
ยึดทรัพย์แก๊งค้ากัญชาข้ามชาติ100ล.
23 ก.ค. 2557
ยึดทรัพย์แก๊งค้ากัญชาข้ามชาติกว่า 100 ล้าน อายัดบัญชี-คฤหาสน์ในสนามกอล์ฟดังเมืองชล-เก๋งหรู เบนซ์และพอร์ช ที่ดินอีกหลายแปลง
23 ก.ค. 57 นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ มีหนังสือร้องทุกข์ถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินคดีนายโยฮัน หรือ โยฮันเนส เปทรัส มาเรีย ฟาน ลาร์โฮเฟิน กับพวก ที่เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ลักลอบนำกัญชาจากต่างประเทศเข้าไปขายในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยการเปิดบริษัทเป็นเครือข่ายร้านคอฟฟี่ช็อปบังหน้า มีรายได้จากการกระทำผิดปีละ 600-800 ล้านบาท ซึ่งการกระทำผิดค้ายาเสพติดและฟอกเงินนอกราชอาณาจักรต่อเนื่องมายังประเทศไทย
นายวันชัย กล่าวอีกว่า นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด มอบหมายให้พนักงานอัยการทำการสอบสวนแล้ว พบว่าผู้ต้องหาดังกล่าว และนางมิ่งขวัญ แก่นอิน ภรรยาชาวไทย อาศัยอยู่ที่พัทยา และนำทรัพย์สินบางส่วนมาซุกซ่อน ลงทุน และซื้อที่ดินในพัทยา โดยวันนี้ (23 ก.ค.) ทางการไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่เนเธอร์แลนด์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันตรวจค้นบ้านพักในสนามกอล์ฟฟีนิกซ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยพบตัวนายโยฮัน และนางมิ่งขวัญ จึงเข้าจับกุม
นอกจากนี้ได้ตรวจยึดเงินสด เครื่องประดับในตู้เซฟ พร้อมบัญชีธนาคารของนางมิ่งขวัญ 3 บัญชี รวม 19,500,824.57 บาท ขณะเดียวกันได้อายัดคฤหาสน์ที่ใช้อยู่อาศัย รวมทั้งบ้านอีก 1 หลัง ที่กำลังก่อสร้างในบริเวณเดียวกัน รวมทั้งที่ดินอีกหลายแปลงในสนามกอล์ฟดังกล่าว และสำเนาโฉนดที่ดิน 8 แปลง รถยนต์เบนซ์ และพอร์ช อีก 5 คัน หนังสือเดินทาง 5 เล่ม สัญญาซื้อขายตึกแถว 1 ห้องใน จ.สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุน 159 นัด และบัญชีเงินฝากอีก 7 บัญชี รวม 917,434.04 บาท หลังจากนี้จะตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกยึด ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ให้ชัดเจน เพื่อจะดำเนินคดี และริบทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป
นายวันชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนนายโยฮัน และนางมิ่งขวัญ จะถูกดำเนินคดีในไทยข้อหาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดฐานค้ายาเสพติด และฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2556 กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 และเมื่อผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีและลงโทษในประเทศไทยแล้ว จะพิจารณาประสานกับทางการเนเธอร์แลนด์ เพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดี
"ความร่วมมือของกระบวนการยุติธรรมไทยกับเนเธอร์แลนด์ ทำให้สามารถปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติรายสำคัญที่ลักลอบค้ายาเสพติดและฟอกเงินระหว่างประเทศได้นั้น เป็นแนวทางให้เกิดความร่วมมือให้ไทยและต่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมอีกมากในอนาคต"



