
'ประยุทธ์'แนะคนอยู่ต่างประเทศกลับมาสู้คดี
'ประยุทธ์'ย้ำยึดอำนาจหวังยุติขัดแย้ง หวังนานาชาติหนุนสร้างปชต.ให้สมบูรณ์ แนะคนอยู่ต่างประเทศกลับมาสู้คดี
เมื่อเวลา 20.30น.วันที่ 18 ก.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ในช่วงที่ผ่านมานั้น หวังว่าทุกท่านคงได้มีโอกาสไปพักผ่อน ทำบุญ เข้าวัด เดินทางท่องเที่ยว และมีความสุข ในห้วงวันหยุดเทศกาลที่ผ่านมา ผมขอชื่นชมพ่อแม่พี่น้องที่มีความตั้งใจที่จะทำความดีต่างๆ ในห้วงเข้าพรรษา ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ เข้าวัด งดการดื่มสุรา ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ผมขอขอบคุณข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลาพักผ่อนมาทำงานอย่างต่อเนื่องในห้วงวันหยุดที่ผ่านมา ทั้งนี้ ก็เพื่อจะเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นความเดือดร้อน และความคาดหวังของประชาชน การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ที่ต้องช่วยกันทุ่มเทแรงกายแรงใจ กำลังความคิด สติปัญญา เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และในห้วงเวลานี้ นับว่าเป็นเวลาที่มีความสำคัญยิ่ง ที่พวกเราคนไทยทุกคนจะได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และร่วมกันปฏิรูปประเทศ เพื่อความก้าวหน้าและยั่งยืนสืบไป ในอนาคต วันนี้ผมมีเรื่องเรียนให้พี่น้องทราบ และขอความร่วมมือเพื่อที่เราจะได้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนี้ เรื่องสถานการณ์ต่างประเทศ อยากให้มิตรประเทศทั้งหลาย ได้ร่วมกับเราในการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นหนทางนำไปสู่อนาคต เพื่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนตลอดไป
สำหรับในเรื่องของการชี้แจงเหตุผล และความชอบธรรม ในการควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในครั้งนี้ ตนทราบดีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมาตรฐานนานาชาติ ได้ถือเรื่องสิทธิมนุษยชน และระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งใช้อยู่ในโลกตะวันตก และอื่น ๆ ตลอดห้วงศตวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องปกติของการอยู่ร่วมกัน และระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ทุกคนคิดว่าเป็นระบอบที่ดีที่สุด ขณะนี้จะเห็นว่า เป็นช่วงเวลาที่ไทยจะพยายามกลับมาสร้างพื้นฐานความเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคง ซึ่งน่าจะทำให้ความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนแนวร่วมกับนานาชาติให้ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาในอดีต อาจถือได้ว่า เป็นความบกพร่องของประชาธิปไตยในไทย คือ สภาพการไม่เคารพต่อหลักพื้นฐานประชาธิปไตย อันได้แก่ การเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค ธรรมาภิบาล การรักษาระบบดุลและคานอำนาจซึ่งกันและกัน ทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นปัญหา ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ได้แก่ การติดค้างการจ่ายเงินจำนำค่าข้าว การบาดเจ็บล้มตายของประชาชนผู้บริสุทธิ์ จากอาวุธสงคราม การบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่มีอำนาจเต็ม ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 และการจัดทำงบประมาณปี 2558 กระทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นปัญหาใหญ่หลวงในระยะต่อไป ส่วนเรื่องของการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดอง และการเลือกตั้งในห้วงที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถกระทำได้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยินยอมลดข้อเรียกร้องซึ่งกันและกัน โดยเชื่อว่าฝ่ายตัวเองนั้นถูก หรืออีกฝ่ายหนึ่งนั้นผิด ทั้งภาคธุรกิจ นักวิชาการ และบุคคลที่เกี่ยวข้องมากมาย ก็พยายามที่จะหาทางออก โดยการประนีประนอมมาอย่างต่อเนื่อง ใช้วิธีการอันสันติวิธี แต่ก็ติดขัด ถูกล็อคด้วยข้อกฎหมายต่าง ๆ ทำให้อาจจะเกิดการจลาจลและสงครามกลางเมืองมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในส่วนของกองทัพได้ติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง มีความจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว สิ่งแรกที่กระทำได้คือยุติการใช้ความรุนแรงต่อกัน ยุติการประท้วงที่มีมาอยู่อย่างยาวนานได้ทันท่วงที หลีกเลี่ยงสถานการณ์นองเลือด สงครามกลางเมืองไว้ได้ ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการคลี่คลายลงได้โดยเร็ว และลดความเดือดร้อนของประชาชนลงได้
"คสช. ไม่ต้องการคำชมเชย เราทำเพื่อปลดล็อคออกจากหนทางตีบตัน ไร้สภาพการบริหารประเทศที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นมาอย่างยาวนานกว่า 6 เดือน ทั้งนี้สิ่งที่เรากระทำไปนั้นไม่สูญเสียชีวิตคนไทยอีกเลย นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ บัดนี้ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คนไทยและมิตรประเทศทุกประเทศ จะช่วยกันมองไปสู่อนาคต และหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่เคยเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาในอดีต ในการเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย " หัวหน้าคสช. กล่าว
หัวหน้าคสช. กล่าวต่อว่า มิตรประเทศเหล่านั้นคงไม่ปฏิเสธว่า ไทยมีสถานะเป็นหุ้นส่วนสำคัญของมหาอำนาจต่าง ๆ ในโลก เป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอีกหลายประเทศในชาติตะวันตก กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติประจำเอเซียแปซิฟิค ที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาคขององค์กรระหว่างประเทศ และมี จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นสมาชิก นอกจากนั้นยังเป็นหุ้นส่วนความร่วมมืออีกมากมาย ทั้งในระดับภูมิภาค และนานาชาติ ในหลายมิติ ใน 3 เสาหลัก คือ ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมจิตวิทยา ตลอดจนความร่วมมือช่วยเหลือป้องกันและเยียวยาภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ร่วมปฏิบัติการสันติภาพโลกมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง ประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับแรก ๆ ของอาเซียน ไทยมีส่วนสร้างให้เกิดฐานการผลิต และการบริการ การลงทุนร่วมหลายต่อหลายแห่ง ไทยมีบทบาทหลักในการก่อตั้งอาเซียน และการประชุมความร่วมมือแห่งเอเชียหรือที่เรียกว่า ACD ซึ่งมีประเทศในเอเชียกว่า 30 ประเทศเป็นสมาชิก และไทยมีบทบาทเป็นสมาชิกที่ แข็งขันของ APEC และ ASEM ของเอเชีย ยุโรป และในการประชุมเชิงบวกของ EAS (สุดยอดเอเชียตะวันออก) ที่ทั้งสหรัฐฯ และออสเตรเลียเป็นสมาชิก เราได้เข้าสู่การเจรจาตามที่สหรัฐฯ ได้เชื้อเชิญในเวที TPP (หุ้นส่วนความร่วมมือแห่งแปซิฟิค) เป็นสมาชิกแข็งขันของ RCEP (ความร่วมมือเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน) และกำลังจะเป็นเวที AEC ในภูมิภาค 10 ชาติอาเซียนในอนาคต ดังนั้น เราควรจะต้องร่วมมือกันดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง ในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวต่อว่า การที่คสช.เข้ามาจัดระเบียบต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะฉะนั้นไม่น่าที่จะทำให้ความจริงแห่งพื้นฐานทางเศรษฐกิจต้องเปลี่ยนแปลงไป หรือมีผลกระทบต่อโอกาสของประเทศไทยที่มีต่ออาเซียนและประชาคมโลก ในการที่จะก้าวต่อไปเพื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน เราไม่อยากให้มิตรประเทศจำกัดบทบาท เชิงสร้างสรรค์ของทหารหรือคสช.ในเวลานี้โดยขอให้ไทยยังคงมีส่วนร่วมในเวทีนานาชาติต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อมิตรประเทศมากกว่าเดิม ในส่วนของกิจการในประเทศ คนไทยต่างมีความหวังที่จะเห็นอนาคตที่ดีของประเทศ ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ไม่เฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด หวังคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้น มีระบบคุ้มครองหลักนิติธรรม นิติรัฐ ที่เหมาะสม ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ อย่างแท้จริง มีการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ โดยให้กระบวนการปฏิรูปเข้ามามีส่วนช่วยแก้ไขสิ่งที่เราล้มเหลวมาในอดีต และวางพื้นฐานในการพัฒนาสิ่งดี ๆ ใหม่ ๆ สำหรับประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน
"การที่จะวัดคำว่า ประชาธิปไตย น่าจะมากกว่าการดูการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ เท่านั้น ควรวัดว่าการเลือกตั้งแล้วจะทำให้เกิดอะไร ได้อะไร กับประชาชนอย่างยั่งยืนมากกว่า การปฏิรูปในระยะต่อไป เราจะเน้นเรื่องการปฏิรูปการเมือง การต่อต้านคอร์รัปชั่น ระบบธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสที่ชัดเจน มีกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ มีการถ่วงดุลและคานอำนาจของรัฐบาลอย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปฏิรูปในทุก ๆ ด้านที่เคยเรียนไปแล้ว 11 ด้าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะทำให้มิตรประเทศพอใจ ในยามนี้อยากให้สนับสนุนการทำงานของ คสช. ให้ไทยเป็นชาติประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ มีพื้นที่มากมายที่มิตรประเทศจะให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และเอื้อเฟื้อ จากประสบการณ์ของท่านที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในฐานะหุ้นส่วนและมหามิตร ในการปฏิรูปต้องอาศัยคนไทยที่เข้าใจและสนับสนุนเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป เราไม่อยากทิ้งใครไว้ เพราะเราคือคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น คำว่า ประชาธิปไตย ทุกประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น แต่ละประเทศได้ผ่านปัญหา ผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ มามากมาย ต่างทดสอบกันด้วยกาลเวลา วันนี้ หากเราช่วยกันตั้งเสาหลักแห่งประชาธิปไตยของไทยให้มั่นคง ย่อมดีกว่าการวิพากษ์วิจารณ์แต่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการเรียกร้องแต่เพียงการเลือกตั้งให้ได้โดยเร็ว เราได้ผ่านการลองผิดลองถูก คิดผิดคิดถูกมาหลายปี หลายครั้ง หากเราทำสำเร็จเราก็จะเป็นประชาธิปไตยที่เป็นประโยชน์กับคนไทยและมิตรประเทศอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยทธ์ ยังกล่าวว่า สุดท้ายนี้ ขอเวลากับคนไทยกับมิตรประเทศ ในการสร้างหนทางที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน ขอให้ทุกประเทศได้ร่วมเคียงข้างกับคนไทย ในการสร้างสรรค์ สภาพประเทศที่เต็มไปด้วยความหวัง และความมีเสถียรภาพในประเทศ และเพื่อเสถียรภาพของอนาคตความมั่นคงทั้งภูมิภาค และประชาคมโลกอย่างยั่งยืนตลอดไป กรณีสำหรับผู้ที่เห็นต่างจาก คสช. ไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย โดยลืมนึกถึงความปลอดภัย การทุจริตคอร์รัปชั่น การบริหารงานที่ผิดพลาด และคิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ บางครั้งอาจเร่งด่วนเกินไปที่จะคัดค้านไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกองทัพเข้ามาเกี่ยวพันกับการเมือง ขอให้ช่วยเปิดใจรับรู้ต่อความเป็นจริงของเหตุการณ์ และสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาว่า ไทยจะก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้อย่างไร สำหรับมิตรประเทศ และแนวร่วมต่างชาติ อยากให้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในทางที่ดีขึ้น หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา หากจะกรุณาไม่เร่งโจมตีเราตามแบบของประชาธิปไตยโลก ในปัจจุบัน
ยันไม่ล้ม30บาทรักษาทุกโรคเตือนอย่าหูเบา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่า เราจะพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วง ซึ่งมีปัญหาที่เกี่ยวข้องอยู่หลายมิติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะแวดล้อมของไทย อาจจะต่างกับต่างประเทศอยู่บ้าง บางอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ประยุกต์ให้เข้ากับคนไทย ประเทศไทย สิ่งสำคัญประการแรกที่เราต้องคำนึงถึงคือเราจำเป็นต้องดูแลคนไทย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อนในลำดับแรก ปัญหาด้านอื่นๆ ก็จะลดลง
ส่วนเรื่องการสื่อสารและระบบโทรคมนาคมของไทย เท่าที่ทราบในขณะนี้ยังไม่มีความมั่นคง ทันสมัยที่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนการบริหารกิจการขององค์กรของรัฐ ให้สามารถรองรับการใช้คลื่นความถี่ โดยมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อมุ่งไปสู่การบริการกับประชาชนอย่างแท้จริง ขณะนี้อยู่ในขั้นกำลังศึกษาหาวิธีการที่ดีที่สุดในระยะต่อไป ในเรื่องของการปรับปรุงภาษีทั้งระบบ กำลังอยู่ในขั้นการศึกษา และหาวิธีการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่เสียภาษี ทั้งนิติบุคคล ผู้ประกอบการ และอื่นๆ อีกมากเพื่อเป็นการยกระดับให้คนไทยทุกคนมีรายได้ที่ดีขึ้น รัฐสามารถดูแลเรื่องสวัสดิการของคนไทยได้อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง สำหรับเรื่องพลังงาน ทั้งน้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และอื่นๆ อยู่ในขั้นของการศึกษา เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันเราได้ดำเนินการในมาตรการชั่วคราวไปในหลายเรื่องด้วยกัน ทุกท่านคงทราบดี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องรัฐวิสาหกิจ มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ซึ่งยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ และให้การบริการประชาชนได้อย่างไม่เต็มรูปแบบ ไม่ทั่วถึง เช่น รถไฟ โทรคมนาคม การขนส่งทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ ขณะนี้อยู่ในขั้นการดำเนินการ ทั้งในเรื่องของการศึกษาข้อมูล เพื่อฟื้นฟูกิจการเหล่านั้น ให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง นอกจากนี้เรื่องเศรษฐกิจ ธุรกิจ การนำเข้า ส่งออก มีหลายอย่างที่พันธะสัญญา หรือข้อตกลงกับต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงไป เราเองก็ต้องปรับตัวให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น โดยเคารพในกฎกติกาต่างๆ เหล่านั้น เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้กับการรวมกลุ่มของประชาคมต่างๆ ทั้งอาเซียน ตะวันตก ยุโรป และอื่นๆ ในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น เราต้องปรับตัวเราเองให้สอดคล้องกับกฎกติกาต่างๆ เหล่านั้น ด้วยความรวดเร็ว โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง ด้วยการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ ราคาสินค้าตกต่ำ เราจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้า ดังนั้นจะต้องรวมกลุ่มภาคเศรษฐกิจของเราทุกมิติให้เข้มแข็ง พร้อมจะต่อสู้กับคู่แข่งขันของเราในโลกธุรกิจได้
"ดังนั้นการปฏิรูปของประเทศไทยในขั้นที่ 2 ทั้ง 11 เรื่อง หรือมากกว่านั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคการเมือง ข้าราชการ เอกชน ประชาสังคม ประชาชนทุกหมู่เหล่า และทุกสาขาอาชีพ ตราบใดที่ความเห็นแต่ละฝ่าย ยังไม่ตกผลึกออกมา ในระยะที่ 2 ย่อมเป็นการยากที่จะนำไปสู่การปฏิรูป และนำไปสู่การปฏิบัติในระยะที่ 3 ได้ ขณะนี้ คสช. ได้เปิดโอกาสให้ทุกส่วนได้มาแสดงความคิดเห็นในขั้นต้น ในการปรองดองและปฏิรูปของ คสช. เพื่อให้ทราบแนวทางขั้นต่อไป อีกทั้งสมาชิกปฏิรูปนั้นจำเป็นต้องสมัครเข้ามา และหาข้อยุติให้ได้ในสภาปฏิรูป ในระยะที่ 2 ใครที่ยังไม่ได้เตรียมการสมัครเข้ามา คงต้องรีบเตรียมการ ทั้งบุคลากร ข้อมูล ที่จำเป็นไว้ เมื่อเปิดการรับสมัครก็กรุณาสมัครเข้ามา ดีกว่าออกมาพูดในขณะนี้ อาจจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย มีแต่จะสร้างความแตกแยกให้กับสังคมต่อไป ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า ท่านไม่ได้มีความต้องการจริงที่จะปฏิรูปประเทศ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำ และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืน การจัดสร้างรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย การจัดหาหัวรถจักรใหม่ รถเมล์ใหม่กำลังอยู่ในขั้นการทบทวนการดำเนินการทั้งสิ้น จะเร่งรัดให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อบางอย่างจะได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ในปี 2557-2558 และระยะยาวในโอกาสต่อไป ส่วนเรื่องของการจัดระเบียบสังคมไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและจังหวัดต่างๆ ทั้งด้วยการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตู้ การค้าขาย ชายหาด และอื่นๆ โดยจะพยายามให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดกับประชาชน ผู้ยากไร้ เห็นใจแต่ก็จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบบ้าง ต้องเคารพกฎกติกาของบ้านเมืองที่ถูกปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานาน ทำให้ท่านถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ที่ไม่สุจริตมาโดยตลอด หากท่านอยู่ในระเบียบ ใครก็ไม่สามารถมาเรียกร้องอะไรจากท่านได้ ตรงนี้ต้องขอความร่วมมืออย่างจริงจัง
"การดูแลในรูปแบบของรัฐสวัสดิการ เช่น การรักษาพยาบาล 30 บาท ยังคงดำเนินการอยู่ ในแผนการดำเนินการปี 2558 ยังมีอยู่และจะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งปริมาณและคุณภาพในการรักษาพยาบาล ฉะนั้นใครจะพูดอะไรก็ตามอย่าไปรับฟังให้มากนัก เพราะจะทำให้เกิดความสับสนในเวลานี้ เนื่องจากยังไม่ได้ประกาศอะไรเลย ที่มีการเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเรามองถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก หากงบประมาณถูกนำมาใช้ในเรื่องนี้มากเกินไป งบประมาณอื่นๆ เช่น การลงทุนของรัฐ ก็จะเป็นปัญหา เราจะพยายามหาหนทางในเรื่องรัฐสวัสดิการที่ดีที่สุดต่อไป " พล.อ.ประยทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยทธ์ กล่าวอีกว่า การใช้จ่ายงบประมาณในเรื่องประชานิยม โดยไม่จำเป็น วันนี้เรามีการทบทวนทั้งหมด ขณะนี้การปรับปรุงด้านภาษี ยังไม่ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรม รายได้ของรัฐไม่สามารถเก็บได้ตามที่ประมาณการไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง การบริหารราชการ ส่วนกลาง ภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายอำนาจไปอยู่แล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องของความเป็นเอกภาพ บูรณาการ การบริหารจัดการที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาและทั่วถึง คงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น (อบต. อบจ. เทศบาล ฯลฯ) หรือหน่วยงานนั้นๆ ให้ช่วยกันปรับตัว เสียสละ พัฒนาตนเองให้เกิดความเชื่อถือ ยอมรับจากประชาชน ทุกพวกทุกฝ่ายในพื้นที่ ให้เกิดความเป็นธรรมมากกว่าพวกพ้อง หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เมื่อท่านอาสาเข้ามาดูแลประชาชน ท่านต้องทำให้ได้ ท่านต้องดูแลเสียงส่วนน้อยของท่านด้วย
หัวหน้าคสช. กล่าวต่อไปว่า สำหรับด้านสังคมจิตวิทยา จะเห็นว่าปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สุรา สังคมเสื่อมโทรม ด้วยอบายมุขการพนัน การแตกความสามัคคี เห็นแก่ตัว ไม่เสียสละ ไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม การศึกษา ยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนไทย ประเทศไทยนั้นอาจจะเริ่มมีปัญหามาจากสังคมที่ครอบครัวขาดความอบอุ่น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหาเงินมาเลี้ยงดูแลคนในครอบครัว จนไม่มีเวลาที่จะดูแลลูกหลาน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ที่ไม่มีคุณภาพก็เข้ามาสอดแทรกในชีวิตของคนไทย เยาวชนไทย ให้ลุ่มหลง มัวเมา สิ่งต่างๆ เหล่านั้น จนทำให้เกิดปัญหาในทุกมิติ ลึกซึ้งและมีผลกระทบกว้างขวางต่อสังคมไทย จนไม่มีระเบียบและสร้างปัญหา รัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้อย่างยั่งยืน อาทิ เด็กแว้น เด็กนักเรียนตีกัน ต้องขอเตือนบุคคลคนเหล่านี้ว่า ท่านนั้นยังไม่รู้ตัว บ่อนทำลายประเทศชาติอย่างร้ายแรง ซึ่งยังคงต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น ท่านอยากจะเป็นบุคคลที่ถูกสังคมรังเกียจไปอีกหรืออย่างไร ให้รีบปรับปรุงโดยเร็ว ไปหางานหาการทำ ประกอบสัมมาอาชีพเหมือนคนอื่นๆ หรือศึกษาเล่าเรียนให้สำเร็จ รุ่นพี่ที่คอยแนะนำรุ่นน้องในทางที่ผิด จะถูกเรียกมาทำความเข้าใจในเร็วๆ นี้
เห็นชอบวงเงินงบประมาณ58จำนวน 2.575ล้านล้าน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานด้านเศรษฐกิจ ได้พิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 เรียบร้อยแล้ว โดย คสช. เห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ คสช. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน การลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรกร การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง การวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาสู่อนาคต
นอกกจากนี้ คสช. ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเพิ่มวงเงินให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ประสบปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอในการดำเนินการกับคดีความต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยได้อนุมัติอัตรากำลังพลเพิ่มเติมมากกว่า 700 อัตรา เป็นงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาท ให้กับป.ป.ช. เพื่อจะเป็นการให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งเสริม เรื่องการป้องกัน เรื่องทุจริตผิดกฎหมาย นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นพื้นฐาน สร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศอย่างยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการวางแผนในเรื่องงบประมาณ ให้มีการบูรณาการจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เชื่อมโยง ลดการใช้จ่ายงบประมาณที่เป็นการซ้ำซ้อน อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำ โครงข่ายคมนาคม ให้คำนึงถึงความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน การบริหารจัดการงบประมาณในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีความเท่าเทียมทั่วถึงในทุกพื้นที่ และให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ของชุมชน นั้น ๆ โดยได้มีการตัดลดงบประมาณที่ตั้งไว้โดยไม่มีแผนงานโครงการรองรับ และให้ท้องถิ่นได้นำเสนอแผนงานโครงการ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณเพื่อความมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการแท้จริงของชุมชน และลดการใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน
หัวหน้าคสช. ยังกล่าวถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษว่า จากการประชุมของคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในวันอังคารที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา นั้น ได้เร่งรัดให้ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 12 พื้นที่ โดยกำหนดเป็นระยะเร่งด่วน ดำเนินการทันทีในปี 2558 ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พื้นที่ชายแดน จังหวัดมุกดาหาร อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ชายแดน จังหวัดตราด พื้นที่ด่านศุลกากรสะเดา และปาดังเบซาร์ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนให้ทันเวลา โดยการส่งเสริมการลงทุน การสร้างโรงงาน ธุรกิจบริการ สร้างงานสร้างอาชีพ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ระบบราง คลังสินค้า ช่องทางเข้า-ออกด่านศุลกากรให้มีความพร้อม ระบบการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ที่มีประสิทธิภาพ และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะคัดแยกแรงงานที่มีคุณภาพเข้ามาในพื้นที่ตอนไหนได้บ้าง ในอนาคตการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ นอกเหนือจากการให้มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ที่สำคัญควบคู่กัน ที่ คสช. ให้มุ่งเน้นเป็นพิเศษ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล ที่มีความเดือดร้อน ทำการเกษตรมักประสบปัญหาขาดทุน และต้องละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่นั้น ส่งผลต่อวิถีชีวิต ต่อครอบครัว ต่อชุมชนและวิถีชีวิตชาวบ้านที่มีความสุข
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ มุ่งเน้นให้ประชาชนเหล่านั้นมีงาน มีอาชีพ ป้องกันแก้ไขปัญหาชายแดนต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาเป็นเวลานาน เช่น การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจากเพื่อนบ้านเพื่อมาสวมสิทธิ์ มาค้าขาย การโจรกรรมส่งออกรถจักรยานยนต์ รถยนต์ การลักลอบนำเข้าสินค้าเลี่ยงภาษี สินค้าผิดกฎหมาย ยาเสพติด แรงงานเถื่อน โดยให้ส่วนราชการพิจารณาปัจจัยในสภาพความเป็นจริง เช่น เรื่องสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยากต่อการป้องกันการลักลอบนำเข้า อาจพิจารณาให้ผ่อนปรน ให้นำเข้ามาในเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ควบคุม และมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องในการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มก่อนนำส่งออกสู่ประเทศที่สามหรือที่ใดที่หนึ่ง ที่เป็นตลาด ที่จะเปิดขึ้นมาใหม่
หัวหน้าคสช. กล่าวถึงเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม ว่า ได้มอบหมายให้ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาโครงการสำคัญ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ส่วนใดที่มีความพร้อมให้เริ่มดำเนินการไปก่อน ในส่วนโครงการรถไฟทางคู่นั้น ให้พิจารณาถึงอนาคต ที่จะต้องรองรับการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งการเชื่อมต่อกับประเทศจีน ที่ต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ที่มีรางขนาด 1.435 เมตร เพื่อจะรองรับการวิ่งของขบวนรถที่ความเร็วสูงถึง 160-180 กม./ชม. การพัฒนาจุดเชื่อมต่อทางลอดต่าง ๆ เพื่อให้ขบวนรถไฟวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง ระบบรางของไทยที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้น มีความกว้าง 1 เมตร เพื่อรองรับการวิ่งของขบวนรถที่ความเร็วประมาณไม่เกิน 90 กม./ชม. ซึ่งในอนาคตนั้น จะมีปัญหาในเรื่องการจัดหาอะไหล่ และการซ่อมบำรุงที่ทั่วโลกมีแนวโน้มไปใช้งานระบบรางแบบใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียโอกาสในเรื่องการพัฒนาการค้า การขนส่งคมนาคม เราสามารถพัฒนาปรับปรุงให้ระบบเดิมใช้ในเรื่องการเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้า การลดต้นทุนการขนส่ง
โดยระยะแรกให้มีการวางรางขนาด 1 เมตร เพิ่มเติมในเฉพาะเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นและเป็นเส้นหลักในการขนส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้มีแผนในการก่อสร้างไว้แล้วใน 5 เส้นทางตามความเร่งด่วน ดังนี้ เส้นแรก คือ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย เส้นที่สอง ลพบุรี -ปากน้ำโพ เส้นที่สาม มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เส้นที่สี่ นครปฐม-ชุมทางหนองปลาดุก-หัวหิน เส้นที่ห้าประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ส่วนการส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยว คสช. ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปร่วมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากเกิดความเดือดร้อนขึ้นในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เพิ่มเติมจากความคุ้มครองจากการประกันซึ่งอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในปัจจุบัน ในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยในโอกาสต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เมื่อวันพุธที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น ได้มีการประชุมของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้พิจารณาและรับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชนและต่อรัฐ ในประเด็นการส่งเสริมการค้าการลงทุนในประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมโลจิสติกส์ การแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพราะมีประเด็นที่น่าสนใจที่ทั้งภาครัฐและเอกชน เห็นพ้องต้องกันในหลาย ๆ ด้านที่จะร่วมกันเร่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป เช่น การส่งเสริมการค้าชายแดน การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและพื้นที่ห่างไกล การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานถนน ระบบราง ศูนย์กระจายสินค้า ช่องทาง เข้า-ออก ด่านศุลกากร การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม (infrastructure fund) และแนวทางการดูแลเกษตรกรชาวนา ซึ่งมี 5 หัวข้อ ดังนี้ คือ ในเรื่องการพัฒนาข้าวและชาวนาไทย การเกษตรสมัยใหม่ เขตเกษตรเศรษฐกิจทางเลือก การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว และ การตลาดข้าวไทย ซึ่งจะสอดคล้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ซึ่ง คสช. ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณารายละเอียดนั้น ได้เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานในการดูแลชาวนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป รวมไปถึง ภาคการเกษตรอื่น ๆ ด้วย
เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ คสช. ได้อนุมัติให้ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ในโอกาสที่จะครบ 40 ปีของความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อยืนยันมิตรภาพระหว่างของทั้งสองประเทศ และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในห้วง hight season ที่กำลังมาถึง จะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ เป็นต้นไป
พล.



