
มาลงทุนหรือเรียนรู้
จำได้ว่าราวเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว (ปี 2551) หลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ไปดูการปลูกข้าวที่ จ.สุพรรณบุรี จึงมีการลือกันทั่วว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ จะร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวซาอุฯ และนักการเมืองใน จ.สุพรรณบุรีท่าน
ที่คัดค้านตอนนั้นมีการมองถึงผลเสียอยู่ 2 ประเด็นหลัก คือ 1.มองว่ากลุ่มทุนต่างชาติที่รวมหัวกับกลุ่มทุนในประเทศมาแย่งที่ดินทำกิน และแย่งพื้นที่ทำเกษตรกรรมของคนไทย ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ภายใน 2-3 ปี เพราะช่วงเพิ่งเกิดวิกฤติอาหารโลกที่ราคาข้าวพุ่งขึ้นเป็นประวัติการ และวิกฤติราคาน้ำมัน หากที่ดินตกอยู่ในมือของกลุ่มทุนต่างชาติ และกลุ่มทุนในประเทศ ชาวบ้านเดือดร้อนแน่อนอน เพราะถือเป็นการแย่งชิงทรัพยากรที่ดิน ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานและเป็นหัวใจหลักการผลิตของประเทศไทย
ประเด็นที่ 2 มองกันว่า การลงทุนของกลุ่มทุนข้ามชาติใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ร่วมกับกลุ่มทุนในประเทศ จะสมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลเพื่อให้เป็นแนวนโยบายของประเทศที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น พันธุ์ข้าวลูกผสม ซึ่งต่อไปเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดอย่างเดียว นั่นหมายถึงต้นทุนเพิ่มขึ้น ร่วมถึงปัญหาเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินอีกเกือบ 2 ล้านครอบครัว เพราะที่ดินถูกนายทุนกว้านซื้อไปหมด
แม้ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา ซึ่งเป็นโฆษกประจำตัวของอดีตนายกฯ ทักษิณ จะชี้แจงว่า เป็นเพียงให้นักธุรกิจชาวซาอุฯ เห็นการปลูกข้าวเพื่อจะได้ซื้อข้าวไทย ไม่ใช่ "ขายชาติ" แต่ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนว่านักลงทุนจากตะวันออกกลางสนใจที่จะลงทุนในภาคเกษตรจริง เมื่อไม่กี่วันมานี้ กลุ่มประเทศคณะมนตรีความมั่นคงอ่าวอาหรับ (จีจีซี) 6 ประเทศ ได้ทำหนังสือถึงทางการไทย เพื่อแสดงความสนใจในการเข้ามาทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์และทำนาปลูกข้าว
ลองเช็กดูให้ดีครับว่า ตอนนี้ก็มีชาวต่างชาติร่วมกับทุนท้องถิ่นตั้งบริษัท ใช้เทคโนโลยีเข้าไปรับจ้างทำนาหลายจังหวัดแล้ว ทั้ง จ.พิจิตร พิษณุโลก มหาสารคาม บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และ นครสวรรค์ ร่วมถึงสุพรรณบุรีบางพื้นที่ครับ แม้ว่า พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ พ.ศ.2542 สงวนอาชีพไว้สำหรับคนไทย ซึ่งอาชีพชาวนาถูกขึ้นไว้ในบัญชีที่ 1 แต่กลุ่มทุนเหล่านี้อาศัยช่องโวของกฎหมาย โดยให้พรรคพวก รวมถึงภรรยาคนไทยเป็นผู้รวมทุนแทน
กลุ่มทุนจากประเทศที่เจริญนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อแข่งกับเกษตรกรไทย แต่กลุ่มที่ไม่เคยทำการเกษตรอยู่ในทะเลทราย จะมาลงทุนภาคเกษตรน่าห่วงครับ เพราะบทเรียนมีมาแล้ว นำผู้เชี่ยวชาญด้านการทำนาจากประเทศที่เจริญ สุดท้ายเขามาเรียนรู้การทำนาจากเรา ตอนนี้ข้าวหอมมะลิของไทยแท้ๆ แต่ลิขสิทธิ์เป็นของประเทศอื่น
แล้วกลุ่มทุนที่ไม่เคยทำเกษตร คิดหรือว่าเขาจะไม่ขโมยวิชาและเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนาในประเทศเขา แล้วผลผลิตของเราจะขายให้ใคร ?
"ดลมนัส กาเจ"



