
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : อาชีพเรียน
22 ก.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : อาชีพเรียน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
วิชาเหมือนสินค้าอันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไปจึงจะได้สินค้ามา ฯลฯ คนไทยเรามีคำพูดที่เกี่ยวกับเล่าเรียนเขียนอ่านตามตำรามากมาย แสดงให้เห็นว่า การที่คนเราจะได้ดิบได้ดีเป็นคนดีมีชื่อเสียงของสังคม เป็นคนที่มีความก้าวหน้าได้ ต้องเริ่มต้นจากการเป็นคนที่ตั้งใจเรียนหนังสือเป็นอย่างแรก พ่อแม่ชาวไทยจึงเคี่ยวเข็ญให้ลูกตั้งใจเรียนเพื่อเติบใหญ่ขึ้นมา “จะได้เป็นเจ้าคนนายคน” สมัยก่อนแย่งกันส่งลูกเข้าไปเรียนโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จึงมีการจ่ายเงินกินเปล่าที่เรียกกันว่า “แป๊ะเจี๊ยะ” เกิดขึ้น เพราะพ่อแม่เชื่อว่า หากลูกมีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนเหล่านั้น จะมีโอกาสก้าวหน้ากว่าเรียนตามโรงเรียนวัดหรือโรงเรียนบ้านนอกทั่วไป
ปัจจุบันนี้โรงเรียนของรัฐบาลหลายแห่งปรับปรุงมาตรฐานการเรียนการสอนดีขึ้น ทำให้พ่อแม่สามารถกระจายเอาลูกไปเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ได้มากขึ้น แต่ความเชื่อเกี่ยวกับการเรียนหนังสือให้ดีจะทำให้มีชีวิตดีและก้าวหน้ามั่นคง บวกกับมาตรฐานของสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทยแต่ละสถาบันยังมีช่องว่างที่แตกต่างกันมาก ทำให้พ่อแม่หลายต่อหลายคนที่อยากให้ลูกของตนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จึงเคี่ยวเข็ญให้ลูกไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม ที่เรียกกันว่า “กวดวิชา” นอกเหนือจากการเรียนในเวลาปกติตามโรงเรียน
เด็กในยุคปัจจุบันนี้ จึงมีหน้าที่เพียงแค่ “ต้องเรียนให้ได้สอบให้ดี” เท่านั้น ใครที่มีผลสอบได้เกรด 4 สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังในคณะดี ก็จะได้รับการยกย่องมีชื่อลงข่าวตามสื่อต่างๆ เรียนจบปริญญาตรีได้เกียรตินิยมก็จะมีบริษัทห้างร้านจองตัวเพื่อหวังจะเอาไปร่วมงานด้วย ผลที่เกิดขึ้นดังกล่าวยิ่งย้อนกลับมาทำให้เด็กก้มหน้าอยู่กับกองตำราเพื่อหวังได้เกรดดีได้เกียรตินิยม จนลืมเรียนรู้การดำรงชีวิตจริงอยู่กับผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
คนสมัยใหม่จำนวนมากที่มีผลการเรียนดีมากมาตลอดทุกระดับชั้น แต่เมื่อเดินออกจากรั้วสถานศึกษาเข้าสู่ชีวิตของคนทำงานกลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถปรับชีวิตที่แตกต่างระหว่างการเรียนและการทำงานได้ เด็กที่เรียนเก่งหลายคนจึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน ต้องหันกลับไปเรียนเพิ่มเติมต่อในระดับปริญญาโท แล้วก็ต่อปริญญาโทอีกหนึ่งสาขาหรือต่อไปถึงปริญญาเอก จบออกมาก็ต้องหาทางประกอบอาชีพที่ต้องทำร่วมกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่หันไปเป็นครูผู้สอนผู้ถ่ายทอดวิชาให้เด็ก และมักจะได้ผลดี ด้วยว่าในระบบการศึกษาส่วนใหญ่ ผู้เรียนมักจะทำใจยอมรับและเชื่อในปูมความรู้ตามตำราของผู้สอนได้ง่าย
ต่างจากการประกอบอาชีพอื่นๆ ส่วนใหญ่ ที่วัดกันด้วยผลงานมากกว่าดูภูมิหลังด้านการศึกษา สังคมไทยทุกวันนี้เราจึงเห็นเด็กเรียนเก่งได้เกรดดีหลายคนก้มหน้าก้มตาประกอบอาชีพเรียนหนังสือเป็นหลักจนอายุมากขึ้น เพราะมีแต่คนสอนให้เขาเรียนรู้ตามตำรา แต่ไม่มีใครสอนให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิตจริงร่วมกับคนอื่นนั่นเอง ตราบใดที่ระบบการศึกษาของไทยยังให้ความสำคัญกับการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มากกว่าการกล่าวสอน “ปัจฉิมนิเทศ” ให้แก่นักศึกษาที่เรียนจบ เด็กของเราก็จะยังคงต้องประสบปัญหานี้กันไปอีกมากมายครับ
------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : อาชีพเรียน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



