
คราบเลือดเปื้อน'บ็อกเซอร์'มัดฆาตกรข่มขืนบนรถไฟ
20 ก.ค. 2557
คราบเลือดเปื้อน 'บ็อกเซอร์' มัดฆาตกรข่มขืนนักเรียนบนรถไฟ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ไม่มีใครคาดคิดว่าการเดินทางไกลโดยการใช้บริการของรถไฟ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยที่สุดของระบบขนส่งทางบกครั้งแรกจะเป็นครั้งสุดท้ายของนักเรียนหญิงชั้น ม.2 วัย 13 ปี หลังเด็กหญิงรายนี้ต้องเสียชีวิตเพราะการกระทำของคนร้ายขณะโดยสารอยู่บนรถไฟ
เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 กรกฎาคม โดยเด็กนักเรียนหญิงวัย 13 ปี ผู้นี้ ขึ้นรถไฟขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช ปลายทางกรุงเทพมหานคร จากสถานีพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อกลับกรุงเทพมหานคร หลังจากเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของเด็กหญิงรายนี้
นักเรียนชั้น ม.2 โดยสารมากับโบกี้ที่ 3 ซึ่งเป็นโบกี้รถนอนชั้น 2 (พัดลม) เลขเตียง 28 ซึ่งเป็นเตียงนอนโดยสารชั้นล่าง โดยมีพี่สาว เดินทางร่วมขบวนมาด้วย การเดินทางตั้งแต่รถไฟวิ่งออกจากชานชาลาสถานีพุนพิน เป็นไปด้วยดีไม่มีเค้าลางจะเกิดเหตุร้าย
กระทั่งขบวนรถไฟวิ่งมาถึงสถานีนครปฐมเมื่อใกล้รุ่งสางของวันที่ 6 กรกฎาคม ความผิดปกติก็เกิดขึ้น เมื่อพี่สาวตื่นนอนและลุกจากเตียงไปดูที่เตียงนอนของน้อง พบว่าน้องสาวหายตัวไป พร้อมกระเป๋าสัมภาระ ขณะที่สภาพเตียงนอนโดยสารเหมือนถูกรื้อค้น และผ้าปูที่นอนเตียงโดยสารที่น้องสาวใช้บริการหายไปด้วย
พี่สาวของเด็กหญิงวัย 13 ปี รายนี้ พยายามโทรศัพท์ตามหา แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำได้เพียงร้องขอให้พนักงานรถไฟช่วยตามหา แต่ไม่พบร่องรอย แม้จะมีการตรวจสอบภาพถ่ายวงจรปิดตลอดเส้นทางตามสถานีต่างๆ ก็ไม่พบว่าเด็กหญิงรายนี้ลงจากขบวนรถไฟ 174 ขบวนนี้แต่อย่างใด
หลังขบวนรถไฟเข้าเทียบชานชาลา สถานีรถไฟหัวลำโพง ญาติของเด็กหญิงเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.นพวงศ์ โดยเบาะแสที่สำคัญสุดคือการให้ปากคำของพี่สาวที่ตั้งข้อสังเกตว่า ระหว่างการเดินทาง มีพนักงานรถไฟ 4 คน ตั้งวงดื่มสุราและส่งเสียงดัง พร้อมกับเดินมาตรวจตั๋วโดยสารถี่ยิบผิดปกติ และในจำนวนนั้นบางคนสอดส่ายสายตาเมียงมองน้องสาวของตัวเองในลักษณะแปลกๆ
"พวกเขามีกลิ่นสุราคละคลุ้ง มีอยู่คนหนึ่งทำทีลืมหมวกไว้บนที่นอนของน้องแล้วเข้าไปเอา และมีอยู่ช่วงหนึ่งของการเดินทางไฟในโบกี้โดยสารดับพรึ่บและใช้เวลาอยู่นานจึงกลับมาสว่างเหมือนก่อนหน้า" พี่สาวให้เบาะแสต่อตำรวจ
ข้อสันนิษฐานของตำรวจแตกแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ เด็กลงจากขบวนรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง และประเด็นการถูกทำให้หายไปจากขบวนรถขณะรถไฟกำลังเคลื่อนตัวหรือไม่?
ประเด็นแรกมีเบาะแสบางอย่างยืนยันว่าเด็กสาวลงจากขบวนรถและไปกับเพื่อนชายที่หัวหิน โดยมีผู้ค้าอาหารริมชายทะเลรายหนึ่งให้ข้อมูลต่อชุดค้นหา แต่เบาะแสดังกล่าวไม่เป็นความจริง เมื่อมีการยืนยันว่า ไม่มีใครพบเห็นเด็กหญิงรายนี้ที่หัวหินแต่อย่างใด
ตำรวจจึงพุ่งเป้ามาตรวจสอบในข้อสันนิษฐานที่สอง คือ เด็กหญิงถูกกระทำให้หายไปจากขบวนรถระหว่างที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่บนรางเหล็ก ข้อสันนิษฐานนี้ทำให้มีการพุ่งเป้าสงสัยไปยังพนักงานรถไฟ 4 คน ซึ่งได้รับการยืนยันจากพี่สาวของเด็กหญิงเคราะห์ร้ายว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 4 คน ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้กับเตียงนอนของน้องสาว
อีกทั้งตามกฎของรถไฟตู้นอน หลัง 4 ทุ่ม ตู้นอนจะถูกปิดล็อก ผู้โดยสารจะไม่สามารถก้าวข้ามไปยังโบกี้อื่นได้ ยกเว้นแต่พนักงานในขบวนรถเท่านั้นที่จะมีกุญแจไขประตูโบกี้ ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจึงเชิญตัวพนักงานรถไฟทั้ง 4 คน มาสอบสวน พร้อมกับให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบร่างกายของทั้ง 4 คน โดยมีการจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ ตรวจร่างกาย และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ พร้อมตัดเล็บของผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน ไปตรวจสอบหาเนื้อเยื้อที่ติดอยู่ตามซอกเล็บ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีเนื้อเยื้อของเด็กหญิงที่สูญหายติดอยู่หากเด็กถูกกระทำ
ขณะที่โบกี้ที่ 3 ของรถไฟขบวนนี้ ถูกตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งในการตรวจสอบดังกล่าวพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญหลายจุด โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏอยู่บนแผงควบคุมสวิตช์ไฟในโบกี้รถไฟ ซึ่งพี่สาวเหยื่อระบุว่าก่อนน้องสาวหายตัวไปเกิดเหตุการณ์ไฟดับในโบกี้เกิดเหตุ
การตรวจสอบตามตัวของผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย พบพิรุธในตัวของ นายวันชัย แสงขาว หรือเกม อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงประจำโบกี้นี้ โดยมีรอยขีดข่วนตามร่างกายหลายแห่ง แต่นายวันชัยอ้างว่า บาดแผลเหล่านั้นเกิดจากการแบกและเคลื่อนย้ายสัมภาระบนขบวนรถ
ตำรวจชุดสืบสวนอีกชุดตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของเด็กหญิงวัย 13 ปี พบว่า ห้วงเวลาที่เด็กหญิงหายตัวไป โทรศัพท์ของเธอถูกเปิดใช้งานบริเวณศรีย่าน กรุงเทพมหานคร การติดตามหาโทรศัพท์เครื่องนี้จึงเกิดขึ้นและสิ้นสุดภารกิจนี้หลังจากตำรวจตามไปพบว่า โทรศัพท์ถูกนำไปขายให้ร้านโทรศัพท์มือสองในย่านนั้น และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าบุคคลที่นำโทรศัพท์ไปขายคือ นายวันชัย
ชุดคลี่คลายคดีสอบเค้นจนนายวันชัย เปิดปากรับสารภาพว่า ทำร้ายร่างกายและข่มขืนเด็กสาวรายนี้ และโยนร่างเหยื่อออกทางหน้าต่างของขบวนรถไฟขณะวิ่งผ่านพื้นที่ อ.ปราณบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เบาะแสที่ได้ดังกล่าว ทำให้ญาติของเด็กหญิงรายนี้ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่รถไฟในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสากู้ภัยในการช่วยติดตามหาเด็กหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้ โดยหวังว่าเด็กหญิงจะยังมีชีวิตอยู่ กระทั่งพบผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือด เสื้อเปื้อนเลือด ของเด็กหญิง ที่ริมทางรถไฟหนองแก อ.หัวหิน และพบศพของเด็กเคราะห์ร้ายเวลาประมาณตี สี่ของวันที่ 8 กรกฎาคม
ศพของเธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่า มีคราบเลือดที่อวัยวะเพศ และทวาร นอนอยู่ในพงหญ้าข้างทางรถไฟ ระหว่างสถานีวังก์พง และเขาเต่า อ.ปราณบุรี ห่างจากจุดที่พบเสื้อผ้าประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้ผ่าศพพิสูจน์
"พบร่องรอยถูกข่มขืนมีรอยฉีกขาดที่อวัยวะเพศ และทวาร มีแผลฟกช้ำทั่วร่างกายคาดว่าเกิดจากการต่อสู้ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจก่อนถูกโยนจากรถไฟเนื่องจากพบว่าปลายเล็บมือเล็บเท้ามีลักษณะเขียวคล้ำ" พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผย
แม้ผู้ต้องหารายนี้จะรับสารภาพ แต่พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จะใช้มัดผู้ต้องหาจนดิ้นไม่หลุดในกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาลเป็นสิ่งสำคัญ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ซึ่งรับผิดชอบงานด้านพิสูจน์หลักฐาน สั่งการให้ทีมพิสูจน์หลักฐานรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ครบถ้วนรัดกุม นำมาสู่การเข้าตรวจที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง เพื่อเก็บหลักฐานตามคำให้การของพยานและผู้ต้องหา จนได้หลักฐานสำคัญอีก 2 ชิ้น คือ ลายนิ้วมือแฝง ที่พบบนกระจกหน้าต่าง และขอบหน้าต่าง เตียง 28 โบกี้รถไฟเกิดเหตุ ซึ่งนายวันชัย สารภาพว่าโยนร่างเด็กหญิงเคราะห์ร้ายออกจากขบวนรถทางหน้าต่างบานนี้ เมื่อนำรอยนิ้วมือแฝงที่พบไปตรวจเทียบกับลายนิ้วมือของนายวันชัยพบว่าตรงกัน
"เมื่อนำลายนิ้วมือแฝงเข้าเครื่องตรวจเปรียบเทียบพบว่าเหมือนกัน12 จุด ยืนยันว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบเป็นของนายวันชัย" พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว
หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอีกอย่าง พล.ต.อ.จรัมพร บอกว่า การสอบปากคำ นายณัฐกรณ์ ชำนาญ หรือหนึ่ง เพื่อนของนายวันชัย ให้การว่า ในวันเกิดเหตุนายวันชัย นุ่งกางเกงบ็อกเซอร์และถือโทรศัพท์พร้อมแท็บเล็ตออกมาจากที่เกิดเหตุ ทีมคลี่คลายคดีจึงตามไปตรวจสอบห้องพักในย่าน ถนนนครไชยศรี ซึ่งนายวันชัยพักอยู่ พบบ็อกเซอร์ตัวดังกล่าวอยู่ภายในห้อง เมื่อนำมาตรวจสอบพบมีรอยคราบเลือดเปื้อนบริเวณขอบยาง และด้านบนของกางเกงหลายจุด เมื่อนำคราบเลือดไปตรวจเทียบดีเอ็นเอพบว่า คราบเลือดดังกล่าวมีดีเอ็นเอตรงกันกับผู้เสียชีวิต
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏอยู่บนศพ คือสารคัดหลั่งที่พบที่อวัยวะเพศมีดีเอ็นเอตรงกันกับของนายวันชัย ผลการตรวจเนื้อเยื่อที่พบในซอกเล็บของผู้ตายก็มีดีเอ็นเอตรงกันกับนายวันชัย ซึ่งหลักฐานเหล่านี้มัดตัวผู้ต้องหารายนี้อย่างแน่นหนา
-------------------------
(คราบเลือดเปื้อน 'บ็อกเซอร์' มัดฆาตกรข่มขืนนักเรียนบนรถไฟ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



