
ชาวนาโคราชเร่งสูบน้ำเข้านาหวั่นข้าวยืนต้นตาย
19 ก.ค. 2557
ชาวนาโคราชเร่งสูบน้ำใส่นาข้าวที่ใกล้ยืนต้นตาย ขณะที่ชาวนามหาสารคามทำพิธีแห่นางด้ง-นางแมวขอฝนตามความเชื่อโบราณ หลังประสบภัยแล้งมานานจนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว
19 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่บ้านใหม่ไทรงาม หมู่ที่ 16 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่อยู่บริเวณท้ายเขื่อนระบายน้ำพิมาย กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำนาอย่างหนัก เนื่องจากตามคลองส่งน้ำย่อยของชลประทานไม่มีน้ำให้สูบเพื่อไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโต ส่งให้ต้นข้าวหลายร้อยไร่ มีลักษณะลำต้นเริ่มมีสีเหลือง และแห้งเตรียมยืนต้นตาย แต่ขณะที่เกษตรกรบางรายจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องสูบน้ำมาติดตั้งที่บริเวณบ่อน้ำภายในสวนของตนเองที่เริ่มแห้งขอด ทำการสูบน้ำที่เหลืออยู่เข้าพื้นที่เพาะปลูกข้าวของตนเอง เพื่อให้ต้นข้าวได้มีน้ำในการหล่อเลี้ยงลำต้นไม่ให้ยืนต้นตาย ในช่วงที่จะต้องรอมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่
ขณะที่นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่8 เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำหลังทั้ง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบว่าปริมาณน้ำในแต่ละอ่างลดลงอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากในทุกพื้นที่ของจังหวัดนคราชสีมา ได้เกิดฝนทิ้งช่วง จึงส่งผลให้เกษตรกรในทุกพื้นที่ที่กำลังเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างฯต่างๆทางชลประทานสามารถทำได้เพียงจัดส่งให้กับเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานการอุปโภคบริโภค
และเพื่อรักษาระบบนิเวศน์เพียงเท่านั้น ทำให้พื้นที่เพาะปลูกนอกเขตจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งน้ำธรรมชาติไว้เพื่อสำรองในการหล่อเลี้ยงพืชผลที่กำลังเจริญเติบโตหรือก็จะต้องรอให้มีปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึง กันยายน ซึ่งในช่วงนั้นจะได้รับผลกระทบจากพายุ ดังนั้นก็อยากให้เกษตรกรในพื้นที่นอกเขตเตรียมความพร้อมในเรื่องของแหล่งน้ำสำรองในการกักเก็บปริมาณน้ำฝน แต่อย่างไรก็ตามตนเองยอมรับว่าจากการจัดเก็บข้อมูลปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ พบว่า ในปีนี้ มีปริมาณที่น้อยที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จะต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งในปีหน้าก็เป็นได้ หากยังไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเติมปริมาณน้ำในอ่างฯ
สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำ อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำ 145 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46 % ของความจุที่ระดับกักเก็บ 314 ล้าน ลบ.ม. , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำ 23.29 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 21 % ของความจุที่ระดับกักเก็บ 110 ล้าน ลบ.ม. , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 149 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 54% ของความจุที่ระดับกักเก็บ 275 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 76.25 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 54% จากความจุกักเก็บทั้งหมด 141 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 53 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 54 % จากความจุกักเก็บทั้งหมด 98 ล้าน ลบ.ม.
ชาวนามหาสารคามแห่นางด้ง-นางแมวขอฝน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 กรกฏาคมที่ผ่านมา ที่ลานวัดบ้านฮ่องไผ่ หมู่ 4 ตำบลกำพี้ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมคนเฒ่าคนแก่ พาลูกหลานในชุมชน มาร่วมกันประกอบพิธีเสี่ยงนางด้ง เพื่อทำนายฟ้า ทำนายฝน ว่าจะตกมากหรือน้อย และตกเมื่อใด หลังจากชาวบ้านประสบกับความแห้งแล้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน
นายสุนิด สงสี ผู้ใหญ่บ้านฮ่องไผ่ หมู่ 4 ตำบลกำพี้ บอกว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงทำนาปีนี้ซึ่งเริ่มหว่านข้าวไปเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ฝนก็ตกลงมาแบบกระปิดกระปอย จนต้นข้าวเติบโตไม่ค่อยสมบูรณ์ และเมื่อนาข้าวไม่มีน้ำมากพอ ก็เปิดโอกาสให้แมลงศัตรูพืชมารบกวนในนาข้าวได้ง่าย เช่น แมงจิซอน หรือแมงกระซอน ชอบมุดอยู่ในดิน ลงไปกัดกินรากต้นข้าวทำให้ต้นข้าวเสียหาย หากปล่อยไปแบบนี้ผลผลิตจะไม่สมบูรณ์และได้ปริมาณน้อย
เมื่อทราบข่าวว่าพายุใต้ฝุ่นรามสูร จะส่งผลกระทบให้ภาคอีสานมีฝนตกมากขึ้นช่วงนี้ จึงมีความหวังตั้งหน้าตั้งตาคอย แต่ปรากฏว่ารามสูรก็ช่วยอะไรไม่ได้ ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงลงความเห็นว่าควรใช้ประเพณีโบราณ ทำพิธีเสี่ยงนางด้ง ทำนายฟ้า ทำนายฝนให้มันรู้เรื่อง หากผลทำนายออกมาว่าจะไม่ตก หรือตกน้อยในช่วงนี้จะได้หันไปพึ่งนางแมวขอฝนต่อทันที ดีกว่าไปมัวรอรามสูร เพราะเคยทำมาแล้วได้ผล
ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า โดยมี นายสังข์ ปู่ยอด อายุ75 ปีกล่าว เป็นผู้นำประกอบพิธีเสี่ยงนางด้ง ใช้กระด้ง 1 คู่ประกบเข้าหากัน ภายในบรรจุเครื่องบูชาครู เช่น เทียนและดอกไม้อย่างละ 1 คู่ กระจก หวี สร้อยคอ กำไลแขน กำไลขา มัดไม้คานแต่ละคู่ติดกับกระด้งให้แน่น แล้วให้ผู้หญิง 2 คน เป็นผู้จับกระด้ง มีหมอพิธีบอกกล่าวเทวดาและวิญญาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เข้ามาสิงกระด้ง โดยมีคนนำกล่าวคำเซิ้งหลายรอบต่อเนื่อง ประกอบ เมื่อดวงวิญญาณมาสิงกระด้ง กระด้งจะเคลื่อนที่รุนแรง จากนั้นจะเริ่มถามคำทำนายฟ้าฝน ว่าฝนจะตกในช่ววัน เวลา เดือนใด
ซึ่งผลการเสี่ยงทายนางด้งปรากฏว่า ฝนจะตกลงมามากประมาณเดือน 9 ซึ่งชาวบ้านเห็นว่า หากเป็นอย่างนั้นนาข้าวคงเสียหายหมด จึงต้องทำพิธีแห่นางแมวขอเพื่อฝนต่อ ตามความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่เกลียดฝน ถ้าฝนตกครั้งใดแมวจะร้องทันที ชาวอีสานจึงถือเอาเคล็ด ร่วมมือกันสาดน้ำทำให้แมวร้องมากที่สุด จะทำให้ฝนตกลงมาตามคำอ้อนวอนของนางแมว โดยการทำพิธีจะเป็นขบวนมีการร้องรำคำเซิ้ง มีชาวบ้านแต่งหน้าตาวาดหนวดให้คล้ายแมวเป็นผู้นำขับร้อง ประกอบเครื่องทำจังหวะดนตรี ที่หาได้ง่ายๆ เช่น กระป๋องน้ำ ฉิ่ง และกลอง ซึ่งระหว่างทำพิธีก็มีเม็ดฝนโปรยลงมาเล็กน้อย ทำให้ชาวบ้านมีความหวังว่าอาจจะได้ผลและจะมีฝนใหญ่ตกลงมาในอีกไม่กี่วันนี้ แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านก็ได้แต่รอความหวังจากเทวดาฟ้าดิน



