
เสร็จศึกเปลี่ยน 'แม่ทัพ'
19 ก.ค. 2557
เสร็จศึกเปลี่ยน 'แม่ทัพ' : โดย...ลุงหวานเย็น
รูดม่านปิดฉากกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล หลังจากที่เกมฟาดแข้งรอบสุดท้ายได้ลงสนามโชว์ฝีเท้ากันไปเป็นเวลานานถึง 1 เดือน นับตั้งแต่ 12 มิถุนายน-13 กรกฎาคมที่ผ่านมา และคาดว่าหลายๆ ชาติลูกหนังคงจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงหลังเสร็จศึกใหญ่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนตัว "แม่ทัพ" หรือผู้ที่สวมบทบาทคุมทีมในฐานะ "กุนซือ" ซึ่งจะเป็นไปตามสถานการณ์ของแต่ละทีมดังต่อไปนี้
เริ่มจาก "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ที่จะมีการเปลี่ยนตัว "แม่ทัพ" อย่างแน่นอน เนื่องจาก หลุยส์ ฟาน กัล โค้ชชาวดัตช์ ประกาศขอเดินลงจากตำแหน่งกุนซือฮอลแลนด์ ในช่วงหมดสัญญาหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 เพื่อกลับไปรับงานคุมทีมลูกหนังระดับสโมสรอีกครั้งหนึ่ง แถมยังได้งานใหม่ไปตั้งแต่ในช่วงก่อนเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์เสียด้วยซ้ำ เพราะมีการเซ็นสัญญากับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปนานแล้ว โดย กุส ฮิดดิงค์ ยอดโค้ชเพื่อนร่วมชาติจะก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมบ้านเกิดเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงหลังจากนี้
เช่นเดียวกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ต้องยอมให้ "คิงอ็อตมาร์" อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ โค้ชเฒ่าชาวเยอรมันได้ตัดสินใจ "รีไทร์" ปลดเกษียณตัวเองจากเกมลูกหนัง เพื่อเปิดทางให้ วลาดิเมียร์ เพตโควิช โค้ชชาวบอสเนียได้ก้าวเท้าเข้ามาสานงานต่อในช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 หลังจากที่นำทัพลูกหนังจากเมืองนาฬิกาไปได้ไกลถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องเป็นฝ่ายพลาดท่าแพ้ อาร์เจนตินา ในช่วงต่อเวลาพิเศษไปแบบน่าเสียดาย
ขณะที่ "เทพนิยาย" กรีซ ต้องจำใจแยกทางกับ เฟอร์นันโด ซานโตส โค้ชชาวโปรตุกีสที่ได้ตัดสินใจโบกมืออำลาไปในช่วงหลังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมทะลุผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ได้เป็นครั้งแรก เพราะได้อยู่ปักหลักทำหน้าที่นี้มานานถึง 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2010 โดยคาดว่า เคลาดิโอ รานิเอรี โค้ชชาวอิตาเลียนน่าจะได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ค่อนข้างแน่
ด้าน "อัซซูรี" อิตาลี ต้องมีการเปลี่ยนตัว "แม่ทัพ" ด้วยเหมือนกัน เนื่องจาก เซซาเร ปรันเดลลี ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกุนซือ เพื่อรับผิดชอบผลงานความล้มเหลวจากการพาทีมบ้านเกิดจอดป้ายเพียงแค่รอบแรกเท่านั้น ก่อนที่จะได้งานใหม่ย้ายไปรับงานคุมทีมกาลาตาซาราย สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกตุรกีเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ทัพลูกหนังเมืองมะกะโรนียังคงต้องตามหาโค้ชคนใหม่กันต่อไป
ส่วน 2 ชาติมหาอำนาจแห่งทวีปเอเชียอย่าง "โสมขาว" เกาหลีใต้ และ "ซามูไร" ญี่ปุ่น ยังคงต้องควานหาโค้ชคนใหม่ด้วยเช่นกัน หลังจากที่ ฮอง เมียง โบ ตัดสินใจขอลาออกจากงานคุมทีมลูกหนังเมืองกิมจิ เช่นเดียวกับ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี โค้ชชาวอิตาเลียนที่ได้ขออำลาทีมลูกหนังเมืองปลาดิบ เพื่อแสดงรับผิดชอบผลงานความล้มเหลวจากการกระเด็นตกรอบแรก
ทางฝั่ง 3 ชาติยักษ์ใหญ่แห่งทวีปแอฟริกาต้องมีการเปลี่ยนตัว "แม่ทัพ" ด้วยเหมือนกัน เริ่มจาก "ช้างดำ" ไอวอรีโคสต์ ที่ยอมให้ ซาบรี ลามูชี โค้ชชาวฝรั่งเศสได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเตรียมเปิดทางให้ "อิลแทรป" โจวานนี ตราปัตโตนี โค้ชเฒ่าชาวอิตาเลียนได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือคนใหม่ ขณะที่ "จิ้งจอกทะเลทราย" แอลจีเรีย ต้องยอมปล่อยตัว วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช โค้ชชาวบอสเนียให้ย้ายไปรับงานคุมทีมแทรบซอนสปอร์ สโมสรลูกหนังในลีกตุรกี ส่วน "อินทรีมรกต" ไนจีเรีย ไม่คิดที่จะรั้งตัว สเตฟาน เคชี ให้อยู่ทำหน้าที่คุมทีมบ้านเกิดอีกต่อไป
ปิดท้ายด้วย 2 ชาติลูกหนังจากดินแดนละติน โดยเฉพาะ "แซมบา" บราซิล ที่ประกาศแยกทางกับ "บิ๊กฟิล" หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี เรียบร้อยแล้ว เพราะหมดสัญญาคุมทีมในช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 พอดี แม้จะสามารถพาทีมบ้านเกิดเข้าป้ายอันดับ 4 แต่สุดท้ายกลับไม่มีรั้งตัวด้วยการยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้พิจารณา เช่นเดียวกับ ฮอนดูรัส ต้องจำใจแยกทางกับ หลุยส์ เฟอร์นันโด ซัวเรซ โค้ชชาวโคลอมเบียที่ขอลาออกในช่วงหลังพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม
หลังจากผ่านพ้นศึกหนักในมหกรรมลูกหนังโลกไปแล้ว จึงทำให้หลายๆ ชาติต้องมีการเปลี่ยนตัว "แม่ทัพ" กันเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้กุนซือคนใหม่ที่เห็นว่าเหมาะสมได้เข้ามาทำหน้าที่คุมทีมสู้ศึกใหม่กันต่อไป
-----------------------------
(เสร็จศึกเปลี่ยน 'แม่ทัพ' : โดย...ลุงหวานเย็น)



