ข่าว

โค้งสุดท้ายชิงดำ'ผบ.ตร.ใครคือคนในใจ'บิ๊กกุ้ย'

โค้งสุดท้ายชิงดำ'ผบ.ตร.ใครคือคนในใจ'บิ๊กกุ้ย'

22 ก.ค. 2557

โค้งสุดท้ายชิงดำ'ผบ.ตร.ใครคือคนในใจ'บิ๊กกุ้ย' : ทีมข่าวอาชญากรรม

 
               การเปลี่ยนตัวคนเสนอชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น "ผบ.ตร." คนต่อไป จากเดิมอยู่ในอำนาจ "นายกรัฐมนตรี" เปลี่ยนมือมาให้อำนาจ "ผบ.ตร." เป็นคนเสนอชื่อแทน ในห้วงเวลาที่ใกล้เลือก "ผบ.ตร." คนต่อไปเต็มที เป็นเรื่องของความตั้งใจ และตกลงกันแล้วระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีอยู่ กับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. ที่จะทำหน้าที่แทน พล.อ.ประยุทธ์ ในการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนต่อไป

               เมื่อมาดูประกาศ คสช.หลักเกณฑ์การเลือก ผบ.ตร.เปลี่ยนเป็นให้ ผบ.ตร.เป็นคนเสนอชื่อ จากเดิมเสนอนายตำรวจยศ "พล.ต.อ." ให้เหลือเพียง รองผบ.ตร. และ จเรตำรวจ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เห็นชอบ ซึ่งเมื่อไล่เรียงลำดับอาวุโสแล้วก็จะเหลือแคนดิเดตตามกฎใหม่เพียง 5 คน คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นการแก้ไขหลักเกณฑ์เพื่อลดการเมืองแทรกแซง และให้ ผบ.ตร.มีอำนาจมากขึ้นในการให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชา

               นอกจากเปลี่ยนหลักเกณฑ์การเลือก ผบ.ตร.แล้ว โครงสร้าง ก.ต.ช.ก็เปลี่ยนไปด้วยจากเดิมมี 11 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วย รมว.มหาดไทย รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน โครงสร้างใหม่เหลือเพียง 7 คน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรรมการประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผบ.ตร. ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 ท่าน โดยให้วุฒิสภาเป็นคนเลือก คำสั่งยังต่อท้ายว่าหากคณะกรรมการยังไม่ครบก็ให้ทำหน้าที่เท่าที่มีไปก่อน

               จึงเป็นไปได้สูงว่า การเลือก ผบ.ตร.คนต่อไป ซึ่งคาดว่าอีกไม่เกิน 1 เดือนข้างหน้า ก.ต.ช.ที่จะมีอำนาจเห็นชอบจะมีเพียง 5 คนเท่านั้น ดูสั้นกะทัดรัด คุยกันได้ ซึ่งเมื่อมาไล่เรียงรายชื่อ ก.ต.ช.แล้วก็จะประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรรมการจะประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะเป็น พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายสมศักดิ์ โชติรัตนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. เป็นกรรมการและเลขานุการ

               โฟกัสไปที่ "คนในใจบิ๊กกุ้ย" พล.ต.อ.วัชรพล ที่จะทำหน้าที่เสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยอมเปิดปากว่าจะหยิบใครใน 5 แคนดินเดตให้ ก.ต.ช.พิจารณา แต่หากให้เดาใจ "บิ๊กกุ้ย" คนที่มาแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เกษียณอายุราชการปี 2558 มีอาวุโสเป็นอันดับ 3 เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 31 (นรต.31) และนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 15 (ตท.15) เป็นน้องรัก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษา คสช. เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.วัชรพล ที่เป็นน้องรักของบ้าน "วงษ์สุวรรณ" เช่นกัน ว่ากันว่าสายสัมพันธ์แนบแน่นไม่ธรรมดา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติในด้านต่างๆ ณ เวลานี้ ล้วนผ่านคำปรึกษาจากบ้าน "วงษ์สุวรรณ"

               "บิ๊กอ๊อด" นั้น เรียกได้ว่าเป็นตำรวจนักธุรกิจ ประสานสิบทิศ ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เข้าได้กับการเมืองทุกขั้ว เพราะคลุกคลีกับวงการการเมืองตั้งแต่สมัยรับราชการใหม่ๆ ติดตามนายมนตรี พงษ์พานิช สมัยเป็นรัฐมนตรี เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 15 ร่วมรุ่นกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งใน ก.ต.ช. ผลงานในหน้าที่ตำรวจค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับแคนดิเดตที่เหลือ ผ่านงานมาหลายด้าน ทั้งสืบสวน สอบสวน เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนหน้า คสช.บริหารประเทศรับผิดชอบงานด้านปราบปรามยาเสพติด และงานด้านป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถ ดูแลศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ มีการเปิดเว็บไซต์ สายด่วนแจ้งรถหาย จนสามารถติดตามรถหายได้เป็นจำนวนมาก

               เมื่อมาดูแลงานด้านความมั่นคงก็แสดงฝีมือจับทั้งอาวุธสงคราม และมือยิงเอ็ม 79 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ สำนักงาน ป.ป.ช. ตึกชินวัตร ด้วยความใจถึง รักลูกน้อง จึงมีลูกน้องมือดีอย่าง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร. และ รรท.ผบช.น. ทำงานสนองนโยบาย จนสามารถโชว์ผลงานการจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง

               อีกคนที่ "บิ๊กกุ้ย" ยังไม่สามารถสลัดออกจากใจได้ คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. เพราะได้เปรียบที่รั้งอาวุโสอันดับ 1 เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม เกษียณอายุราชการในปี 2559 ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปราม เป็นตำรวจสาย "บุ๋น" โดดเด่นงานสอบสวน งานกฎหมาย แต่มีข้อเสียเปรียบ พราะไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งเหล่าทหาร-ตำรวจ ให้ความสำคัญถึงเรื่องรุ่นไม่น้อย

               สายสัมพันธ์ด้านการเมืองไม่เด่นชัดเจน แต่มีแรงหนุนชั้นดีจากสายกฎหมาย เพราะคลุกคลีมีรุ่นพี่รุ่นน้องในสายนี้จำนวนไม่น้อย ด้วยนิสัยไม่กล้าได้กล้าเสีย ทำให้ผู้มีอำนาจคิดหนักหากจะหยิบมาใช้งาน

               ด้านสายสัมพันธ์กับทหาร พล.ต.อ.เอก เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ โรงเรียนเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังบ้านของทั้งสองคนสนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดี

               ส่วนผลงานก็ถือว่าไม่น้อยหน้า "บิ๊กอ๊อด" เมื่อมาดูงานป้องกันปราบปราม สามารถเร่งรัดคดีอาชญากรรมสำคัญอย่างต่อเนื่อง สามารถจับกุม "ครูแขก" หรือ นางอัมพร ใจก้อน ผู้ต้องหามีส่วนร่วมกับคดีระเบิดในพื้นที่ สน.มีนบุรี ล่าสุดสามารถจับมือยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ถูกยิงที่หน้าวัดศรีเอี่ยมได้ และคดีอาชญากรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้จะเร่งรัดจนสามารถจับกุมได้โดยเร็ว

               ถึงตอนนี้ทั้งสองคนพยายามต่อสู้กันทุกรูปแบบ "บิ๊กเอก" ตอนนี้แม้คะแนนจะไล่ตาม "บิ๊กอ๊อด" อยู่ และเริ่มรู้ตัวว่าจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ก็เร่งทำคะแนนผ่านสื่อ และเอาความอาวุโสเข้าสู้ รีบทำคะแนนไล่ตาม

               ล่าสุด พล.ต.อ.วัชรพล มีคำสั่งให้แคนดิเดตทั้ง 5 คน จัดทำโปรไฟล์เสนอให้พิจารณา จึงได้เวลาแห่งการลุ้นระทึก ใครจะเข้าวินพิชิตใจ "บิ๊กกุ้ย" เสนอให้สืบทอดอำนาจบนเก้าอี้ "แม่ทัพสีกากี"

...............................

(หมายเหตุ : โค้งสุดท้ายชิงดำ'ผบ.ตร.ใครคือคนในใจ'บิ๊กกุ้ย' : ทีมข่าวอาชญากรรม)