให้ กอ.รมน.จังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม และ ฉก.จังหวัด จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อเพิ่มช่องทางการช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ เลขาธิการ กอ.รมน.ขอให้หน่วยเพิ่มมาตรการป้องปรามการก่อเหตุในพื้นที่ เพื่อช่วยลดการก่อเหตุ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ช่วงนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี มากกว่าพื้นที่อื่น จึงขอให้หน่วยตรวจสอบสาเหตุและวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดเหตุในระดับยุทธการ
ปล้นรถมัดมือ-เท้าเหยื่อก่อนนำรถซุกบึ้ม100โล
เมื่อ เวลา14.00 น. พ.ต.ท.สมศักดิ์ นิเต็ม รอง ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ดักปล้นรถส่งนมของอบต.ท่าข้าม อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นรถยนต์กระบะ มาสด้าตอนครึ่งสีขาว ทะเบียน บค.4001 ปัตตานี บริเวณบนถนน ม.2 บ.น้ำบ่อ ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จากนั้นคนร้ายได้ทิ้งนมนักเรียนไว้ใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับจับนางสาวสุพัชราภรณ์ ศรีสรรงาม,และนายอิมรอน มิงยู ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งถูกปิดตา,ปากและมัดมือเท้า ก่อนบังคับให้ไปขึ้นรถยนต์อีกคันนำผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้ที่บริเวณแยกป่าทุ่งต.บางเก่า อ.สายบุรี จากนั้นผู้เสียหายได้ไปขอความช่วยเหลือจากประชาชนซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ ฉก.ปัตตานี 44 เข้ามาช่วยเหลือนำส่ง สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี
จากนั้นคนร้ายที่ปล้นรถไปได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปจอดทิ้งไว้ริมถนนหน้า สภ.ปะนาเระ โชคดีที่จนท.เห็นรถผิดสังเกต และรูปพรรณคล้ายกับที่มีการแจ้งหายจึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบก่อนแจ้งจนท. ชุดEODกำลังเข้าทำการตรวจสอบพร้อมตัดสัญญาณทุกชนิด เข้าตรวจพบวัตถุระเบิดบรรจุถังแก๊สหุ้งต้มขนาด 16. 5. กิโลกรัมจนท.ได้ยิงทำลายแต่ไม่ระเบิดจึงได้ทำการเก็บกู้ประมาณ 2 ชั่วโมงจนสำเร็จ ปรากฏว่า ภายในถังแก็ส เป็นปุ๋ยยูเรียผสมน้ำมันเบนซิน และเหล็กตัด น้ำหนักประมาณ 100 กก. พร้อมมีการต่อชนวนเรียบร้อยสมบูรณ์ เป็นการจุดชนวนด้วยชนิดนาฬิกาตั้งเวลา ตรวจสอบแล้ว
ขณะที่เก็บกู้ คนร้ายได้ โทรศัพท์เข้ามาเพื่อให้การตั้งเวลาทำงานถึง 6 ครั้ง แต่ระเบิดไม่ทำงาน ซึ่งเป็นช่วงที่ชุดเก็บกู้ระเบิดกำลังกู้ระเบิด นับว่าโชคดี นอกจากนั้นยังพบน้ำมันเบนซินบรรจุขวดน้ำอัดลมอีก 42 ขวด ประมาณ 80 ลิตร จึงได้เก็บหลักฐานทั้งหมดเข้าตรวจสอบ ซึ่งสามารถกู้ได้โดยปลอดภัย
จากการสอบสวนเชื่อว่าคนร้ายตั้งใจใช้ระเบิดขนาด 100 กก.เพื่อระเบิดโรงพักทั้งโรงพัก และรถยนต์อีกประมาณ 30 คัน รวมทั้ง สำนักงานของส่วนราชการหลายแห่ง รวมทั้งบ้านเรือนราษฏร อีกจำนวนมาก ที่อยู่ในรัศมีระเบิด ที่คนร้ายวางไว้ที่หน้าโรงพักดังกล่าวแต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดของ ตชด. 444 อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีกู้ได้ทัน ซึ่งพลตำรวจเอกโพธิ สวยสุวรรณ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นกำลังใจ
อย่างไรก็ตาม คนร้ายได้นำระเบิด ใส่ไว้ในท่อน้ำหนักประมาณ 1 กก.วางไว้ที่วงเวียน ใจกลางเมือง ในเขตเทศบาลตำบลปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี แต่เจ้าหน้าที่ยิงทำลายโดยไม่มีใครได้รับอันตราย



