ข่าว

กกต.ยื้อยังไม่วินิจฉัยคุณสมบัติส.ส.ถือหุ้นนัดลงมติ14กค.นี้

กกต.ยื้อยังไม่วินิจฉัยคุณสมบัติส.ส.ถือหุ้นนัดลงมติ14กค.นี้

30 มิ.ย. 2552

กกต. ยังยื้อไม่วินิจฉัย คุณสมบัติ ส.ส. นัดลงมติ 14 ก.ค. แจง ปตท. ถือหุ้นสัมปทานทางอ้อม

 (30มิ.ย.) นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงข่าวว่า ในการประชุมกกต.วันนี้ นาย อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.แจ้งกับกกต.ว่า ได้รับรายงานผลสรุปการสอบสวนกรณีส.ส. 28 คนถือหุ้นบริษัทที่อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ 265 จากคณะอนุกรรมการแล้ว โดยได้ตัดซองและสำเนาแจกจ่ายให้กกต.นำไปศึกษา โดยกำหนดนัดลงมติในวันที่ 14 ก.ค.นี้

 ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 7 วัน จะเป็นวันหยุดราชการ และหลังจากนั้น นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง ก็ติดภารกิจไปดูงานการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ จึงต้องนัดลงมติในวันดังกล่าว ซึ่งถือว่า เป็นวันอังคารแรกที่องค์ประชุมจะอยู่ครบ

 อย่างไรก็ตาม การเปิดซองเอกสารดังกล่าว ไม่มีการตรวจสอบว่า มีความครบถ้วนเพียงพอที่กกต.จะลงมติได้เลยหรือไม่ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวจะเป็นดุลยพินิจของกกต.แต่ละคน ที่จะใช้เวลาในช่วงที่นำสำนวนไปศึกษาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งหากผลสอบมีความครบถ้วน ทั้งในประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กกต.ก็จะลงมติได้

 ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจะแตกต่างจากผลสอบกรณีส.ส. 61 คน ถือหุ้นที่อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ที่อนุกรรมการฯยังสอบพยานไม่แล้วเสร็จ แต่มีการเสนอมาให้กกต.พิจารณา เพราะเกรงว่า ระยะเวลาการสอบสวนจะยาวนานเกินไป แต่กกต.เห็นว่า มีความจำเป็นต้องสอบเพิ่ม จึงให้อนุกรรมการฯไปสอบสวนเพิ่มเติม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) จึงถือเป็นบริษัทรับสัมปทานรัฐ ทั้งที่ฝ่ายกฎหมายของปตท.ยืนยันว่า ไม่ใช่ นายสุทธิพล กล่าวว่า แม้ว่าบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) จะไม่เป็นบริษัทที่รับสัมปทานรัฐโดยตรง แต่ บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ปตท.สผ.อ. ซึ่งเป็นนบริษัทลูกที่บริษัท ปตท.สผ.จำกัด ถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ได้รับสัมปทานจากรัฐตามหนังสือเลขที่ 2 / 2528 / 27 ดังนั้น จึงถือว่า บริษัท ปตท.สผ. จำกัด รับสัมปทานจากรัฐ ขณะที่บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) ได้ถือหุ้นในบริษัท ปตท.สผ. จำกัดเกินกว่าร้อยละ 50 จึงถือว่า มีอำนาจครอบงำในการบริหาร จึงถือว่าบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)รับสัมปทานจากรัฐทางอ้อม

 นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.ยังมีมติขยายเวลาครั้งที่ 3 ให้กับอนุกรรมการฯสอบสวนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ร้องให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตนรีของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 ( 7 ) ออกไปอีก 10 วัน เนื่องจากทางอนุกรรมการฯต้องการสอบปากคำผู้แทนของบริษัทและผู้แทนของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กรณีที่ภรรยาของนายกษิตเข้าไปถือครองหุ้น โดยจะครบกำหนดในวันที่ 6 ก.ค.นี้