ข่าว

อาเซียนแถลงร้องสืบค้นหาข้อเท็จจริงMH17

อาเซียนแถลงร้องสืบค้นหาข้อเท็จจริงMH17

20 ก.ค. 2557

ทั่วโลกประนาม ศพเหยื่อ MH17 ถูกหมิ่นศักดิ์ศรี ถูกเคลื่อนย้าย ขโมยทรัพย์สินและทำลายหลักฐาน เผยลูกเรือ 2 คน ไม่ยอมขึ้นบิน อาเซียนแถลงร้องให้สืบค้นหาข้อเท็จจริง

 
          วันที่ 20 ก.ค.57 กลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียในยูเครน ถูกกล่าวหาว่า ละเมิดศักดิ์ศรีของศพเหยื่อ MH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หลังจากมีรายงานว่า มีบางศพถูกเคลื่อนย้าย, ถูกขโมยทรัพย์สินและทำลายหลักฐาน 
 
          ความไม่พอใจของนานาชาติเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ในเรื่องการปฏิบัติต่อศพของผู้โดยสารของเที่ยวบิน  MH17 หลังมีรายงานว่า ศพถูกปล่อยให้เน่าเปื่อยคาซากเครื่องบิน อีกทั้งทรัพย์สินยังถูกขโมยไปด้วย ซึ่งนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของอังกฤษ กล่าวว่า สายตาของโลกกำลังจับจ้องไปที่รัสเซีย และเรียกร้องว่า เหยื่อเครื่องบินตกควรได้รับการเคารพและให้เกียรติอย่างเหมาะสม 
 
          ด้านนายกรัฐมนตรีโทนี่ แอ็บบอต ของออสเตรเลีย กล่าวต่อบรรษัทแพร่ภาพและกระจายเสียงของออสเตรเลีย หรือ ABC ว่า จุดที่เครื่องบินตกเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง และเกรงว่า หลักฐานในจุดเกิดเหตุจะยังคงถูกแทรกแซงต่อไป เขาได้เรียกร้องให้รัสเซียให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อสิ่งที่จะเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงสำหรับการพิสูจน์สาเหตุที่ทำให้ MH 17 ตกในระหว่างเส้นทางจากกรุงอัมสเตอร์ดัมไปยังกัวลาลัมเปอร์ พร้อมกับผู้โดยสาร 298 คน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นชาวเนเธอร์แลนด์ 
 
          ด้านสหรัฐ ได้ประนามว่า เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ที่จุดเกิดเหตุไม่มีความปลอดภัย มีรายงานมากมายเข้ามาว่า ศพถูกเคลื่อนย้าย รวมถึงชิ้นส่วนและซากเครื่องบินก็ถูกขโมยด้วย ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมถึงศักดิ์ศรีของผู้โดยสารที่ประสบชะตากรรมด้วย 
  
          เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่สืบสวนอิสระ ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยกลุ่มชายสวมหมวกปิดหน้าพร้อมอาวุธ ที่ยืนคุมเชิงอยู่ และมีบางคนอยู่ในอาการมึนเมาด้วย และหลังจากได้รับอนุญาตให้เข้าไป โดยกลุ่มติดอาวุธให้เวลาเพียง 75 นาที ก็พบว่า ศพถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยท่ามกลางอุณหภูมิ 29.4 องศาเซลเซียส ซึ่งนายไมเคิล โบซิเออร์คิว โฆษกขององค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือแห่งยุโรป หรือ OSCE กล่าวว่า หลังจากได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ก็พบว่า ถุงใส่ศพบางศพถูกเปิด ทำให้ศพเสียหาย และกลายเป็นจุดที่มีการก่ออาชญากรรมกันอย่างร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลก โดยมีกลุ่มติดอาวุธหนักคอยจับจ้องการทำงานด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร 
.
          ทางการยูเครน ได้กล่าวหาฝ่ายกบฎว่า ทำลายหลักฐานสำคัญของคดี "อาชญากรรมระหว่างประเทศ" และปล่อยศพถูกปล้นทั้งเงินสดและบัตรเครดิต มีรายงานด้วยว่า มีศพ 38 ศพ ถูกนำออกไปจากสถานที่เก็บศพในแคว้นดาเนี้ยตสค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าถึง




ลูกเรือ2คนไม่ยอมขึ้นMH17เหตุวิตกด้านความปลอดภัย
 

          มีรายงานว่า ลูกเรือ 2 คน ได้ปฏิเสธที่จะขึ้นบินกับเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบินMH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เนื่องจากวิตกด้านความปลอดภัยที่จะต้องบินผ่านเขตสงคราม ขณะที่บรรดากัปตันอาวุโสและลูกเรือ ต่างก็เห็นว่าเส้นทางนี้อันตรายเกินไป ในช่วงหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม 
 
          ก่อนหน้านี้ เครื่องบินยูเครน 2 ลำ คือ เครื่องบินรบและเครื่องบินลำเลียง ถูกฝ่ายกบฎแบ่งแยกดินแดนยิงตกในเส้นทางบินเดียวกันนี้ สายการบินบริติช แอร์เวย์ส, สายการบินของสหรัฐทุกแห่ง, สายการบินลุฟธันซ่า, สายการบินแอร์ ฟรานซ์ และสายการบินแควนตัส ต่างก็หลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านเขตสมรภูมิของยูเครน โดยยอมเสียเวลาเพิ่มอีก 20 นาที 
 
          แหล่งข่าวในมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เปิดผยว่า มีลูกเรือบางคนปฏิเสธที่จะขึ้นบินในเส้นทางที่ผ่านน่านฟ้ายูเครน เนื่องจากพวกเขามองว่า มีสถานการณ์ที่ปะทุง่ายและอันตรายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเครื่องบินยูเครนถูกยิงตกไป 2 ลำ และมีลูกเรือ 2 คน ปฏิเสธการขึ้นบินกับMH17 ทำให้พวกเขารอดชีวิต และมีรางานด้วยว่า นักบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ได้ปรึกษากับ
เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินในมาเลเซีย และทำหนังสือแจ้งอย่างไม่เป็นทางการไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO แต่มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทางทำให้ถูกกดดันอย่างหนักที่จะต้องอธิบายว่า เหตุใดจึงไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทางเหมือนกับสายการบินอื่น ๆ 
 
          เอเชียน่า แอร์ไลน์ส ของเกาหลีใต้ ซึ่งหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้เช่นกัน ระบุว่า แม้ว่าจะต้องเสียเวลาอ้อมและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องยอมเพื่อความปลอดภัย ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านการบินได้เห็นด้วยกับความวิตกของนักบิน โดยบอกว่า ที่ใดก็ตามที่เป็นเขตสงคราม ก็ควรจะปิดน่านฟ้า จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่นายอิสมาอิล นาซารุดด์ ประธานสหภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแห่งชาติ ในมาเลเซีย ได้ตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องไปเสี่ยง ในเมื่อผู้โดยสารบนเที่ยวบินจำเป็นต้องปลอดภัย และคำถามที่สำคัญก็คือ ยอมให้เครื่องบินโดยสารเข้าไปบินในเขตสงครามได้อย่างไร 
 
          นายนาซารุดด์ บอกด้วยว่า เขาไม่ทราบว่ามีสมาชิกสภาพคนใดที่แสดงความวิตกต่อการขึ้นบินเหนือน่านฟ้ายูเครนบ้าง แต่สหภาพก็ไม่พอใจอย่างยิ่งที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น องค์การการบินระหว่างประเทศ ยอมให้เครื่องบินพาณิชย์บินเหนือน่านฟ้าอันตรายในระยะ 32,000 ฟุต ซึ่งเขาอยากทราบว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ทราบหรือไม่ว่า เป็นน่านฟ้าอันตราย และถ้า
ทราบ เหตุใดจึงยังยอมให้ใช้เส้นทางนี้ 
 
          สำนักงานการบินพลเรือนของอังกฤษ ได้เตือนไปยังบรรดาสายการบินให้หลีกเลี่ยงการบินเหนือน่านฟ้าแคว้นดาเนี้ยตสค์ แต่ยูโรคอนโทรล ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานด้านการสัญจรทางอากาศของยุโรป และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ไม่ได้ห้ามบินเหนือน่านฟ้าอันตรายนี้  ด้านโฆษกของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส อ้างว่า ไม่มีลูกเรือคนใด แสดงความวิตกที่ต้อง
บินผ่านน่านฟ้ายูเครน และมาเลเซีย แอร์ไลน์ส กับอีกหลายสายการบิน ก็ใช้น่านฟ้าแห่งนี้ ที่สำนักงานการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือIATA ประกาศให้เป็นเขตปลอดภัย ซึ่งแต่ละวันมีสายการบิน 150 แห่ง ที่ใช้น่านฟ้าแห่งนี้ 





ทางการยูเครนเผยภาพล่าสุดที่แสดงให้เห็น ขีปนาวุธบุ๊ค ถูกขนส่งจากชายแดนยูเครนไปยังรัสเซีย
 
          เจ้าหน้าที่ทางการยูเครน เปิดเผยว่า ระบบขีปนาวุธ บุ๊ค ถูกขนส่งจากพื้นที่บริเวณชายแดนด้านตะวันออกของยูเครน ไปยังรัสเซียเมื่อวันศุกร์ รวมทั้งลูกที่หายไปจากแท่นยิง ที่เชื่อว่าจะยิงเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบิน MH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ตกในช่วงหนึ่งวันก่อนหน้านั้นด้วย 
 
          นายวิตาลี เนย์ดา หัวหน้าหน่วยงานต่อต้านการข่าวกรองของยูเครน กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงเคียฟ เมื่อวันนอาทิตย์ว่า ขีปนาวุธที่ยิง MH17 ตก คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวา 298 คน ถูกยิงจากเมืองสไนเซน ที่อยู่ในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฎแบ่งแยกดินแดน ในแคว้นดาเนี้ยตสค์ 
 
          นายเนย์ดา ยังเผยภาพถ่ายหลายภาพ ที่แสดงให้เห็นแท่นยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ ถูกขนส่งจากเมืองลูกานสค์เข้าไปในรัสเซีย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมด้วย  เขายืนยันว่า ยูเครนมีหลักฐานที่ที่ชัดเจนพอที่จะยืนยันได้ว่า เจ้าหน้าที่ทางทหารของรัสเซีย เป็นผู้ยิงเครื่องบินของมาเลเซีย พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซีย เปิดเผยชื่อของผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
 
อาเซียนแถลงร้องให้สืบค้นหาข้อเท็จจริง

              กลุ่มประเทศอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เรียกน้องให้มีการสืบค้นหาข้อเท็จจริงและเงื่อนงำ ของเหตุการณ์เที่ยวบิน  MH 17  ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ถูกยิงตกให้ความจริงได้ปรากฎขึ้น ถูกยิงตก พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต
 
 
 
......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)