ข่าว

"ทักษิณ"ลั่นห้ามไม่ได้ปชช.ต้องการขออภัยโทษให้

"ทักษิณ"ลั่นห้ามไม่ได้ปชช.ต้องการขออภัยโทษให้

30 มิ.ย. 2552

“ทักษิณ” ลั่นห้ามไม่ได้เสื้อแดงล่าล้านชื่อขออภัยโทษ “นพดล” จวกโฆษก ปชป.พูดเหลวไหล อดีตนายกฯจ้างล็อบบี้ยิสต์ "สุรชัย "ปูด "ทักษิณ"ไม่เอาด้วยกับ"วีระ"ย้ำไม่เคารพการนำกลุ่ม “วีระ”ปัดเป็นพิธีกรรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับ”มาร์ค”

 (30 มิ.ย.)นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านคนเพื่อถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษ ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ถือเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณ มากขึ้นทุกวัน ส่วนตัวได้คุยกับอดีตนายกฯแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่าคงไปห้ามความต้องการของประชาชนไม่ได้

 ส่วนที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จ้างล็อบบี้ยิสต์มาประโคมข่าวนั้น ยืนยันว่าเป็นความเท็จ เพราะได้ตรวจสอบแล้วไม่มีเรื่องนี้แน่นอน รวมทั้งกระแสข่าวว่าอดีตนายกฯเดินทางออกจากดูไบมาฮ่องกง ก็ไม่เป็นความจริง วันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จึงอยากขอให้พรรคประชาธิปัตย์พูดความจริง หรือพูดอะไรที่เป็นในแง่บวกบ้าง

 นายนพดล กล่าวว่า การที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ บอกว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาประเทศได้ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ หยุดเคลื่อนไหวนั้น เป็นการโยนความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเบี่ยงกระแสโจมตีการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล เพราะสังเกตได้ว่าการโฟนอินระยะหลังของอดีตนายกฯล้วนเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ไม่มีการปลุกเร้า มีแต่การเสนอแนะ และแสดงความเห็นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลไม่มีฝีมือเชิงบริหารก็ยุบสภา หรือลาออกไปดีกว่า อย่าเอาแต่โยนความผิดให้คนอื่นเรื่อยไป

 นายนพดล กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นถึงข้อพิพาทบริเวณเขาพระวิหาร โดยระบุว่ามีบ่างช่างยุ พยายามเสี้ยมให้ไทยกับกัมพูชารบกันนั้น อยากให้นายกฯมีความเป็นผู้ใหญ่บ้าง ตอนที่นายอภิสิทธิ์ เป็นฝ่ายค้านก็พยายามบอกให้ทวงคืน ทั้งๆที่ทำไม่ได้ วันนี้มาเป็นรัฐบาล เห็นท่าไม่ดีก็โยนปัญหาให้คนอื่น ดังนั้นขอให้หยุดวิธีใส่ร้าย ให้ข้อมูลเท็จต่อประชาชนเสียที

 นายนพดล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่รัฐบาลจะให้นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ไปเป็นพิธีกรรายการ “ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ” เพื่อซักถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยตั้งเป้ากระชากเรตติ้งของรายการนั้น ถ้ารัฐบาลอยากให้รายการเรตติ้งดี และนายอภิสิทธิ์อยากได้คำแนะนำเพื่อไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก็ขอให้โทรศัพท์ไปปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณดีกว่า


 "สุรชัย"ปูด "ทักษิณ"ไม่เอาด้วยกับ"วีระ"ย้ำไม่เคารพการนำกลุ่ม

 นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำ นปช.แสดงความเห็นต่อหลังจากนายวีระ มุสิกพงศ์ ยังแสดงท่าทีที่จะเดินหน้าต่อแนวทางการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ว่าแนวทางที่นายวีระดำเนินการนั้นยังยืนยันว่าเป็นความคิดของนายวีระเพียงคนเดียว ไม่ได้เป็นแนวทางที่เป็นมติของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้มีการพูดคุยกับแกนนำหลายคน ส.ส.หลายคนต่างไม่เห็นด้วยกับแนวทางของนายวีระ ดังนั้นสิ่งที่นายวีระควรทำเร่งด่วนในขณะนี้คือการนำเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมเพื่อหารือกันทุกฝ่าย ควรฟังเสียงคนอื่นบ้างและมาหาข้อดีข้อเสียกัน หากมีมติว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ขอเคารพ แต่ในขณะนี้ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

 “ทั้งหมดนี้นายวีระ ดำเนินการไปเพียงคนเดียวเท่านั้นขอยืนยันอีกครั้งว่านอกเหนือความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกเหนือจากการหารือหรือมติในที่ประชุมแกนนำควรที่จะเคารพการนำกลุ่มไม่ใช่แค่ความคิดของตัวเองเพียงคนเดียว สิ่งที่นายวีระควรรู้ในขณะนี้คือคนที่สามารถต่อสายกับ พ.ต.ท.ทักษิณได้ มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียบร้อยแล้วพูดคุยในเรื่องนี้และชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เอาด้วยอย่างแน่นอน หากนายวีระยังดำเนินการต่อไปนั้นเชื่อว่าปัญหาจะตามมาแน่” นายสุรชัยระชัยระบุ

 ต่อข้อถามถ้าเช่นนั้นแสดงว่านายวีระต้องการผลบางอย่างที่จะให้เกิดขึ้น นายสุรชัยกล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็นในส่วนนี้แต่พูดได้เพียงว่าทางเดียวคือนายวีระต้องมาหารือในที่ประชุมพูดคุยกันให้เป็นมติ มีผู้ใหญ่หลายคนโทรศัพท์มาหาตนเพื่อให้ปรับความเข้าใจเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นความขัดแย้งหรือไม่ลงรอยแต่ควรที่จะรับฟังคนอื่นบ้างเท่านั้น

“วีระ”ปัดเป็นพิธีกรรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับ”มาร์ค”

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าได้หารือกับนายวีระ สรุปว่า นายวีระ จะไม่ไปเป็นพิธีกรในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์แน่นอน ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่มีเจตนาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และยกเลิก 2 มาตรฐาน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องพูดคุยกัน

 นอกจากนี้ นายวีระ ยังเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ที่มีจุดยืนชัดในการขับไล่รัฐบาล จึงไม่จำเป็นต้องไป และท่าทีรัฐบาลยังไม่สมานฉันท์ เพราะให้โฆษกส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ มาใส่ร้ายเสื้อแดง เรื่องการชุมนุมที่สนามหลวงว่า มีการจ้างมา ซึ่งสะท้อนความคิดของนายอภิสิทธิ์ เรื่องนี้ จึงไม่ใช่การโยนเบ็ดมาให้ แล้วเราตระครุบเหยื่อไปออกทีวีนั่งเท่ กับนายอภิสิทธิ์ คนเสื้อแดงไม่เป็นอย่างนั้น

 นายจตุพร กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (1ก.ค.) สามเกลอจะเปิดแถลงข่าวเวลา 10.00 น. เรื่องการออกแบบฟอร์มให้คนเสื้อแดงลงชื่อถวายฎีกาอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ คาดว่า จะใช้เวลา 1 เดือนเสร็จ จากนั้น จะยื่นไปยังสำนักเลขาธิการพระราชวัง ซึ่งการถวายฎีกาเป็นเรื่องปกติ ที่ทำตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จึงไม่ได้เป็นการจาบจ้วงพระมหากษัตริย์ และเมื่อยื่นแล้ว เราก็ปล่อยให้เป็นพระบรมราชวินิจฉัย และคนล้านคน ก็เท่ากับคนหนึ่งคนไม่มีความหมายอะไรมาก

 ส่วนกรณีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) คัดค้านการถวายฎีกา เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับผิดนั้น นายจตุพดร กล่าวว่า นายสุรชัย เป็นแกนนำ นปช. และเรื่องนี้ เป็นกิจกรรมของคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวกับ นปช.ใครไม่เห็นด้วยก็อย่าร่วม ก็เหมือนกับการที่นายสุรชัย จัดเวทีโค่นล้มอำมาตย์เมื่อวันที่ 20-24 มิ.ย.คนเสื้อแดงก็ไม่ได้เข้าร่วม รวมทั้ง เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือต้องสวมหมวกดาวแดง เหมือน นายสุรชัย

 "เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการยอมรับผิด เพราะกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเป็นสองมาตรฐาน ทั้งนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่ความแตกแยกของคนเสื้อแดง ถือเป็นเสรีภาพของแต่ละกลุ่ม"

ปปช.ขยายเวลาสอบคดีสลายม็อบ7ต.ค.อีก15วันปัดซื้อเวลา

 นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนคดีเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เปิดเผยความคืบหน้าการไต่สวนว่า ขณะนี้ ผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาได้ยื่นบันทึกแก้ข้อกล่าวหาครบทั้ง 7 คนแล้ว โดยมีการอ้างพยานเพิ่มเติมกว่า 100 ปาก ซึ่งกรรมการ ปปช.พิจารณาคัดเลือกเหลือเพียง 10 ปาก อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี อ้างเป็นพยาน ส่งผลให้ต้องขยายเวลาการไต่สวนพยานเพิ่มเติมไปอีก 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้

 ทั้งนี้ หลังจากนั้น จะต้องนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ปปช.ชุดใหญ่ ทั้ง 9 คน พิจารณาว่า สำนวนคดีดังกล่าวมีพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะลงมติชี้มูลความผิดได้หรือไม่

 "ยืนยันว่า การต่อระยะเวลาการไต่สวนคดีเพิ่มเติมนั้น ไม่ได้เป็นการดึงเวลา แต่กรรมการปปช.มีความเห็นที่หลากหลายและเป็นอิสระ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้" นายวิชา กล่าว

แกนนำ พท.ไม่หวั่นรัฐหว่านงบลงอีสาน-มั่นใจปชช.รัก"ทักษิณ"

 ที่โรงแรมสยามซิตี้  พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยเสนอให้รัฐบาลนำงบประมาณไปลงในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องพิจารณาเราคงไม่ไปแนะนำหรือวิพากษ์วิจารณ์ ผลการเลือกตั้งซ่อมที่จ.สกลนครและศรีสะเกษชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคไทยรักไทย ที่พรรคพื่อไทยนำมารณรงค์

 "ชาวอีสานได้แสดงให้เห็นถึงความไม่สบายใจในสิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับ โดยผลการเลือกตั้งซ่อมได้แสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดแล้ว"

 เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยวางตัวผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสานแล้ว พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองจะต้องหาความนิยม เราไม่ได้สนใจคู่ต่อสู้ เราแข่งกับตัวเอง เพื่อพัฒนาให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง

 เมื่อถามว่าหากมีการใช้งบประมาณในพื้นที่ภาคอีสานจะกระทบกับฐานเสียงของพรรคหรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า คงไม่กระทบเพราะประชาชนมีความฝังใจ เชื่อใจในพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าประชาชนชาวอีสานซื้อไม่ได้ การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าประชาชนเข้าใจ การใช้เงินจึงไม่สามารถเข้ามามีผลกับการเลือกตั้งได้

 เมื่อถามถึงกรณีที่อดีตส.ส.ไทยรักไทยจะขอย้ายกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า พรรคมีความชัดเจนว่าสมาชิกที่ย้ายไปในขณะที่มีการเปลี่ยนขั้วการเมืองพรรคจะไม่รับกลับ โดยจะมีการพิจารณาเป็นรายไปว่าอดีตสมาชิกรายใดมีแนวทางทางการเมืองตรงกัน เชื่อว่าก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีอดีตส.ส.ย้ายกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทยพอสมควรแต่ยังบอกตัวเลขไม่ไหว

 “ผู้ที่ย้ายจากเราไปตอนเปลี่ยนขั้วเราถือว่าไม่มั่นคงต่อประชาชน เราไม่สนใจจำนวนตัวเลขแต่พยายามสร้างนักการเมืองใหม่ เลือดใหม่แต่ไม่ละเลยส.ส.เก่า” พ.อ.อภิวันท์ กล่าว

ปธ.วุฒิลั่นกกต.ต้อใช้บรรทัดฐานเดียวกับ ส.ว.ตัดสิน ส.ส.ถือหุ้น

 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันที่จะไม่ทวนคำวินิจฉัยกรณี ส.ว. 16 คนถือหุ้นในกิจที่เป็นสัมปทานของรัฐว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. จะทบทวนหรือไม่ก็ได้ แต่เชื่อว่ายังมีเวลาอีกนาน เมื่อ กกต.ส่งคำวินิจฉัยมาที่วุฒิสภาแล้ว ประธานวุฒิสภายังต้องพิจารณาอีก และยังต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณานานเพียงใด เบื้องต้นเชื่อว่าภายใน 2 เดือนยังไม่มีผลกระทบจากเรื่องนี้ ส่วนหากระยะยาวเมื่อมีผลการวินิจฉัยของศาลออกมาแล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง
 
 "จะไม่ทบทวนก็ไม่ทบทวน เป็นอำนาจของกกต.อยู่แล้วไม่มีปัญหา "ประธานวุฒิสภา กล่าว

 เมื่อถามว่ามาตรฐานการพิจารณา ส.ส.และ ส.ว.ในการถือครองหุ้นควรจะเหมือนกันหรือไม่ นายประสพสุข กล่าว่า สองร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องเหมือนกัน เมื่อใช้หลักกฎมายเดียวกันพิจารณาอะไรที่เหมือนกันมาตรฐานก็ต้องเหมือนกัน เชื่อว่ากกต.ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันอยู่แล้วหากไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันจะตอบสังคมอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่ากกต.ใช้เวลาวินิจฉัยกรณีเดียวกันในส่วนของส.ส.นานกว่าการวินิจฉัยส.ว. นายประสพสุข กล่าวว่า กกต.คงเห็นตัวอย่างของ ส.ว.ว่าต้องให้เกิดความชัดเจน ต้องมีข้อมูลพินิจวิเคราะห์ คงไม่มีปัญหาอะไร

 ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในการส่งเรื่องให้ กกต.ทบทวน เนื่องจาก กกต.ได้พิจารณาไปแล้ว และเป็นไปตามตัวอักษร ไม่สามารถกลับลำการพิจารณาได้ แต่ในทางตรงข้ามอยากรู้ว่า กกต.จะใช้บรรทัดฐานอะไร ในการพิจารณา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรื่องนี้เคยมีมาตรฐานไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามขอตั้งข้อสังเกตว่า กกต.เร่งรีบมากเกินไป ทั้งที่ปกติต้องทำสำนวนควบคู่ไปกับการพิจารณา แล้วส่งสำนวนมายังวุฒิสภา แต่ขณะนี้ กกต.กลับยังไม่ส่งสำนวนของ สว.มาให้ ชี้ให้เห็นว่ายังไม่มีการทำสำนวน