ข่าว

การส่งสัญญาณที่ไม่ธรรมดาของสงครามกาซารอบใหม่

การส่งสัญญาณที่ไม่ธรรมดาของสงครามกาซารอบใหม่

21 ก.ค. 2557

การส่งสัญญาณที่ไม่ธรรมดาของสงครามกาซารอบใหม่ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

                ดำเนินมาได้สองสัปดาห์แล้วครับ สำหรับการปะทุของศึกอิสราเอล-ปาเลสไตน์ รอบล่าสุดสร้างความกระอักกระอ่วนไปทั่วโลก เพราะอิสราเอลเล่นแรงจริงเหมือนทุกครั้ง ขณะที่ภาพข่าวปฏิบัติการข่าวสารของฝ่ายโลกอาหรับปีนี้ ก็หนักหน่วงกว่าธรรมดา ถึงแม้ว่าในที่สุดการปะทะรอบนี้คงเลิกรากันไปโดยไม่มีอะไรใหม่ในอนาคตของปาเลสไตน์ก็ตาม แต่กระแสต้านยิวที่เริ่มบ่มเพาะในนานาชาติ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย น่าจะทำให้อิสราเอลต้องวางแผนการดำเนินการครั้งต่อๆ ไปให้รอบคอบ

                สงครามกาซาไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่วนไปมาซ้ำซาก และเคยเกิดขึ้นแบบเป๊ะๆ มาแล้วทีหนึ่งด้วยเมื่อปลายปี 2551 ซึ่งก็มาตามสูตรคือ ตอนนั้นฝ่ายอิสราเอลก็ใช้อาวุธหนักถล่มเข้าใส่ที่มั่นซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มฮามาส เพราะแบรนด์เนมผู้ก่อการร้ายผู้ปกครองฉนวนกาซายิงจรวดนับพันลูกเข้าใส่เมืองของอิสราเอล ที่ทำเช่นนั้นฮามาสก็อ้างว่าทนเห็นการบล็อกกั้นเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าสู่ประชาชนกาซาไม่ได้ ขณะที่อิสราเอลก็ว่าที่ต้องบล็อกเพราะไม่อยากให้ฮามาสเติบโต รบกันเป็นวัฏจักรแบบนี้ จะให้ใครไปสานต่อการเจรจาสันติภาพได้ เพราะประชาชนปาเลสไตน์ที่เจ็บตายก็แค้น เลยสนับสนุนฮามาสมากขึ้น ฝ่ายที่อิสราเอลพอรับได้อย่างเช่นกลุ่มฟาตาห์ของอดีตผู้วายชนม์ยัสเซอร์ อาราฟัต ก็ลดอิทธิพลลงทุกที

                ยุทธวิธีที่อิสราเอลใช้นั้นเป็นแบบเดิมๆ คือ โจมตีให้แรงให้หนัก ตกปูพรมหนักในเขตที่ทหารบ้างไม่ใช่ทหารบ้าง เพื่อให้กลุ่มก่อการร้ายและแนวร่วมขยาด จะได้ไม่ร่วมมือกับศัตรูของอิสราเอลอีก รัฐบาลเทลอาวีฟเครียดในเรื่องนี้มาก เพราะอยากได้สันติภาพถาวรในเขตของตัวถึงขนาดยอมละทิ้งเวสต์แบงก์ไปแล้ว แต่ศัตรูก็ไม่ลดแถมมาปกครองติดบ้าน แล้วจะให้ทำอย่างไร สมัยไหนก็ใช้ยาแรงแบบนี้ ปี 2551 นั้น รัฐบาลเป็น เอฮู้ด โอลเมิร์ต ที่ไม่ขวาจัดเท่า เบนจามิน เนทันยาฮู ด้วยซ้ำ

                แต่ที่น่าสนใจคือกระแสโซเชียลมีเดียที่แกร่งกล้าขึ้นทุกวันกำลังสร้างมติมหาชนใหม่ในโลกให้ต่อต้านอิสราเอล ในอดีตก็มีบ้างแต่ไม่หนักเท่าวันนี้อิสราเอลยังเดินสายทำความเข้าใจมิตรประเทศ ใช้ล็อบบี้ยิสต์และนักวิชาการมากมายผสานด้วยหลักความน่าสงสารว่ายิวเป็นผู้ถูกกระทำมาตลอด โดยเฉพาะจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ภาพข่าวที่มีแต่ความโศกสลดนั้น กระจายผ่านสื่อได้รวกเร็วกว่าสมัยยุคที่ปาเลสไตน์ก่ออินติฟาดาใส่ แอเรียล ชารอน มากมายนัก ตัวอย่างที่ชัดเจนถึงผลสำเร็จของโซเชียลมีเดียก็คือการขยายอารมณ์ร่วมของคนตะวันออกกลางจนนำไปสู่อาหรับสปริงมาแล้ว ขณะที่ผ่านไปหลายปีประสบการณ์ที่เพิ่มพูนก็ทำให้สื่อมวลชนหลักของโลกอาหรับอยู่แถวหน้าของโลก เมื่อสองอย่างนี้ร่วมมือกันเปิดศึกปฏิบัติการข่าวสารใส่อิสราเอล ก็เป็นเรื่องที่โลกน่าจับตามองว่าจะขยายความขัดแย้งไปถึงไหน และอิสราเอลจะแก้เกมอย่างไร

                โลกในยุคนี้มติมหาชนของประเทศต่างๆ สำคัญมากนะครับ แม้ว่าเรื่องตะวันออกกลางจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้ามีประเด็นเด็ดๆ แอคทิวิสท์ดีๆ และรณรงค์ไม่ปล่อย นานเข้านโยบายของหลายประเทศต่ออิสราเอลอาจเปลี่ยนได้