
คสช.เด้ง'อธิบดีค้าตปท.-ค้าภายใน'
19 ก.ค. 2557
สั่งเด้งอธิบดีค้าภายใน-ค้าตปท. ตั้ง 'ดำรงค์' ทีมที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ด้านสมาคมนักข่าวฯ ห่วง 'คสช.97' ปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร เล็งนัดผู้บริหารสื่อถก
19 ก.ค.57 คำสั่ง คณะรักษษความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 95/2557 เรื่องกำหนดตำแหน่งเพิ่มเติม และแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่งให้ กำหนดตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ 1 ตำแหน่ง
พร้อมมีคำสั่งให้ นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นพิเศษเฉพาะราย , ให้นายสมชาติ สร้อยทอง พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย , ให้นางดวงพร รอดพยาธิ์ พ้นจากตำแหน่ง ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ , ให้นางจินตนา ชัยยวรรณาการ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สื่อห่วง 'คสช.97' ปิดกั้นข่าวสาร
นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการหารือกับองค์กรวิชาชีพสื่อในเบื้องต้นได้แสดงความกังวล ห่วงใย ต่อเนื้อหาในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97 (คสช. 97) เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และเกิดความสับสน และอาจไม่เข้าใจในวิธีการทำงาน และนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน
นายประดิษฐ์กล่าวว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนถือเป็นภารกิจเช่นกันในการคืนความสุขให้ประชาชน ที่ไม่ตอกย้ำ หรือสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นในสังคม
"ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สื่อมวลชนส่วนใหญ่ก็ใช้ความระมัดระวังในการทำงาน ภายใต้กรอบ กติกาและจริยธรรมของวิชาชีพอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่จะสร้างความเข้าใจ และยอมรับจากสังคมอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องยืนอยู่บนหลักการสำคัญของสื่อมวลชน นั่นคือ การเสนอข่าวที่ต้องยึดถือข้อเท็จจริง ความถูกต้องแม่นยำ และครบถ้วน หากสื่อมวลชนใดกระทำผิดหน้าที่นี้ คสช.ก็ชอบที่จะสั่งการให้มีการดำเนินการ หรือใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่จัดการได้อยู่แล้ว" นายประดิษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้สมาคมนักข่าวฯ มีความเป็นห่วงว่า การกำหนดให้บุคคลมีอำนาจอย่างกว้างขวาง ในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารนั้น อาจส่งผลบุคคลใช้อำนาจจนเกินสมควรแก่เหตุ เช่น การห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช. เจ้าหน้าที่ของ คสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง แค่ไหน เพียงใด จึงจะถือว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อ คสช.
รวมทั้งข้อความในข้อ 5 ที่ระบุว่า "ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 2 หรือ ข้อ 3 ให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศของรายการดังกล่าวโดยทันที และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดความผิดฐานนั้นดำเนินการตามกฎหมาย" นั้น ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีคำเตือนก่อน หรือมีขั้นตอนอย่างไร หรือมีแนวทางวินิจฉัยความผิดอย่างไร เพราะหากมีการใช้อำนาจเกินสมควรแก่เหตุ และไม่มีกระบวนการที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจ ผลเสียในการใช้อำนาจน่าจะมีมากกว่า
“สมาคมนักข่าวฯ จะเชิญผู้บริหารสื่อ ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทั้งหลาย มาประชุมปรึกษาหารือกันต่อไปว่าจะหาทางออกร่วมกันในเรื่องนี้อย่างไรในราวสัปดาห์หน้า” นายกสมาคมนักข่าวฯ กล่าว
'ดำรงค์' ติด 10 ที่ปรึกษาคสช.
วันเดียวกัน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามคำสั่งที่ 2/2557 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาฝ่ายสังคมจิตวิทยาใน คสช. ความว่า ตามที่มีประกาศ คสช.ฉบับที่ 22/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เรื่องส่วนงานการกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ คสช. คำสั่งคสช.เฉพาะ ที่ 20/2557 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 เรื่องการกำหนดอัตรากำลังพลของ คสช. และคำสั่งคสช. (เฉพาะ) เพิ่มเติมนั้น เพื่อให้การบริหารงานฝ่ายสังคมจิตวิทยาใน คสช.เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ จึงได้แต่งตั้งที่ปรึกษาฝ่ายสังคมจิตวิทยา มีรายชื่อต่อไปนี้
1.นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร 2.รศ.ประภาภัทร นิยม 3.นายดำรงค์ พิเดช 4.นายเมธี จันท์จารุภรณ์ 5.นายสมประสงค์ โขมพัตร 6.นายณัฏฐ์ ชพานนท์ 7.นางหัทยา เกื้อสกุล 8.ศ.พญ.ดิษยา รัตนากร 9.นายชุมพล พรประภา 10.ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ
โดยที่ปรึกษาฝ่ายสังคมจิตวิทยามีอำนาจหน้าที่ คือ 1.ให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่อฝ่ายสังคมจิตวิทยา ตามเรื่องที่อยู่ในขอบเขต อำนาจรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา 2.ให้คำปรึกษาตามที่ฝ่ายสังคมจิตวิทยาขอคำปรึกษา และ 3.ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยามอบหมาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



