
ฝ่าหมอกขุนแม่ยะ-ขุนช่างเคี่ยน ตะกายดอยดู "ซากุระเมืองไทย"
30 ม.ค. 2552
ช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างปลายเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนมกราคม ของทุกปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงเวลาของความสุขแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทั้งไทย-จีน-ฝรั่ง เป็นช่วงเวลาที่ "ดอกพญาเสือโคร่ง" หรือ "ซากุระเมืองไทย" บานสะพรั่ง สวยงามเป็นพิเศษ
ณ ความสูง 2,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง บนหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ถูกปูลาดด้วยพรมสีชมพูสดใส พร้อมไอหมอกที่ลอยละล่องปกคลุมอยู่ทั่วหุบเขาจนให้ความรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์มากกว่าเมืองมนุษย์
ความสวยงามของดงดอกซากุระเมืองไทยทำให้ลืมความหนาวยะเยือกจนคร้านจะลุกจากที่นอนอันแสนอบอุ่นตอนย่ำรุ่งไปหมดสิ้น แทบไม่น่าเชื่อว่า ดงดอกซากุระแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองปายมากนัก คือ ห่างจากด่านตรวจแม่ยะเพียงแค่ 8 กิโลเมตรเท่านั้น
งานนี้ นายประจวบ บังหาด นายก อบต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ก็ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ยัง "ดิบ" อยู่มาก แม้การเดินทางด้วยรถสมรรถนะสูงยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง เพราะต้องค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามเนินเขาสูงชันที่น่าจะเป็นร่องน้ำ หรือรอยเกวียนในช่วงฤดูฝนเสียมากกว่า
แสงแรกแห่งดวงตะวันที่ขับไล่ความมืด และไอหมอกให้ระเหยออกไปเผยให้เห็นพรมสีชมพูผืนมหึมา ซึ่งเกิดจากดงดอกซากุระเมืองไทยนับหมื่นๆ ต้นที่หยั่งรากฝากชีวิตลงในผืนป่าแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยือน ควรเดินทางมาเสียแต่เนิ่นๆ หากต้องการความวิเวก และบรรยากาศธรรมชาติที่แท้จริง เพราะกระแสความนิยมที่ก่อตัวขึ้นจากการโพสต์รูปพรมสีชมพูในอินเทอร์เน็ตคงจะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้แน่นด้วยคลื่นมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ
มนูศักดิ์ เดี่ยววาณิชย์ หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ให้ความรู้เป็นเครื่องเคียงในการชมดงซากุระให้รื่นรมย์ยิ่งขึ้นว่า ต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือฉวีวรรณ (ภาคเหนือ) เส่คาแว่ (กะเหรี่ยง) ซากุระดอย (เชียงใหม่) พบมากทางตอนใต้ของประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน
ไม้สารพัดชื่อพันธุ์นี้ไม่ได้ผลิดอกสวยๆ ให้เห็นโดยทั่วไป แต่มักพบอยู่ในป่าที่มีระดับความสูง 500-2,000 จากระดับน้ำทะเล เท่านั้น
ปัจจุบันจุดชมซากุระบนหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะมีห้องน้ำ และลานกางเต็นท์ไว้ให้เพียงพอสำหรับความจำเป็นขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ถ้าใครยังติดความสบายอยู่มากแนะนำให้เดินทางไปพักในสถานที่ใกล้เคียงอย่างตัวเมือง อ.ปาย แล้วค่อยขับรถมาดูในช่วงรุ่งสางก็ได้
เพื่อความสวยงามทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนควรขับรถมาจอดใกล้ๆ เดินให้น้อย ดูแต่ตา มืออย่าต้อง และควรถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกเท่านั้น ไม่ควรเด็ดดอกไม้สีสวยกลับบ้าน ซึ่งเป็นการทำร้ายธรรมชาติอย่างไม่น่าให้อภัย
สำหรับคนที่ไม่อยากขับรถไกลเป็นร้อยกิโล จุดชมซากุระที่ไม่ไกลตัวเมืองเชียงใหม่ก็มีใช้ชม ณ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พูดให้เข้าใจง่ายๆ สำหรับคนที่เคยไปดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ คือ อยู่ไม่ไกลจาก "ดอยปุย" สักเท่าไหร่..
จุดชมซากุระแห่งนี้สามารถขับรถธรรมดาที่ไม่โหลดเตี้ยมากนักขึ้นไปได้สบายๆ แต่ถนนทางขึ้นค่อนข้างแคบ และคงประสบปัญหาในการขับสวนกันเป็นบางช่วง
แต่พอขึ้นไปถึงแล้วก็คุ้มกับค่าน้ำมัน และการรอคอยจริงๆ ใครเป็นนักเลงกล้องรับรองไม่ผิดหวังกับพรมสีชมพูผืนใหญ่ที่รออยู่ตรงหน้า
ส่วนคนที่อยากพักค้างคืน สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ก็มีจุดกางเต็นท์ไว้ให้พักผ่อนเช่นกัน แต่อย่าลืมว่า พกพาสัมภาระ และอุปกรณ์การถ่ายภาพไปแล้วก็อย่าลืมพก "จิตสำนึก" ในการอนุรักษ์ธรรมชาติไปด้วย
ที่ควรจำขึ้นใจ คือ ห้ามก่อกองไฟใต้ต้นไม้บนสถานีวิจัยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการทำลาย และรบกวนธรรมชาติอย่างรุนแรง
เมื่อเงินพร้อม เวลาพร้อม สำนึกพร้อม ก็เซ็ตรถให้พร้อมกับการลุยขึ้นดอยไปชมซากุระเมืองไทยได้เลย !
กิตตินันท์ รอดสุพรรณ



