ข่าว

กล่องดำMH17อยู่ในมือทีมสอบสวนแล้ว

กล่องดำMH17อยู่ในมือทีมสอบสวนแล้ว

22 ก.ค. 2557

กล่องดำเอ็มเอช17อยู่ในมือทีมสอบสวนแล้ว เตรียมขนศพกลับเนเธอร์แลนด์

 
          ความคืบหน้าเหตุเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลนส์เที่ยวบิน เอ็มเอช17 ถูกยิงตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม  5 วันผ่านไปเพิ่งมีความคืบหน้า เมื่อในที่สุด กลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกยูเครน ยอมให้รถไฟที่ใช้เก็บศพเหยื่อ 280 ราย เคลื่อนขบวนออกจากเมืองโทเรซ พื้นที่ยึดครองของตน ไปยังเมืองคาร์คิฟ พื้นที่ในความควบคุมของรัฐบาลแล้ว 
         
          นอกจากนี้ นายอเล็กซานเดอร์ โบโรได นากรัฐมนตรีของสาธารณรัฐประชาชนโดเนทสค์ ที่กบฎสถาปนาขึ้นเอง ยังได้ส่งมอบกล่องบันทึกข้อมูลการบินและเสียงสนทนาในห้องนักบิน หรือ กล่องดำ ให้แก่เจ้าหน้าที่ของมาเลเซีย ต่อหน้านักข่าวจำนวนหนึ่ง ตลอดจนประกาศหยุดยิงในรัศมี 10 กิโลเมตรรอบจุดเครื่องบินตกด้วย  
          
          เมื่อศพถึงเมืองคาร์ฟคิฟแล้ว จะได้รับการขนย้ายขึ้นเครื่องบินไปยังเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นต้นทางของเที่ยวบินเอ็มเอช17 และสูญเสียพลเมืองมากที่สุด 193 รายจากผู้โดยสารและลูกทั้งหมด 298 ราย 
 
          ด้าน รัสเซียเปิดเผยว่า ข้อมูลการบินที่พวกเขามี แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินรบยูเครน บินเข้าไปใกล้เครื่องบินสายการบินมาเลเซียในช่วงก่อนที่เครื่องบินมาเลเซียจะตก ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็เป็นผู้ควบคุมสถานีเรดาร์ที่ใช้สำหรับระบบขีปนาวุธ
         
          ในการบรรยายสรุปพิเศษที่กรุงมอสโก เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงจากกองบัญชาการรัสเซีย 2 นาย ได้นำสไลด์ ชาร์ต และภาพถ่ายจำนวนหนึ่งมาให้ผู้สื่อข่าวได้ชม พร้อมกับคำอธิบาย
            
          พลโทอังเดรย์ การ์ตาปาลอฟ บอกว่า เครื่องบินมาเลเซียบินขึ้นมาเหนือเส้นทางบินที่วางแผนไว้สูงสุดประมาณ 14 กิโลเมตร และเครื่องบินรบ ซู 25 ของยูเครน ที่ตามปกติ จะติดขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ก็บินเข้าไปใกล้เครื่องบิน โบอิ้ง 777
            
          มีบันทึกว่าเครื่องบินยูเครนได้ไต้ระดับความสูงขึ้นมา และมาอยู่ห่างจากเครื่องบินมาเลเซีย แค่ 3-5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่บอกด้วยว่า ซู 25 สามารถบินอยู่ที่ระดับความสูง 1 หมื่นเมตรได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ  เจ้าหน้าที่รัสเซียได้ตั้งคำถามว่า เครื่องบินทหาร บินไปตามเส้นทางบินของเครื่องบินพลเรือน ในเวลาเวลาเดียวกัน และในระดับการบินเดียวกัน ทำไม รัสเซียเองก็อยากจะรู้คำตอบ
            
          ข้อมูลเรื่องนี้ มาจากสถานีเรดาร์ยูเครนที่ใช้ควบคุมระบบขีปนาวุธในวันที่เกิดเหตุ เพราะตั้งแต่วันพฤหัสบดี สถานีเรด้าร์ของยูเครน 9 แห่งใกล้กับจุดเกิดเหตุต่างก็ทำกันเต็มกำลัง โดยวันอังคาร สถานีเรดาร์ทำงานแค่ 7 แห่ง วันพุธทำงาน 8 แห่ง
            
          หลังเกิดเหตุ สถานีเรดาร์ทำงานแค่ 4 แห่งในวันศุกร์ และ 2 แห่งในวันเสาร์