
'เตีย บัน'นำคณะเหล่าทัพเยือนไทย28-29ก.ค.
'เตีย บัน'นำคณะเหล่าทัพเยือนไทย28-29ก.ค. ถกหัวหน้าคสช.กระชับความสัมพันธ์ ขณะที่คสช.จัดงบ6.4 แสนล้านให้อปท. ขณะที่'2สภา'ตั้งคณะทำงานศึกษารธน.ใหม่
21ก.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา พร้อมด้วย รมช.กลาโหมกัมพูชา เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ผบ.เหล่าทัพกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และให้กำลังใจระหว่างรัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียน
โดยวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 13.40. พล.อ.เตีย บัน และคณะ จะเข้าพบ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.กลาโหม เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงในภูมิภาค ระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมไทยเตรียมจัดพิธีอำลาแถวจากกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ และจะมีการมอบโล่เพื่อเป็นของที่ระลึก
หลังจากนั้นจะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและต่างประเทศ ขณะที่วันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
"2 สภา"ตั้งคณะทำงานศึกษารธน.ใหม่
ที่รัฐสภา นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ
นายจเร กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีหารือถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก สำหรับกระบวนการเตรียมงานคงไม่ได้แตกต่างจากงานราชการตามปกติ ซึ่งที่ประชุมไม่ได้ข้อยุติใดๆ เพราะต้องรอให้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศออกมาก่อน ทั้งนี้มีคณะทำงานร่วมทั้ง 2 สภา โดยให้แต่ละสภาส่งนิติกรและวิทยากรมาเป็นคณะทำงาน เพื่อเป็นการเตรียมการภายในล่วงหน้าก่อน สำหรับกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของทั้ง 2 สภา มีประมาณ 70-80 ฉบับ ซึ่งจะมีการรวบรวมเพื่อเตรียมเสนอไว้ ส่วนกฎหมายฉบับใดเร่งด่วนต้องเร่งพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ทางเราได้เตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว โดยจะทำงานตามกรอบของรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ขณะที่นางนรรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุมให้มีคณะทำงานร่วม 2 สภา โดยจะใช้เจ้าหน้าที่นิติกรเป็นหลัก แต่ยังไม่ได้กำหนดจำนวนคนว่ามีกี่คน โดยคณะทำงานชุดนี้จะมีหน้าที่ศึกษารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่ามีรายละเอียดอย่างไรให้อำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำอะไรได้บ้าง ส่วนความพร้อมในงานด้านกรรมาธิการมีความพร้อมเต็มที่แล้ว
ชงพ.ร.บ.ปรับปรุงใหม่42ฉบับเสนอคสช.
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยทุกส่วนงานได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานในส่วนต่างๆ ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงได้รายงานการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ซึ่งมีการเปิดศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จไปแล้วนั้น ล่าสุดมีแรงงานต่างด้าวมาลงทะเบียนแล้วกว่า 1.8 แสนคน ขณะที่ฝ่ายสังคมจิตวิทยามีการเตรียมที่จะจัดทำโรดแม็พแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤติ ส่วนฝ่ายเศรษฐกิจได้รายงานความคืบหน้าการประชุมของคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามแผนงานในปี 2558-2562 และฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ระบุจะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขจำนวนกว่า 42 ร่าง เข้าสู่ที่ประชุมคณะ คสช.ในวันอังคารที่ 22 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ ส่วนขึ้นตรงหัวหน้า คสช.ได้แจ้งความก้าวหน้าการดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 64/66 ว่า ล่าสุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานสามารถนำผู้บุกรุกพื้นที่ป่าออกมาได้ 100% แล้ว ส่วนในพื้นที่ป่าดงใหญ่ ซึ่งเป็นผืนป่าผืนเดียวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ที่ถูกบุกรุกกว่า 2.3 หมื่นไร่นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการละมุนละม่อมจนสามารถแก้ไขปัญหาได้ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายแล้ว ขณะที่ในส่วนของอุทยานแห่งชาติปางสีดาอยู่ระหว่างดำเนินการ
คสช.จัดงบ 6.4 แสนล้านให้อปท.
นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวชี้แจงว่า ในปีงบประมาณ 2558 ทาง คสช.ได้กำหนดงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 646,350 ล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณในปี 2557 โดยหลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินเฉพาะกิจในปี 2558 ทางองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องจัดทำโครงการและส่งให้สำนักงบประมาณก่อน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2558 ประกาศใช้ โดยขณะนี้จังหวัดต่างๆ ได้รวบรวมโครงการส่งมาแล้ว ซึ่งหลังจากมีการอนุมัติโครงการแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องติดตามการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยให้มีการตั้งคณะทำงานติดตามโครงการด้วย



