
สมมุติฐาน'ใครสอย เอ็มเอช17?'
สมมุติฐาน'ใครสอย เอ็มเอช17?' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
หลังจากรัฐบาลยูเครนเผยแพร่ "คลิปวิดีโอบทสนทนา 2 นาที 24 วินาที" ระหว่าง "อิกอร์ สเตรียลกอฟ" ผู้บัญชาการสูงสุดกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนยูเครน หรือผู้ที่ประกาศตัวเองเป็นผู้นำสาธารณรัฐประชาชนดาเนียซกับลูกน้องว่า มีการเข้าใจผิดเกิดขึ้น ทำให้ยิงเครื่องบินพาณิชย์มาเลเซียตก เพราะนึกว่าเป็นเครื่องบินลำเลียงของกองทัพยูเครน...
สื่อมวลชนและสาวกโซเชียลมีเดียช่วยกันแชร์คลิปเสียงนี้ไปทั่วโลกทันที โดยเชื่อกันว่า "ปริศนา เอ็มเอช17" คลี่คลายลงแล้ว เพราะมีคนออกมายอมรับว่าเป็นผู้ยิงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามน่านฟ้าและทีมกู้ภัยเครื่องบินตกจากทั่วโลก ยังเคลือบแคลงสงสัยในหลักฐานเบื้องต้นชิ้นนี้ เพราะการสอยเครื่องบินขนาดยักษ์โดยอ้างว่า "เข้าใจผิด" นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งสามารถสรุปเป็นสมมุติฐานได้ 3 ข้อด้วยกัน
1. "ไฮแจ็กเครื่องบิน" เครื่องโบอิ้ง 777 ลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร 283 คน และลูกเรือ 15 คน มีเส้นทางบินจากสนามบินสคิปโฮล กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างบินผ่านประเทศยูเครนได้เปลี่ยนเส้นทางไปผ่านน่านฟ้าของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนดาเนียซ ก่อนจะโดนขีปนาวุธนำวิถีสอยร่วงจากท้องฟ้า
ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มที่เชื่อสมมุติฐานนี้วิเคราะห์ว่า การบินผ่านน่านฟ้ายูเครน ซึ่งเป็นดินแดนที่กำลังขัดแย้งมีการสู้รบอยู่นั้น นักบินเครื่องบินพาณิชย์ทุกลำจะถูกสั่งไว้เลยว่า ต้องบินในเส้นทางกำหนดเท่านั้น ห้ามเบี่ยงเบนออกเด็ดขาด ! ดังนั้น ถ้าเที่ยวบินลำนี้ออกนอกเส้นทาง แสดงว่ามีใครบางคนในเครื่องบินลำนี้เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน อาจเป็น "กัปตัน" "ผู้ช่วยกัปตัน" หรือ "โจรสลัด" ที่ปะปนมากับผู้โดยสารก็ได้
2. "จรวดมิสไซล์ถล่ม" กลุ่มนี้เชื่อว่าหลังจากรัฐบาลรัสเซียและรัฐบาลยูเครน รวมถึงกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนออกมาปฏิเสธอย่างจริงจังหลายครั้งว่า ไม่ได้เป็นผู้กระทำนั้น อาจเป็นไปได้ว่ามีกลุ่มก่อการร้ายนิรนาม ที่แอบสะสมสรรพกำลังอาวุธร้ายแรงไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์บางอย่าง แม้ว่าปกติทั่วไปผู้ก่อการร้ายกลุ่มเล็กๆ จะไม่มีจรวดมิสไซล์ที่สามารถยิงจากพื้นดินไปยังความสูงขนาด 10 กม.ได้ก็ตาม แต่พื้นที่แถวนั้นการหาอาวุธจรวดไฮเทคจากรัสเซียนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของผู้ที่มีเงินหรือสิ่งของแลกเปลี่ยนบางอย่าง
3. "ขีปนาวุธเรดาร์" กลุ่มนี้เชื่อว่ามีการวางแผนการยิงล่วงหน้า โดยใช้ขีปนาวุธที่มีเรดาร์นำทาง พร้อมด้วยเครือข่ายเรดาร์ป้องกันน่านฟ้าเป็นตัวชี้เป้า
"นักบินรบของกองทัพไทย" วิเคราะห์ให้ฟังว่า สมมุติฐานการใช้ขีปนาวุธนำวิถีด้วยเรดาร์มีความเป็นไปได้มาก และเชื่อว่าต้องมีการวางแผนมาอย่างดี เพราะการจะกำหนดเป้ายิงไปยังเครื่องบินพาณิชย์นั้น หมายถึงผู้กระทำรู้ดีว่า นี่คือ ฆาตกรรมผู้โดยสารที่บริสุทธิ์เกือบ 300 คน
"ระบบเรดาร์ป้องกันน่านฟ้าปัจจุบัน ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปมาก มีคอมพิวเตอร์วิเคราะห์และสามารถระบุได้เลยว่า เป็นเครื่องบินรบหรือเครื่องบินเอกชนทั่วไป หากมีใครมาอ้างว่า ยิงไปก่อนเพราะล้ำเขตน่านฟ้า และเข้าใจผิดนึกว่าเป็นเครื่องบินรบหรือเครื่องบินสอดแนมนั้น ผมไม่เชื่ออย่างแน่นอน เพราะขั้นตอนการยิง จะเริ่มจากเรดาร์ที่เฝ้าระวังน่านฟ้าจับวัตถุผิดปกติได้ จากนั้นวิเคราะห์ว่าเป็นเครื่องบินอะไร กำหนดพิกัดแน่นอน แล้วส่งพิกัดมาที่ฐานยิงของขีปนาวุธ จากนั้นผู้ที่จะสั่งยิงต้องเป็นนายทหารระดับผู้บัญชาการชั้นสูงสุด ไม่ใช่เป็นนายทหารผู้นั่งคุมแท่นยิงจรวดทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น การยิงขีปนาวุธระดับนี้ ไม่ได้ยิงลูกเดียว แต่ยิงเป็นแผง เพื่อหวังผลให้โดนเป้าในคราวเดียว"
นักบินทหารข้างต้น กล่าวสรุปว่า ในตอนนี้ยังไม่มีใครวิเคราะห์อะไรได้แน่ชัด มีเพียงสมมุติฐานเบื้องต้น คงต้องรอดูการพิสูจน์หลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะเครื่องบินตกบนพื้นดิน มีเรดาร์และดาวเทียมจากหลายประเทศเก็บข้อมูลได้แล้ว เพียงแต่รอเอกสารและการประมวลผลที่ชัดเจนเท่านั้น
หากว่านักวิเคราะห์บางกลุ่มเชื่อว่า "โศกนาฏกรรม เอ็มเอช17" ไม่ได้เป็นแค่อุบัติเหตุที่เกิดจากความเข้าใจผิดของผู้ยิง แต่เกิดจากการวางแผนอย่างแยบยล คำถามต่อไปคือ ใครได้ประโยชน์สูงสุดจากการสอยเครื่องบินลำนี้ ?
....................................
(หมายเหตุ : สมมุติฐาน'ใครสอย เอ็มเอช17?' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



