ข่าว

'โจโกวี'ชนะเลือกตั้งปธ.อินโดฯ

'โจโกวี'ชนะเลือกตั้งปธ.อินโดฯ

23 ก.ค. 2557

คณะกรรมการการเลือกตั้งของอินโดนีเซีย ประกาศให้ "โจโก วิดิโด้" เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียง 53.1%

 
 
          นายโจโก วิโดโด้ หรือ โจโกวี ผู้สมัครประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ชนะการเลือกตั้ประธานาธิบดี หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ 
 
          คณะกรรมการการเลือกตั้ง สรุปว่า นายโจโกวี ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา ชนะด้วยคะแนนเสียง 53.1% ส่วนอดีตนายพล ปราโบโว่ สุเบียนโต้ ได้คะแนนเสียง 46.9% หลังทราบผล อดีตประธานาธิบดีเมกาวาตี ซูการ์โน่บุตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยสู้ หรือ PDI-P ที่สนับสนุนนายโจโกวี่ กล่าวว่า ในที่สุด เราก็อยากประกาศว่าเราประสบความสำเร็จในการนำนายโจโกวี ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี
 
          ก่อนหน้าการประกาศผลไม่กี่ชั่วโมง นายปราโบโว่ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกฝ่าย ด้วยการประกาศถอนตัวจากการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการโกง ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนทนายของเขาบอกด้วยว่า จะไม่มีการร้องเรียนเรื่องผลการเลือกตั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ
 
          แต่โฆษกฝ่ายหาเสียงของเขาบอกว่า นายปราโบโว่ไม่ได้ถอนตัวจากการเลือกตั้ง  พวกเขาแค่ถอนตัวจากการยอมรับคะแนนการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทางเดียวที่เขาจะพลิกผลเลือกตั้งได้ ก็คือการพิสูจน์ว่าเสียงของเขาประมาณ 7 ล้านเสียงถูกขโมยไป
 
          ก่อนหน้านี้ กรรมการการเลือกตั้ง ได้ปฏิเสธเสียงเรียกร้องของเขา ที่ขอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ในหลายพันหน่วยที่เขาสงสัยว่ามีการโกงเลือกตั้ง และขอให้หยุดนับคะแนนจนกว่าจะมีการสอบสวนเรื่องนี้ แต่เขาก็เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนอยู่ในความสงบ ไม่ออกมาก่อความรุนแรง โดยบอกว่าจะต่อสู้ตามวิถีทางทางกฏหมายและรัฐธรรมนูญ ส่วนนายโจโกวี ที่ไม่ได้ไปฟังการประกาศผลเลือกตั้ง ก็ออกมาเตือนกลุ่มผู้สนับสนุนให้อยู่แค่ในบ้าน อย่าออกมาฉลองกันข้างนอก
 
          จากกระแสวิตกเรื่องความรุนแรงหลังประกาศผลเลือกตั้ง ทำให้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในกรุงจาการ์ตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กรรมการการเลือกตั้ง  นายโจโกวี วัย 53 ปี เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จนกระทั่งชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้ว่ากรุงจาการ์ต้าเมื่อ 2 ปีก่อน และสร้างผลงานอย่างโดดเด่น ประทับใจประชาชน ทำให้เขาเป็นตัวเก็งมาโดยตลอดสำหรับการลงชิงตำแหน่งผู้นำประเทศ