ข่าว

ระบบติดตามพื้นที่ปลูกข้าวจัดการสต็อกข้าว-ภัยพิบัติ

ระบบติดตามพื้นที่ปลูกข้าวจัดการสต็อกข้าว-ภัยพิบัติ

22 ก.ค. 2557

ระบบติดตามพื้นที่ปลูกข้าวจัดการสต็อกข้าว-ภัยพิบัติ

               ข้าว พืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ภายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการส่งออกข้าวตลอด อย่างในปี 2546 มีมูลค่า 76,699 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 133,839 ล้านบาท ในปี 2556 แต่ช่วงที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านของไทยกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดโลก อีกทั้งการเริ่มปรับแผนและกลยุทธ์ของแต่ละประเทศที่จะเข้าสู่ยุคของการค้าเสรีในภูมิภาคอาเซียน (เออีซี) ที่ทำให้มูลค่าและปริมาณการส่งออกข้าวของไทยถูกสั่นคลอนมากยิ่งขึ้น ทำให้ไทยต้องวางแผนเพื่อให้ข้าวไทยกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้ง

               การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการเกษตรด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ จึงเข้ามามีบทบาท กลายเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยบริหารจัดการ โดยเฉพาะการปลูกข้าว โดยประเทศไทยที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 62 ล้านไร่ จึงต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดี, การติดตามพิบัติภัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก

               ในช่วงที่ผ่านมา "สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ" หรือ "จิสด้า" ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนา “ระบบเพื่อการบริหารจัดการและติดตามพื้นที่เพาะปลูกนาข้าวทั้งประเทศ” โดยใช้ข้อมูลดาวเทียม ระบบ “โมดิส” ที่จะผ่านประเทศไทยทุกวัน ก่อนจะถ่ายรูปพื้นที่การเพาะปลูกของประเทศไทย แล้วนำมาวิเคราะห์ จะถูกผสมสีให้มันดูเป็นธรรมชาติ และนำเอาความถี่จากที่ส่งมา จากบางช่วงคลื่น ว่า หมายถึงข้าว หรือ พืชพันธุ์ เอามาผสมตามสมการที่มีอยู่ จนได้ภาพพื้นที่การเพาะปลูกในประเทศไทย ที่มีความแม่นยำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และเป็นข้อมูลการติดตามพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด

               ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการจิสด้า บอกถึงเหตุผลในการพัฒนาระบบนี้ ว่า จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายนำไปใช้ในการช่วยเหลือเกษตรกรได้ในเรื่องการทราบว่ามีการเพาะปลูกจริงหรือไม่ แก้ปัญหาพื้นที่ปลูกข้าวน้อยแต่กลับมีผลผลิตออกมามาก การถกเถียงในเรื่องการต้องการน้ำ และการเยียวยาในเรื่องภัยพิบัติได้ด้วย

               "เราจะเอาพื้นที่น้ำท่วมทับเข้ามา เราจะรู้เลยว่า พัทลุงมีนาข้าวที่ปลูกอยู่จริงท่วมกี่ไร่ ข้าวที่ถูกท่วมนั้นอายุ 4 เดือน ใกล้เก็บเกี่ยวแล้วมันท่วม อย่างนี้เขาเดือดร้อนมาก เราจะแยกแยะได้ง่ายขึ้น พอเรามีข้อมูลตรงนี้ก็ให้คนที่สมควรได้มากน้อย หรือไม่สมควร ไม่ใช่น้ำท่วมเหมือนกันแล้วได้เท่ากันหมด ปลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้"

               สำหรับหน้าเว็บไซต์ http://rice.gistda.or.th/ricefield แต่ไม่ใช่มีแต่ข้าว ยังมีข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง พืชล้มลุกที่สำคัญของประเทศนั้นสามารถจะเข้าไปดูได้ โดยการเลือกตำบล อำเภอ และจังหวัดนั้นที่ต้องการทราบ โดยสีจะแบ่งออกเป็น 9 ขั้น จากการเริ่มปลูกที่มีสีเขียวเข้ม ก่อนจะเป็นสีเหลือง ไปจนถึงสีแดงเข้มที่แสดงว่าสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ซึ่งจะมีวันระบุไว้ เพื่อให้คาดการณ์ผลผลิตได้ มีผลต่อการบริหารจัดการสต็อกข้าว และระบบโลจิสติกส์ สำหรับการนำไปใช้นั้น ในตอนนี้มีแต่ภาคเอกชนส่วนใหญ่ที่นำไปใช้ประโยชน์ แต่หน่วยงานภาครัฐเองยังไม่นำไปใช้มากเท่าที่ควร

               "ที่ผ่านมาใช้คนเดินตรวจ เดินสุ่ม มันยาก จะให้ครบทั่วพื้นที่ ใช้จ่ายสูงกว่าดาวเทียม ค่าใช้จ่ายติดตามพืช 4 ชนิด ปีละ 1 ล้าน คุ้มกว่าไปจ้างเจ้าหน้าที่เดินสำรวจอีก กว่าจะครบทั่วประเทศ ระบบดาวเทียมถูกกว่าการใช้คน แต่คนก็ยังจำเป็นในการตรวจสอบ นำคนไปใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีที่ยังทำไม่ได้ดีกว่า นี่คือเรื่องที่นำไปสู่การบริหารจัดการเกษตรของประเทศ ที่ควรจะต้องมีการปฏิรูป คือให้นำเทคโนโลยีทดแทนคน นำคนไปใช้ในเรื่องที่สำคัญ เอาคนไปทำในเรื่องของสิ่งที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนด้วยกัน ซึ่งเครื่องจักร หรือคอมพิวเตอร์ทำไม่ได้ ทุกหน่วยงานบอกว่า คนไม่พอๆ เราก็เอาระบบพวกนี้ไปทดแทนคน ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น" ดร.อานนท์ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

               ทั้งนี้ ดร.อานนท์ ย้ำว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการทำงานของหน่วยงานราชการและประชาชน ถ้าทุกคนเอาไปใช้จะทำให้คาดการณ์ผลผลิตได้ล่วงหน้าว่าจะออกมาเท่าไหร่ การบริหารจัดการสต็อก การบริหารจัดการเรื่องเงิน การเรียกค่าชดเชยเยียวยาต่างๆ เตรียมการไว้ก่อน พวกระบบโลจิสติกส์ การจัดคิวได้ดีขึ้น การจัดการภัยพิบัติ การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งข้าวเป็นเรื่องที่ใช้น้ำเยอะที่สุด เราก็ต้องบริหารจัดการน้ำ เมื่อมีข้อมูลจริง การบริการจัดการก็แม่นขึ้น เพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำให้สมดุลกับพื้นที่ปลูก และอายุของข้าว ใช้ประโยชน์ของทรัพยากรน้ำมากขึ้น
...............................

(หมายเหตุ :ระบบติดตามพื้นที่ปลูกข้าวจัดการสต็อกข้าว-ภัยพิบัติ)