
9ปีสู่ 'ปีกสวย พันสี ที่ภูพิงค์'
25 ก.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : 9 ปีสู่ 'ปีกสวย พันสี ที่ภูพิงค์'
คนไทยหรือกระทั่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรับรู้ว่าพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งมีทัศนียภาพงดงาม อุดมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ แต่จำนวนไม่น้อยที่จะเข้าใจว่า ณ ที่แห่งนี้มีระบบนิเวศสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ของเหล่านกและแมลงหายาก ด้วยเหตุนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงจับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำหนังสือรวบรวมภาพนก ผีเสื้อและแมลงปีกสวยนานาชนิด ที่พบในภูพิงคราชนิเวศน์บันทึกความสมดุลของธรรมชาติและความสวยงาม ที่ชาวไทยทุกคนควรภาคภูมิใจ ในชื่อ "ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์" โดยจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดทำหนังสือเปิดเผยถึงที่มาว่า เป็นที่ทราบดีว่าพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงทำเพื่อคนไทย ทรงห่วงใยคนไทย โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือที่ทรงกังวลว่า คนไทยจะขาดแหล่งน้ำจืด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยประทับทอดพระเนตรเห็นการบุกรุกทำลายป่า จึงทรงสอนชาวบ้านให้เข้าใจระบบนิเวศ ช่วงหนึ่งเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นนกและผีเสื้อ ทรงดีพระทัยอย่างมาก เพราะนั่นสะท้อนว่าระบบนิเวศยังดีอยู่
อำนาจ เดชะ ผู้อำนวยการพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เล่าถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็นหนังสือทรงคุณค่าเล่มนี้ว่า ใช้เวลา 9 ปีในการรวบรวมข้อมูลและ 2 ปีในการดำเนินการจัดทำ เมื่อปี 2547 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดทอดพระเนตรแปลงกุหลาบที่พระตำหนักภูพิงค์ ขนาดนั้นได้มีฝูงนกพญาไฟมาเกาะต้นกุหลาบจนเต็มไปหมด ปกตินกชนิดนี้จะหากินบนยอดไม้แต่วันนั้นลงมาเต็มไปหมด เหมือนอยากรับเสด็จฯ ทรงรับสั่งว่า "นั่นนกอะไร ไม่คิดว่าภูพิงค์จะมีของดีเยอะ" นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ติดต่อช่างภาพมาช่วยถ่ายภาพใส่อัลบั้มเพื่อถวายทอดพระเนตร ทรงมีความสุขมาก หลังจากนั้นก็มีการถ่ายภาพไว้ทุกปี จนเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้เป็นการเฉลิมพระเกียรติ
ในขณะที่ พิศาล น้ำค้าง ช่างภาพฝีมือดีเล่าถึงการทำงานอันยากลำบากกว่าจะได้ภาพนกและแมลงสวยๆ ว่า ระหว่างถ่ายภาพนก ผีเสื้อ ระยะเลนส์ต้องสลับไปมา ต้องแบกอุปกรณ์ราว 10 กิโลเมตรเดินตามนกไปเรื่อยๆ แล้วพอเจอนกและผีเสื้อก็ต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ไม่ว่าพื้นเฉอะแฉะแค่ไหนก็ต้องลงไปนอน เพื่อหามุมที่ดีที่สุด เป็นแบบนี้ตลอด 9 ปีและใช่ว่าขึ้นไปบนดอยทุกครั้งจะได้ภาพทุกครั้ง
"ใช้วิธีเจออะไรก็ถ่ายเพราะอาจจะไม่เจออีกแล้ว ในบรรดาภาพทั้งหมดมีภาพผีเสื้อจันทรา น่าประทับใจมากที่สุด เพศผู้ที่ว่าหายากแล้ว เพศเมียหายากยิ่งกว่า จึงถือเป็นภาพแรกในประเทศที่ถ่ายได้ เราศึกษาก่อนไปถ่ายทุกครั้ง 10 กว่าปีมาแล้วที่เพศเมียไม่มีใครเจอ หรืออย่างภาพผีเสื้อ 3 ตัวกำลังออกจากดักแด้ โอกาสที่จะถ่ายได้ยากมาก พระตำหนักภูพิงค์ถือว่ามีระบบนิเวศที่ดีมาก ทำให้มีนกและแมลงอาศัยอยู่เยอะ ด้วยพระบารมีของในหลวงทำให้ดอยแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ มีแปลงดอกไม้ผุดขึ้นจึงเรียกว่าที่นี้เป็นแหล่งบุฟเฟ่ต์ของเหล่านกและแมลงก็คงไม่ผิดนัก" ช่างภาพมากประสบการณ์กล่าว
ปิดท้ายที่ คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ รับหน้าที่บรรณาธิการหนังสือเสริมว่า นอกจากทีมงานที่ว่ามาแล้วยังมีในส่วนของนักแปลอย่าง อ.รจนา นาควัชระ และนักแต่งบทกวีประกอบภาพ พล.อ.นพ.วทัญญู เวชานนท์ ส่วนตัวอักษรชื่อหนังสือเป็นลายมือสวยๆ ของท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ในเล่มนี้มีภาพสวยๆ กว่า 300 ภาพไม่เน้นรายละเอียดทางวิชาการ เริ่มต้นด้วยบรรยากาศตอนรุ่งอรุณแล้วจบตอนพระอาทิตย์ตกดิน พระเอกของเรื่องคือนกพญาไฟ ตัวผู้มีสีแดง ตัวเมียมีสีเหลือง ส่วนภาพปกเป็นรูปนกแว่นตาขาว ประกอบกับความสวยงามของพระตำหนักภูพิงค์ เชื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอยากไปเที่ยวชม ทั้งนี้หนังสือมีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2218-9893-5



