
เหตุใดบินโดยสารมาเลย์ผ่านน่านฟ้ายูเครน
เหตุใดบินโดยสารมาเลย์ผ่านน่านฟ้ายูเครน อาถรรพณ์หมายเลข7MH17โดนสอย
อาจฟังเป็นเรื่องผิดปกติที่เครื่องบินพาณิชย์มีผู้โดยสารเต็มลำ จะบินผ่านน่านฟ้าเหนือพื้นล่างที่มีกองกำลังสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเที่ยวบินจำนวนมาก บินผ่านน่านฟ้าแถบนั้นเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากสายการบินระยะทางไกล มักพยายามใช้เส้นทางระหว่างต้นทางกับปลายทางที่สั้นที่สุดเป็นเรื่องปกตื
การที่เที่ยวบินเอ็มเอช 17 จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประทศเนเธอร์แลนด์ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ถูกขีปนาวุธยิงตกในทุ่งนาทางตะวันออกของยูเครน เป็นเหตุผิดวิสัยอย่างมาก
เว็บไซต์ไฟลท์เรดาร์24 ที่ติดตามเครื่องบินทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ระบุว่า มีเครื่องบินพาณิชย์อีกอย่างน้อย 2 ลำอยู่ใกล้กับเครื่องบินเอ็มเอช17 ขณะตก คือเครื่องบินโบอิ้ง 777 สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลนส์ เที่ยวบินเอสคิว351 และเครื่องบินโบอิ้ง787 ของแอร์อินเดีย เที่ยวบิน เอไอ113 ที่อยู่ห่างจากเที่ยวบิน เอ็มเอช13 ประมาณ 15 ไมล์ ขณะขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน
ในน่านฟ้าทั่วโลกที่เชื่อมถึงกันด้วยเส้นทางบินกว่า 5.8 หมื่นเส้นทางนั้น สายการบินต่างๆบินผ่านพื้นที่ขัดแย้งทุกวัน
นายเดฟ พาวเวลล์ อธิการบดีวิทยาลัยการบินมิชิแกนตะวันตก และอดีตกัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ กล่าวว่า การบินผ่านภูมิภาคที่มีปัญหาสู้รบเป็นเรื่องธรรมดามาก รัฐบาลและสายการบินได้พิจารณาภัยคุกคามแล้ว แต่เพื่อพยายามประหยัดต้นทุนและแข่งขันได้ ทุกคนก็เลือกบินตามเส้นทางปกติ
ในบางกรณี สำนักงานกำกับการบินของแต่ละประเทศจะห้ามสายการบิน บินผ่านน่านฟ้าบางแห่ง อย่าง เอฟเอเอฟ หรือสำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯ ออกประกาศที่เรียกว่า Notice to Airmen หรือ NOTAM เมื่อเมษายน ห้ามสายการบินบินผ่านไครเมีย เนื่องจากมีข้อพิพาทว่า ฝ่ายใดควบคุมการจราจรทางอากาศในบริเวณนั้นอยู่ แต่จุดที่เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ ตกอยู่ห่างจากภูมิภาคที่สั่งห้าม 200 ไมล์
สำนักงานการบินส่วนใหญ่ปฏิบัติตามคำแนะนำจากองค์การการบินระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) หน่วยงานสหประชาชาติที่ออกคำแนะนำด้านความปลอดภัยการจราจรทางอากาศ ซึ่งคำแนะนำของไอซีเอโอล่าสุด ห้ามบินผ่านไครเมีย แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศว่าจะปฏิบัติตามนั้นหรือไม่
หรือต่อให้หน่วยงานการบินพลเรือน ไม่ได้ห้ามบินผ่านภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ผู้ประกอบการแต่ละรายก็สามารถ และบางครั้งก็เลือกที่จะไม่บินผ่านบางพื้นที่เอง "ไม่มีกฎห้ามเรื่องการใช้คอมมอนเซ็นส์" นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมการบินคนหนึ่งกล่าว
อย่างในปีที่แล้ว สงครามในซีเรียทำให้สายการบินภูมิภาคหลายแห่ง รวมทั้งกาตาร์ แอร์เวยส์ และซาอุดิ แอร์ไลนส์ เบี่ยงเส้นทางเที่ยวบินจำนวนหนึ่งเพื่อเลี่ยงน่านฟ้าซีเรีย แต่สายการบิน มิดเดิลอีสต์ แอร์ไลนส์ ของเลบานอน ยังคงเส้นทางเดิม
พาวเวลล์ กล่าวว่า สายการบินทุกแห่งประเมินความเสี่ยงเอง ในกรณีของเอ็มเอช 17 หอควบคุมการบินอาจคิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ เชื่อว่าหลังความสูญเสียครั้งนี้ จะทำให้สายการบินพาณิชย์พิจารณาเส้นทางบินต่างออกไปจากเดิม
นักบินสายการบินยุโรปคนหนึ่งบอกกับการ์เดี้ยนว่า ไม่ใช่สายการบินทุกแห่ง ที่ตั้งอยู่ในความระมัดระวังระดับเดียวกัน
"เรามักเลี่ยงเฉพาะพื้นที่ที่มีการสู้รบกันทางอากาศ และเราก็เคยบินผ่านอิรักและอัฟกานิสถานในห้วงเวลาที่สหรัฐฯและอังกฤษทำสงครามอยู่ที่นั่น เพราะมีฝ่ายเดียวที่ใช้เครื่องบินรบ อีกทั้งมีระบบขีปนาวุธไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถยิงจากพื้นสู่อากาศได้สูงถึง 3 หมื่นฟุต และอย่างแม่นยำ"
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่ตกในประเทศยูเครนนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับเลข 7 เริ่มจากที่บิน เอ็มเอช 17 เครื่องรุ่น 777-2H6ER บินวันแรก : 17/7/1997 บินวันสุดท้าย : 17/7/2014 ใช้งาน : 17 ปี ซึ่งวันที่เริ่มบินวันแรกและวันที่ถูกยิงตก คือ วันและเดือนเดียวกัน 17/7



