ข่าว

กต.เผยสถานการณ์ใน'ลิเบีย'น่าห่วงสุด

กต.เผยสถานการณ์ใน'ลิเบีย'น่าห่วงสุด

18 ก.ค. 2557

กต.เผยสถานการณ์ใน 'ลิเบีย' น่าห่วงสุด รองลงมาเป็น 'อิสราเอล' เตรียมพร้อมแผนอพยพ แจ้งเตือนคนไทย-แรงงานไทยหลีกเลี่ยงการเดินทาง

 
                     18 ก.ค.57 ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และนายสุเมธ  มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงานร่วมกันแถลงข่าวภายหลังประชุมหารือการเตรียมความพร้อมอพยพและช่วยเหลือแรงงานไทยและคนไทยใน 5 ประเทศทั้งลิเบีย อิสราเอล อิรัก เคนยาและยูเครนซึ่งมีสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศโดยนายประสิทธิพร กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประเมินสถานการณ์เหตุรุนแรงในต่างประเทศ
 
                     โดยแบ่ง 5 ระดับ คือ สีขาวเท่ากับสถานการณ์ปกติ สีเขียวเท่ากับมีเหตุการณ์แต่ไม่รุนแรง สีเหลืองเท่ากับมีความรุนแรงเล็กน้อย พื้นที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในประเทศนั้น สีส้มเท่ากับเหตุการณ์รุนแรงมากและพื้นที่ขยาย และสีแดงมีเหตุการณ์รุนแรงมากที่สุดและส่งผลต่อความปลอดภัยผู้อยู่อาศัยควรอพยพโดยจากการประเมินสถานการณ์ทั้ง 5 ประเทศข้างต้นในเวลานี้ ยังไม่มีเหตุรุนแรงจนถึงขั้นกระทบต่อชีวิตคนไทยซึ่งเป็นสถานการณ์ระดับสูงสุดที่ประเมินไว้ให้เป็นระดับสีแดง จึงยังไม่มีการอพยพคนไทยออกจาก 4 ประเทศนี้
 
                     นายประสิทธิพร กล่าวอีกว่า ประเทศที่มีสถานการณ์อยู่ในระดับสีเหลืองมีแนวโน้มว่าต่อไปสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น และต้องเตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยไว้ คือ ลิเบีย ซึ่งขณะนี้สถานทูตไทยในลิเบียได้ขอให้แจ้งเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปลิเบียในทุกกรณี ส่วนแรงงานไทยทั้งรายเก่าและรายใหม่ยืนยันให้ระงับการที่จะเข้าไปทำงานในลิเบีย และประเทศที่มีสถานการณ์น่าห่วงรองลงมาเป็นอิสราเอล มีสถานการณ์รุนแรงแต่ยังไม่กระทบต่อความปลอดภัยของคนที่อยู่ในอิสราเอล  ส่วนสถานการณ์ในอิรัก เคนยา และยูเครน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อคนไทย อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตแต่ละประเทศได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
 
                     ทั้งนี้ในส่วนของอิสราเอลนั้นสถานทูตไทยในอิสราเอลได้ประกาศให้คนไทยและแรงงานไทยติดตามข่าวสารจากรัฐบาลอิสราเอลและประกาศจากสถานทูตไทยในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด หากได้ยินสัญญาณเตือนภัยจะมีจรวดยิงเข้ามาจะมีเวลา 15-45 วินาทีเข้าหลุมหลบภัย และสถานทูตได้ให้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อสถานกงสุล สถานทูตไทยและผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงานได้
 
                     นายประสิทธิพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนแผนการอพยพคนไทยหากเกิดเหตุรุนแรงนั้นกระทรวงการต่างประเทศมีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาโดยมีการประสานกับหน่วยงานราชการของไทยในแต่ละประเทศ ในส่วนของลิเบียได้เคยอพยพแรงงานไทยในลิเบียมาแล้วในปี 2554 ซึ่งสถานทูตไทยมีรายชื่อคนไทยและแรงงานไทยสามารถติดต่อได้ทั้งตัวบุคคล
 
                     หัวหน้าแรงงานไทยแต่ละชุดและให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เครื่องมือสื่อสาร จุดนัดหมายและสถานที่หลบภัย ส่วนเส้นทางอพยพของลิเบียนั้น สามารถใช้เส้นทางบกทางชายแดนตูนิเซีย ทางเรือจากกรุงทิโปลีไปยังตูนิเซีย ส่วนอิสราเอลอพยพทางบกไปเส้นทางจอร์แดน ทางเรือไปทางกรีซหรือไซปรัสและทางอากาศประเทศใกล้เคียงจะอพยพแรงงานไทยไปยังประเทศใกล้เคียงที่มีความปลอดภัยก่อนแล้วค่อยพามาไทย และทางอากาศนั้นทั้งสองประเทศจะต้องโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำซึ่งจะต้องของบดำเนินการจากรัฐบาล ทั้งนี้หากญาติพี่น้องคนไทยสอบถามสถานการณ์ในแต่ละประเทศติดต่อได้ที่กรมการกงสุล 0-2575-1047
 
                     ด้าน นายสุเมธ กล่าวว่า กกจ.ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดโดยวางระบบสื่อสารตรงแบบจุดเดียวเพื่อลดขั้นตอนการประสานและดำเนินการร่วมกันได้ และเตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยในทั้ง 4 ประเทศหากเกิดเหตุรุนแรง ซึ่งขณะนี้ในอิสราเอลมีแรงงานไทยทำงานอยู่ประมาณ 27,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานด้านการเกษตร ลิเบียมีแรงงานไทย 1,500 คน อิรัก 14 คน เคนยา 40 คนซึ่งไปทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและก่อสร้าง รวมทั้งยูเครน 200 คน
 
                     ทั้งนี้ขณะนี้กกจ.ได้ทำหนังสือแจ้งญาติพี่น้องแรงงานไทยในลิเบียและอิสราเอลแล้วว่า แรงงานไทยยังปลอดภัย  ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา นางโอลิท ซานิ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายกงสุลสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้ยืนยันสถานการณ์ไม่น่าห่วงสำหรับแรงงานไทยและอิสราเอลจะดูแลแรงงานไทยเท่าเทียมกับพลเมืองอิสราเอล ทั้งนี้ ญาติพี่น้องแรงงานไทยสอบถามได้ที่สายด่วนกกจ. โทร.1694