
'น้ำเพชร'ปล่อยโฮขอโทษวอนสังคมเห็นใจ
น้ำเพชรปล่อยโฮ ถูกปลดอย่างไม่ยุติธรรม เผยทำทุกอย่างเพื่อแม่ ปัดไม่มีเจตนาแฉกองประกวด พร้อมคืนตำแหน่งแต่ไม่คืนมงกุฎและทวงเงินรางวัลที่ต้องได้รับจากการประกวด
เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 21 ก.ค. ที่ ชั้น 23 ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส น้องน้ำเพชร น.ส.สุณัณณิการ์กฤษณสุวรรณ อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2557 ได้เดินทางมาออกมารายการ สน.แสนแสบ โดยมีดีเจบุ๊คโกะนายธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล และดีเจซันเดย์ นายนิธิรุจน์ ถิระพัฒนะพงศ์ เป็นพิธีกร
น้องน้ำเพชร เปิดเผยในรายการว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาพูด เพราะรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เราต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรี พูดความจริงจากการที่ถูกกล่าวหาต่างๆ พิธีกรได้สัมภาษณ์ว่า หลายกระแสที่ค่อนข้างแรง โดยเฉพาะที่มีการตั้งฉายาว่า น้ำเพชรเจ็ดกระแส นั้น รู้สึกอย่างไร น้ำเพชรกล่าวว่ารู้สึกตกใจว่าตนเป็นคนเป็นคนเจ็ดกระแสจริงหรือ อยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปดูข่าวเอง ก็ได้ติดตามข่าว รู้สึกเสียใจ ทำไมมีข่าวแบบนี้กับเรา ท้อมาก กระแสเรื่องโกงอายุก็ได้เอาเอกสารหลักฐานทั้งหมดมาแสดงแล้วว่าตอนประกวดนั้นอายุ 21 ปี 9 เดือน ส่วนภาพที่ขี่เอวผู้ชาย รู้สึกเฉยๆ เพราะเป็นรูปการประกวดรายการหนึ่ง ส่วนคลิปสาวหน้าคล้ายที่เต้นบนเวทีนั้น ตนไม่เคยมีอาชีพแบบนั้น เป็นแค่พริตตี้ ที่ทำงานถูกต้องตามกฎหมาย เสียภาษี
“มองว่าอาชีพพริตตี้ ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เป็นอาชีพที่คุณค่า ไม่ได้น่ารักเกียจ ส่วนภาพหลุดเซ็กซี่ในรูปนั้น ไม่รู้มาก่อนว่าภาพจะออกมาแบบนั้น กระทั้งมาถึงหน้างาน ซึ่งงานนั้นมีตากล้องหลายคน ทำให้มีภาพในมุมอื่นๆ หลุดออกมา ทั้งนี้ต้องขอโทษแฟนนางงามทุกคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ออกมาไม่ดี”
พิธีกรได้ถามต่อไปว่า อายุยังน้องทำไมมาถ่ายภาพวาบหวิวแบบนั้น น้ำเพชร กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า คิดว่าอายุไม่สำคัญกับการทำงาน เพราะน้ำเพชรทำงานมาตั้งแต่เด็ก ช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่เด็ก ที่เลือกอาชีพพริตตี้เพราะรายได้เยอะ หาเงินง่ายและได้เข้าสู่วงการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงตอนนี้น้องน้ำเพชรถึงกับปล่อยโฮออกมา จนทีมงานต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูเพื่อซับน้ำตา ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า เมื่อปี 2552 คุณแม่ป่วยเป็นโรคเซลมดลูกผิดปกติต้องผ่าตัดด่วนภาพใน 2 เดือน ไม่อย่างนั้นจะต้องเป็นมะเร็ง ตอนนั้นน้ำเพชรเรียนอยู่ชั้นม.5 อายุ เพียง 17 ปี รู้สึกช็อกมากตอนที่หมอบอกว่าต้องผ่าตัดด่วน จึงต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นพริตตี้ ถ่ายแบบ ปกติงานลักษณะนี้ได้เงินประมาณ 2-3 พันบาท แต่ถ่ายเซ็กซี่ขึ้นมาหน่อย ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้น น้ำเพชรจำเป็นต้องใช้เงิน จึงต้องทำ
“ชีวิตนี้น้ำเพชรมีแม่เพียงคนเดียว น้ำเพชรไม่ได้ขายตัว ทำอาชีพสุจริต น้ำเพชรขอโอกาส ขอความเมตตา จากพี่ๆ แฟนนางงามทุกท่าน น้ำเพชรเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ที่อยากเป็นผู้หญิงที่ดี ไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้วงการนางงามเสียหาย อยากให้พี่ๆ แฟนนางงามเปิดใจให้น้ำเพชรด้วยค่ะ”
พิธีกรถามถึงกระแสการปลดจากตำแหน่งรองอันดับ 2 นั้น เป็นมาอย่างไร น้องน้ำเพชร กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค. เวลา 14.00 น. กองประกวดได้เรียกน้ำเพชรเข้าไปรับทราบว่าปลดจากตำแหน่ง น้ำเพชรอยากขอโอกาสจากสังคม ขอความเมตตา ตอนนี้น้ำเพชรไม่ได้มีตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ถ้าใครมีความเมตตาจะมีงานอะไรให้น้ำเพชรรับใช้ น้ำเพชรก็ยินดีค่ะ ซึ่งวงการบันเทิงเป็นความฝันของน้ำเพชร ตอนเด็กอยู่บ้านนอก ฝันอยากเป็นนางงาม ดารา นักแสดง กับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น คุณแม่ได้ให้กำลังใจ โดยท่านไม่ได้บอกอะไรมาก แค่บอกว่าแม่รักลูก เป็นคำพูดที่ซื้อไม่ได้ แต่มีคุณค่าทางจิตใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากนั้น เวลา 14.10 น. น้ำเพชรได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดลูกไม้ราตรียาวสีดำ พร้อมชุดเครื่องเพชร ก่อนมานั่งแถลงอีกครั้งเป็นเวลา 4 นาที โดยน้ำเพชร กล่าวว่า วันนี้ขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ ประเด็กแรก เรื่องขายตัว เด็กเสี่ย เป็นเอเย่นส่งเด็ก และเป็นเมียน้อยนายทหารอากาศ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่เป็นเรื่องจริง เธอถูกใส่ร้าย ทำให้เสียเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ข่าวเหล่านี้ที่ออกมาน้ำเพชรไม่มีความสุข เป็นประเด็นที่ทำให้มีวันนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับการขายตัว ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ถ้ามีหลักฐานว่าซื้อที่ไหนขายราคาเท่าไหร่ ขอให้ออกมายืนยัน ส่วนเรื่องเป็นเอเย่นส่งเด็กไปให้เสี่ยนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้น้ำเพชรและครอบครัวไม่มีความสุข หลักจากถูกกล่าวหามาเป็นเวลาร่วม 3 เดือน ฝากไปถามด้วยว่าถ้าเป็นเอเย่นส่งเด็กให้เสี่ยจริงให้เด็กที่ถูกส่งออกมายืนยันด้วย
ส่วนเรื่องที่เป็นเมียน้อยนายทหารอากาศใหญ่ หรือเป็นเมียน้อยเสี่ย ถ้าเป็นเมียน้อยจริงคงไม่ออกมาหางานทำงานหาเงิน งก งก งก หาเงินเรียนเองและเลี้ยงครอบครัว ส่วนเรื่องอาชีพพริตตี้ น้ำเพชร กล่าวว่า เมื่อก่อนเป็นเด็กธรรมดา อยู่กับแม่สองคน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แม่ป่วยต้องผ่าตัดด่วน วันนั้นเด็ก ม.5 ธรรมดาไม่รู้แนวทางชีวิตตัวเอง ครอบครัวไม่มีเงินเก็บเลย คิดว่าพริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริต เชื่อว่าเด็กสาวทุกคนอยากเป็น อาชีพนี้ไม่ได้ใช้เพียงหน้าตาแต่ต้องใช้ไหวพริบด้วย เป็นอาชีพสุจริต ถูกกฎหมาย เสียใจที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม ว่าเคยเป็นพริตตี้มาก่อนจะมาประกวดนางงามไม่ได้ พร้อมกันนี้ น้องน้ำเพชรได้โชว์หลักฐานประวัติการรักษาของแม่ ที่สถานบันมะเร็งแห่งชาติ มาโชว์ต่อหน้าผู้สื่อข่าว เพื่อยืนยันว่าแม่ป่วยจริง และได้รับการผ่าตัด และตอนนี้แม่ปกติดีแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นอาชีพพริตตี้ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ภาพที่ออกมานั้นดูแรงเกินไป รู้สึกอย่างไร น้ำเพชร กล่าวว่า น้ำเพชรยอมรับว่าแรงจริง ไม่เคยปฏิเสธว่ารูปนั้นไม่ใช่ของเธอ เป็นเพราะน้ำเพชรต้องรีบรับงาน ไม่ว่างานอะไร ไม่ว่าเหตุผลจะแรงแค่ไหน แต่เป็นอาชีพที่สุจริต ค่าจ้างครั้งนั้นได้สูง พอดีกับค่าผ่าตัด เด็ก ม.5 ไม่สามารถทำอะไรได้เงินเยอะขนาดนั้น น้ำเพชรไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ไม่ได้ขายตัว อยากให้แม่หาย ไม่คิดว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้
ถามว่าแม่ทราบหรือไม่ น้องน้ำเพชร กล่าวว่า แม่ไม่ทราบ เมื่อแม่มาเห็นรูปก็รู้สึกตกใจ ต่อประเด็นที่ว่าเรื่องการโดนปลดครั้งนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร น้ำเพชร กล่าวว่า ผู้ใหญ่ได้เรียกเข้าไปคุยหลายครั้ง และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีทนายหนึ่งคน พร้อมสอบสวนก่อนว่าเป็นภาพเธอจริงหรือไม่ ซึ่งก็ได้นำหลักฐานต่างๆ ไปให้ผู้ใหญ่ดู หลักจากที่มีเรื่องก็ยังไม่เคย คุณแดง (นางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์)
ตอนที่นางงามไปขอบคุณสื่อน้ำเพชรก็ไม่ได้ไป เธอจึงเข้าไปสอบถามทางผู้ใหญ่ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ในชื่อว่า P jadmut พร้อมโชว์หลักฐานโดยก๊อปปี้การสนทนา ว่าทำไมไม่ให้ออกงาน มีงานพิธีกรสามารถรับได้ไหม กองประกวดจะหักอย่างไร เงินกองประกวดก็ยังไม่ได้รับ ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่า ทุกอย่างต้องผ่านกองประกวด และต้องเซ็นสัญญาก่อน ทำให้เธอเสียโอกาสทั้งงานพิธีกร งานเป็นแอมบาสเดอร์แบรนด์หนึ่ง ซึ่งจะได้สัญญาเป็นเงิน 5 แสนบาท ทำให้เสียโอกาส โดยผู้ใหญ่บอกว่าให้ลูกค้าติดต่อทางกองประกวดโดยตรง และรอให้ผู้ใหญ่กลับมาถึงกรุงเทพฯ ก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับงานสักอย่าง
“น้ำเพชร อยากพูดในเรื่องการโดยปลดแบบไม่ยุติธรรม ไม่ให้โอกาสเข้าไปชี้แจง โดยทราบจากอินสตาแกรม เพจแอนตี้น้ำเพชร ว่ากองประกวดได้เรียกคน 5 คนเข้าไปคุยในเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง โดยที่ไม่เปิดเผย และไม่ได้เรียกน้ำเพชรเข้าไปชี้แจงแต่อย่างใด เพียงแต่วันที่ 8ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ได้ไลน์มาหาว่าให้เข้าไปที่กองประกวด พร้อมนำมงกุฎและกล่องเข้าไปด้วย น้ำเพชรคิดว่ากองประกวดเรียกให้นำมงกุฎไปซ่อม แต่ได้ซ่อมแล้ว จึงนำไปแต่กล่อง ไม่คิดว่าจะถูกปลด ผู้ใหญ่ได้เรียกเข้าไปในห้องเพียงคนเดียว พร้อมทนายหนึ่งคนโดยได้เริ่มต้นพูดด้วยถ้อยคำที่บีบหัวใจมาก คณะกรรมการกล่าวว่า อาชีพนี้ เป็นความประพฤติอันเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือความเชื่อถือในตำแหน่ง ตอนนั้นหนูร้องไห้ไม่หยุด รู้สึกหมดที่พึ่งการที่หนูมาประกวดเวทีนี้รู้สึกศรัทธาในการมาประกวดเวทีนี้ เพราะคิดว่าเวทีนี้มีการตัดสินที่มาตรฐาน แต่กองประกวดกลับปลดหนู เพราะกระแสทางสังคม จึงขอโอกาสว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ไหม การปลดออกจากตำแหน่งเป็นการสร้างตราบาปให้กับชีวิต เรื่องในอดีตมันเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จากนั้นผู้ใหญ่ได้ให้ทนายเป็นคนพูดกับหนูว่าหรือจะเป็นคนสละตำแหน่งเอง หนูจึงขอกลับไปคิดและโทรปรึกษากับคุณแม่ ในวันนั้นตอนได้เซ็นยอมรับว่ารูปภาพหวาบหวิวนั้นเป็นของตัวเองและเซ็นพ้นออกจากตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ว่าจะเป็นคนสละเองหรือถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นได้ป่วยเข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งทางกองประกวดได้ประกาศปลดตำแหน่งของหนู วันนี้ที่มาอยากจะขอมาเรียกร้องความยุติธรรมในการปลดหนูออกจากตำแหน่ง ถ้าปลดในเรื่องของภาพถ่ายเซ็กซี่และภาพที่ผู้หญิงไปจูบปากผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงาน (พร้อมยกภาพแอลลี่ พิมพ์บงกช จันทร์แก้ว รองอันดับ 1 ที่จูบกับผู้ชายที่ได้เตรียมมาขึ้นมา) ภาพนี้ทุกคนในสังคมคิดว่าเหมาะสมและเหมาะแล้วหรือ นี่หรือคือตัวแทนของประเทศไทย แต่การที่ได้นำภาพมาแสดงในครั้งนี้ก็ไม่ต้องการให้ไปปลดใครอีก เพียงขอความเป็นธรรมและอยากจะขอทราบสาเหตุที่ปลดเป็นหนูว่าเพราะอะไร หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรหนูพร้อมน้อมรับทุกคำตัดสิน” น้ำเพชร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการคือตำแหน่งและมงกุฎ จะดำเนินการอย่างไร น้ำเพชร กล่าวว่า เธอได้ตำแหน่งโดยชอบธรรม ควรที่จะได้อะไรบ้าง การที่จะคืนทุกอย่างมันยุติธรรมไหม
“หนูน้อมรับในการปลดอย่างไม่ยุติธรรม แต่เมื่อคณะกรรมการได้เลือกแล้วแสดงว่าเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ใช่ไหม ดังนั้นจึงขอคืนตำแหน่งพร้อมสายสะพาย แต่ไม่ขอคืนมงกุฏและขอฝากผ่านพี่ๆ สื่อมวลชนไปบอกผู้ใหญ่ด้วยว่า เงิน 2 แสนบาทและของรางวัลทั้งหมดที่ได้โดยชอบทำจะได้รับเมื่อไหร่” น้ำเพชร เผย
จากนั้นน้ำเพชรลุกขึ้นยืนพร้อมสวมมงกุฏเป็นครั้งสุดท้ายและยื่นสายสะพายต่อหน้าสื่อมวลชนเพื่อเป็นการมอบคืนกลับกองประกวด



